บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อายัดมโหฬารรถหรู-เลี่ยงภาษี 122 คัน เสียหายกว่า 2.4 พันล้าน

"ดีเอสไอ" แถลงโชว์บุกค้นรวดเดียว 9 จุด อายัดรถหรู-หลีกเลี่ยงภาษี สำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ของกลาง 122 คัน ทำรัฐเสียหายกว่า 2,400 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ 19 พ.ค. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ร่วมแถลงผลการเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย กรณีการนำเข้ารถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร และสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง (ดีเอสไอปูพรมค้น 9 จุด กทม.-สมุทรปราการ เอี่ยวนำเข้ารถหรู-เลี่ยงภาษี (คลิป)

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า พบว่าบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ได้ระบุราคาสินค้าใบขนสินค้าขาเข้าที่ผู้นำเข้าต้องแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อเสียภาษีอากร ที่มีการสำแดงราคาต่ำกว่าราคาเป็นจริง ซึ่งราคาโดยเฉลี่ยที่ผู้นำเข้าสำแดง คือ ไม่เกินร้อยละ 40 ของราคารถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตในประเทศต้นกำเนิดรถยนต์จำหน่าย

"จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น พบรถยนต์เลี่ยงภาษีที่นำเข้ามาจำหน่ายเป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงและมีราคาแพง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ดีเอสไอจึงดำเนินการขอหมายค้นต่อศาลอาญา เพื่อตรวจค้นสถานที่เป้าหมายจำนวน 9 แห่ง เมื่อวานนี้ (18 พ.ค. 60) โดยสามารถอายัดรถยนต์ได้จำนวน 122 คัน จาก 5 จุดตรวจค้น คือ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ย่านพระราม 9 และอาคารไม่มีเลขที่อยู่ทางทิศตะวันออกของอาคารเลขที่ 2388 อายัดรถยนต์ได้ 81 คัน โชว์รูมรถยนต์ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด สาขาสยามพารากอน อายัดรถยนต์ได้ 1 คัน เต็นท์รถยนต์ เลขที่ 999/9 ย่านคลองจั่น (สถานที่เก็บรถยนต์ละมโบร์กินี) อายัดรถยนต์ได้ 6 คัน โชว์รูมรถยนต์เอสทีที ออโต้ คาร์ ย่านห้วยขวาง (สถานที่เก็บรถยนต์ลัมโบร์กินี) อายัดรถยนต์ได้ 24 คัน และโชว์รูมรถยนต์ เอสทีที ออโต้ คาร์ ย่านสุขุมวิท (สถานที่เก็บรถยนต์ลัมโบร์กินี) อายัดรถยนต์ได้ 10 คัน ซึ่งรถยนต์ที่อายัดทั้งหมด ภาษีขาดโดยเฉลี่ยต่อคันประมาณ 10–18 ล้านบาท รวมแล้วรัฐเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 2,400 ล้านบาท" พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ เผยว่า ขั้นตอนมีการกระทำความผิดคือ ขั้นตอนของการสำแดงภาษีต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ของประเทศไทย ที่มีการเปลี่ยนสกุลเงินจากประเทศต้นทางอย่างประเทศอิตาลี สกุลเงินยูโร มาเป็น สกุลเงินยูเอส (us) และมีการลดราคาลงมาหลายเท่าตัว เพื่อให้ราคาที่คูณของภาษี ต่ำลง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ไทยเป็นคนรับเรื่อง อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น จะต้องมีการตรวจสอบ ร่วมกับ ป.ป.ช.

เบื้องต้น ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ นอกจากนี้ จะต้องตรวจสอบรถย้อนหลังอีกกว่าหมื่นคัน ในห้วงปีที่ยังสามารถดำเนินคดีได้ด้วย ว่ามีการสำแดงเท็จตอนนำเข้ามาหรือไม่.