บริการข่าวไทยรัฐ

ระดมดนตรี7วงเล่น44บทเพลง ‘พระราชนิพนธ์’ คืนวันที่26 ต.ค.ยาวจนถึงเช้า27

จัดวงดนตรี 7 วง แสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ 44 บทเพลง ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชตั้งแต่คืนวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ 26 ต.ค. ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 27 ต.ค. พร้อมทั้งเชิญสมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ที่เหลืออยู่ 6 คน ร่วมบรรเลงเพลงมโนห์รา น้อมรำลึกถึงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายด้วย

ความคืบหน้าการเตรียมงานในด้านต่างๆในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนก็จะมีขึ้นนั้น เมื่อวันที่ 18พ.ค. น.ส.อโณทัย นิติพน คณบดีสำนักวิชาดุริยางคศาสตร์ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เผยถึงการจัดแสดงมหรสพในงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 26 ต.ค. จะมีเวทีโขนและหนังใหญ่ เวทีละครและเวทีดนตรีสากล ว่าในส่วนดนตรีสากล จะมีวงดนตรี 7 วง คือ วงสี่เหล่าทัพ วงกรมประชาสัมพันธ์ วงดนตรีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CU BAND วงสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาฯ ในส่วนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา รศ.คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ อธิการบดีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ให้ตนจัดทำกรอบการแสดงของสถาบัน เบื้องต้นได้จัดนักศึกษาของสถาบัน และวงดุริยางค์เยาวชนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ประมาณ 40 คน ที่มีความสามารถขับร้องประสานเสียงและบรรเลงดนตรีเข้าร่วมแสดงดนตรีในชุด “ดุจหยาดทิพย์ชโลมหล้า” ร่วมกับวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ วงสหายพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โรงเรียนราชินี และวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO)

คณบดีสำนักวิชาดุริยางคศาสตร์ กล่าวอีกว่า สำหรับบทเพลงที่ใช้บรรเลงประกอบไปด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมด ได้แก่ แผ่นดินของเรา, Alexandra, ไร้จันทร์, ไร้เดือน และ No Moon ทั้งมีการแสดงบัลเล่ต์ เรื่อง “มโนห์รา” หนึ่งในบท พระราชนิพนธ์ ซึ่งประกอบด้วยเพลง Nature Waltz, The Hunter, Kinari Waltz, A love Story, ภิรมย์รัก และ Blue day รวมทั้งมีบทเพลงเทิดพระเกียรติที่สถาบันฯจะแสดง 2 เพลง คือ พระราชาผู้ทรงธรรมและในหลวงของแผ่นดิน โดยนักร้องประสานเสียง 89 คน มีอาจารย์วานิช โปตะวณิช ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี เป็นวาทยากร ขณะนี้กำลังแจกจ่ายบทเพลงฝึกซ้อม ก่อนร่วมซ้อมใหญ่ ณ โรงละครแห่งชาติในเดือน ก.ย. และซ้อมเวทีจริง 1 ครั้ง และสถาบันยังได้รับมอบหมายให้จัดการแสดงดนตรีภายหลังพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ จะใช้วงดุริยางค์เยาวชนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาแสดงเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงจะมีศิลปินรับเชิญจากต่างประเทศที่จะร่วมน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน

“เวทีดนตรีสากลในพระราชพิธีครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของ 7 วงออเคสตราชั้นนำ รวมทั้งสิ้น 889 คน บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณในหลวง ร.9 องค์คีตราชัน ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพทางดนตรี ในงานคนไทยจะได้รำลึกถึงเพลงของพ่อที่อยู่ในดวงใจ ขณะที่นักศึกษาและเยาวชนผู้แสดงดนตรีได้ประสบการณ์การเรียนดนตรี เรียนรู้การทำงานร่วมกับวงดนตรีต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ทางดนตรีอย่างมาก นอกเหนือจากงานพระบรมศพ ตลอดปีนี้สถาบันจะจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาแสดงทุกครั้ง ขณะเดียวกันยังมีการสืบทอดพระราชปณิธาน พระองค์ผ่านกิจกรรมบริการวิชาการด้านดนตรีคลาสสิกสู่สังคม ขณะนี้มีวงขับร้องประสานเสียงบุคคลทั่วไป อายุน้อยสุด 6 ขวบ และมากที่สุดอายุ 70 ปี

ด้านนายสมเกียรติ ศรีคำ หัวหน้ากลุ่มดุริยางค์สากล กรมศิลปากร กล่าวว่า วงดนตรีทั้ง 7 วงจะแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ 44 บทเพลง เริ่มการแสดงวงแรกตั้งแต่ 23.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 27 ต.ค. วงของสถาบันกัลยาณิวัฒนาจะเปิดการแสดงวงแรก ตามด้วยวงดนตรีสี่เหล่าทัพ วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ปิดท้ายด้วย CU BAND ของจุฬาฯ ส่วนการแสดงบัลเล่ต์ “มโนห์รา” ประกอบด้วยนักดนตรี 89 คน นักแสดงบัลเล่ต์ 89 คน การแสดงได้เชิญสมาชิกวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์จำนวน 6 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ร่วมบรรเลงเพลงมโนห์รา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

ขณะที่สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย แจ้งว่า กองพระราชพิธีสำนักพระราชวัง ได้แจ้งกำหนด การประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลกงเต๊กน้อมอุทิศถวายพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรม มหาราชวัง ในวันที่ 23 พ.ค. โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปในการบำเพ็ญกุศล (พิธีกงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเวลา 18.00 น. เมื่อเสด็จถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์จีนนิกาย สวดพระพุทธมนต์พิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) จากนั้นเสด็จลงมายังมณฑล พิธีบูชาพระมหาโพธิสัตว์ (ไต่สือเอี๊ย) เครื่องกระดาษและเครื่องอุปโภคบริโภค ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระมหาโพธิสัตว์ นายกสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย กล่าวถวายรายงาน จากนั้นนายกสมาคมฯพร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน นำเสด็จไปทอดพระเนตรเครื่องกระดาษในพิธีกรรม รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ แล้วเสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระสงฆ์จีนสวดมาติกา จบแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์จีนถวายอนุโมทนา เสด็จกลับ

ขณะที่บรรยากาศที่พระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวัน มีประชาชนเดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กันอย่างต่อเนื่อง สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 15,415 คน รวม 196 วัน มี 7,084,306 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 972,871.50 บาท รวม 196 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 562,005,632.76 บาท