บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรงตัวไว้ขยับแผนยาว

เสียงเตือนตรงๆจากกัลยาณมิตร เชื่อว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. คงไม่หงุดหงิด ต่างจากคิวคนจากขั้วฝ่ายการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ประสานเสียงกันอัดแหลก 3 ปีรัฐบาล คสช.ล้มเหลว

แต่เพราะเป็นเสียงจาก “ดร.ซุป” ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีต ผอ.องค์การการค้าโลก และอดีตเลขาธิการอังค์ถัด และสถานะล่าสุด ผู้ทรงคุณวุฒิใน ป.ย.ป.

ล่าสุด อดีตผู้บริหารองค์กรระดับโลก ที่ผู้นำดึงมาเป็นกุนซือ ไปปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ประเทศไทยกับการเชื่อมโยงแบบไร้พรมแดนในภูมิภาค” บนเวทีที่จัดโดยสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.)

กระตุกตรงๆ เป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจประเทศ

โดย “ดร.ซุป” เรียกร้องให้รัฐบาลนำหน่วยงานเศรษฐกิจมาบอกถึงตัวเลขเศรษฐกิจจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชน

ที่ต่ำกว่าเป้า โตเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้น

รวมทั้งเป็นห่วงภาวะ “ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์”

เช่นเดียวกับการดึงภาคธุรกิจเอกชนมาร่วมสนับสนุนโครงการประชารัฐ ควรได้ประโยชน์กลับมา ไม่ใช่ลงทุนเพื่อแค่ได้หน้าได้ตา และไม่ใช่ส่งเสริมให้เอกชนมีกำไรมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำประโยชน์ให้ประชาชน

ชี้โยงปมช่องว่าง “เหลื่อมล้ำ” ตรงกับที่หลายฝ่ายเป็นห่วง

แล้วก็ไม่ใช่ติอย่างเดียว “ดร.ซุป” ยังชี้ถึงปัญหาในนโยบายหลัก โครงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชี้ช่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ต้องหาจุดขายการลงทุน โยงกับการส่งออกสินค้าพิเศษ

ทั้งติง ทั้งเสนอแนะ

แน่นอน “คนกันเอง” ทัก ทีมงานรัฐบาลก็รับฟัง และเปิดข้อมูลสอดคล้อง

อาทิ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นตรงกันว่า การลงทุนภาคเอกชนยังถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม แต่การลงทุนภาครัฐยังขยายตัวสูง เริ่มชัดเจนมากขึ้น

ส่วนที่รับผิดชอบแก้ปมเศรษฐกิจโดยตรง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ระบุ รัฐบาลมีเวลาอีกปีกว่าในการจะดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจ

การเติบโตเศรษฐกิจที่ร้อยละ 3.3 ไตรมาสแรก เป็นตัวเลขที่ดีในภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา สะท้อนการฟื้นตัวในฐานที่กว้างขึ้น

มองโจทย์เศรษฐกิจมีหวัง เข็นต่อไหว

นั่นก็ค่อนข้างจะมีน้ำหนักคัดง้างกับแรงกระแทก นอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนการเมือง ผลโพลสำรวจความเห็นประชาชน ในประเด็นความเป็นห่วงเศรษฐกิจปากท้องประชาชน

แรงเสียดทานเป็นระลอก โยงกระแสข่าวยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ ในคิวปรับ ครม.

แน่นอนส่วนหนึ่ง แรงกดดันย่อมกระแทกใส่ “ดร.สมคิด”

แต่อีกทางก็พอเบาใจได้ระดับหนึ่ง คิวเปลี่ยนม้ากลางศึกคงไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในโค้งสำคัญก่อนคืนอำนาจ นโยบายและโครงการ “มัดจำใจ” ที่ทีมเศรษฐกิจเข็นออกมาก็สะท้อนเป้าหมายตรงนี้

และ “ดร.สมคิด” ก็ทำได้ตามสเต็ป เข้าเป้าอำนาจพิเศษ

ล่าสุด “บิ๊กตู่” ก็ออกมาดับกระแสข่าวปรับ ครม.ด้วยตัวเอง

ไม่เท่านั้น นอกเหนือจากต้องรับผิดชอบโจทย์ยากแก้ปมเศรษฐกิจ ประคองสถานการณ์ห้วงภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ยังปั่นผลงานสู้จนพอทรงตัว และยังมองเห็นความหวัง

อีกทาง “ดร.สมคิด” ถือเป็นอีกขุนพลสำคัญใน “แผนยาว”

ว่ากันว่า ด้วยสายสัมพันธ์คอนเน็กชั่น สร้างเครือข่ายเน็ต-เวิร์กไว้ครอบคลุม ชื่อนี้ถูกเล็งเป็นอีกมืองาน โดยเฉพาะในบท “ดีลเมกเกอร์” ประสานนักการเมือง เจ้าสัว นักธุรกิจใหญ่

เป็นกองหนุนคนสำคัญผลักดัน “บิ๊กตู่” ให้ไปต่อบนเก้าอี้ “ผู้นำคนนอก” หลังเลือกตั้ง

มีการวางตัว “ดร.สมคิด” อยู่ในแผนทำทีมเฟสต่อไปไว้แล้ว.

ทีมข่าวการเมือง