วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สมคิด” เร่งเต็มสูบพัฒนาอีอีซี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานเจรจาจับคู่ธุรกิจไทย-จีน Thailand Cross Border Trade & Investment Conference ซึ่งจัดโดยธนาคารแห่งประเทศจีน (แบงก์ออฟไชน่า) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า คุณค่าของนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (วันเบลท์วันโรด) หรือเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน ไม่ได้อยู่ที่เรื่องวัตถุ หรือแค่มีโครงสร้างพื้นฐานเกิดขึ้นมา แต่อยู่ที่การใช้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นเชื่อมโยงนักธุรกิจ ประชาชนของแต่ละประเทศเป็นพลังแห่งเอเชียที่แท้จริง และประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เต็มที่เพื่อเชื่อมกับนโยบายวันเบลท์วันโรดของจีนอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

ทั้งนี้ ต้องการให้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนต่อไปในระยะยาว ไม่ใช่แค่เป็นโครงการใดโครงการหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ ทั้งการเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่ง ด้านรถไฟ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และรองรับยุคดิจิทัลที่จะมาถึง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศจีนซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก การเดินทางมาครั้งนี้จึงสำคัญที่จะช่วยนำนักธุรกิจที่มีความเหมาะสมกับไทยมาจับคู่เจรจาการค้ากัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีของทั้ง 2 ประเทศ

“ในปัจจุบันผู้ประกอบการของไทยยังตื่นตัวกับอุตสาหกรรม 4.0 น้อยมาก ซึ่งในอนาคตหากผู้ประกอบการไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง พัฒนาเพื่อเข้าไปสู่ห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชนของโลก ก็จะตกขบวน ดังนั้น จึงขอให้ทางธนาคารแห่งประเทศจีนช่วยแนะนำลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจจากทั่วโลกซึ่งไม่เฉพาะจีนเท่านั้นมาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการของไทย ทั้งธุรกิจขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี เพื่อให้เกิดการกระตุ้นและเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี”

ขณะเดียวกัน การจัดงานจับคู่ธุรกิจในครั้งต่อไป ต้องการให้ทางธนาคารแห่งประเทศจีน เชิญนักธุรกิจจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีคือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มาร่วมงานด้วย เพื่อให้ ทุกประเทศเติบโตไปพร้อมๆกันเพื่อให้เป็นห่วงโซ่อุปทานร่วมกันไปได้ในภูมิภาค หากมีความแตกต่างทางเทคโนโลยีสูงจะมีปัญหาอย่างแน่นอน

ขณะที่นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า นอก จากนักธุรกิจจีนจะมาจับคู่ธุรกิจกับนักธุรกิจไทยแล้ว จะไปเยี่ยมชม พื้นที่อีอีซี และรับฟังนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยด้วย ซึ่ง นักธุรกิจจีนส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อแผนการเตรียมพื้นที่การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของภาครัฐในอีอีซี.