บริการข่าวไทยรัฐ

หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจม.44 ปลด'บอร์ดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร'

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจ ม.44 ปลด "บอร์ดกองทุนฟื้นฟูกและพัฒนาเกษตรกร" ระบุ แก้หนี้เกษตรกรถูกฟ้องล้มละลายได้ไม่รวดเร็วและไม่มีประสิทธิภาพ

วันที่ 18 พ.ค. ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๖/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการดําเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

จากการที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรโดยการรับซื้อหนี้สิน จากเกษตรกรนั้น ในขณะนี้มีความจําเป็นต้องเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะกรณีที่เป็นหนี้สินเร่งด่วน อันเกิดจากหนี้ที่เกษตรกรถูกฟ้องล้มละลาย หนี้ที่เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้และบังคับคดี และหนี้ที่อยู่ระหว่างการดําเนินคดี แต่ด้วยเหตุที่การดําเนินการที่ผ่านมาของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ไม่อาจบริหารจัดการได้อันเนื่องมาจากปัญหาความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุน ความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ รวมไปถึงปัญหาการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ไม่อาจดําเนินการได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ปัญหาเหล่านี้ได้สะสมมาเป็นเวลานาน ทําให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรหยุดชะงักและไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจภาคการเกษตรซึ่งเป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้บุคคลซึ่งดํารงตําแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตําแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ

(๒) ผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ

(๓) ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นกรรมการ

(๔) เลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งรองเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกรจํานวนหนึ่งคน และผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จํานวนหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๓ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรเท่าที่มีความจําเป็นและเร่งด่วน ให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจมีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในส่วนที่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจพิจารณาศึกษาปัญหาการดําเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การแก้ไขปัญหาหนี้สินและความเดือดร้อนของเกษตรกรและปัญหาการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาและการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว

ข้อ ๔ การใดที่ต้องดําเนินการตามสัญญาที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจพิจารณาดําเนินการต่อไปเท่าที่จําเป็นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรเสร็จสิ้น

ข้อ ๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกรเฉพาะกิจมีอํานาจสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งสําเนาหรือแสดงเอกสาร สั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูล และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

ข้อ ๖ ให้เลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อน วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ พ้นจากตําแหน่งให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจแต่งตั้งรองเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รักษาการในตําแหน่งเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

ข้อ ๗ ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งรองเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รักษาการในตําแหน่งเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามข้อ ๖ วรรคสอง ให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจประกอบด้วยกรรมการโดยตําแหน่งที่เหลืออยู่ตามข้อ ๒ (๑) (๒) และ (๓) และปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจตามคําสั่งนี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งรองเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รักษาการในตําแหน่งเลขาธิการสํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามคําสั่งนี้

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งนี้ เป็นระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หากครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวและการดําเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรยังไม่แล้วเสร็จ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม เมื่อครบระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้สํานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้เพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรต่อไป

ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการ บริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะกรรมการบริหารจัดการหนี้ของเกษตรกร ให้คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวแล้วเสร็จ

ข้อ ๙ ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ ๑๐ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ