วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮัจยีกรุ๊ป นำนักธุรกิจ 95คน เปิดบัญชีBank เมียนมา ร่วมลงทุนพัฒนารัฐมอญ

(เครดิตภาพ คุณจิตติมาพร นิลมัย)

บริษัท ฮัจยีกรุ๊ป ดำเนินแผนพัฒนารัฐมอญ 78 โครงการ เป็นผู้บริหาร 95 คน เดินทางไปเปิดบัญชีที่ธนาคารเมียนมา พร้อมเปิดรับนักธุรกิจไทยที่สนใจเข้าโครงการ เชื่อบริษัทมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอ

​เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พ.ค. 60 นายเทพโยธิน มหาทุน (U KYAW MYINT OO) กรรมการผู้จัดการบริษัท ทิ พยู ไพล์ จำกัด (เมียนมา) จากรัฐมอญ ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจไทย ในเครือบริษัท ฮัจยีกรุ๊ป นำโดย ดร.สุภัตทา จันทรรังษี กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นผู้บริหารโครงการพัฒนารัฐมอญ 78 โครงการ 95 คน เดินทางไปเปิดบัญชีที่ธนาคารเมียนมา โอเรียนเทล (MYANMAR ORIENTAL BANK LTD. (M.O.B) เพื่อรองรับเงินลงทุนสำหรับการพัฒนารัฐมอญ สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นธนาคารทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ

​โดยการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการพัฒนารัฐมอญใน 78 โครงการนั้น คาดว่าหลังจากนักธุรกิจไทยซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการทั้ง 78 โครงการ ได้เปิดบัญชีธนาคารฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จะขึ้นทะเบียนเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินให้ทั้ง 78 ราย ก่อนที่จะโอนเงินลงทุนเข้าบัญชีทั้งหมดในงวดแรกเพื่อให้แต่ละโครงการสามารถมีเงินทุนดำเนินการตามโครงการที่รับผิดชอบต่อไป

ดร.สุภัตทา เผยว่า ทางบริษัทเราและบริษัทในเครือ มีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอในการเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการพัฒนารัฐมอญ 78 โครงการได้ทันที หลังได้รับเงินทุนดำเนินการแล้ว เนื่องจากผู้บริหารได้ลงสำรวจพื้นที่ตามแผนที่ตั้งของโครงการมาแล้วหลายรอบ และได้มีการวางแผนงาน กำหนดแบบและขั้นตอนการปฏิบัติการไว้เรียบร้อยแล้ว

​นอกจากนั้น ทางบริษัทฯ ยังได้กำหนดโครงการใหม่ขึ้นมาอีกกว่า 21 โครงการ เพื่อเติมเต็มช่องว่างของ 78 โครงการให้สมบูรณ์ อย่างเช่น โครงการ เกาะหงส์เขตเศรษฐกิจพิเศษ,โครงการแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันตก-การากั๊ว, โครงการแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายทะเลอันดามันฝั่งตะวันตก-แจ๊คคะมี,โครงการศูนย์ท่องเที่ยวครบวงจรหาดซัดเซ-เกาะซ้อน, โครงการบ้านพักวิถีมอญเชิงเกษตรกีฬา-ตันบูซายัต, โครงการพัฒนาศูนย์การค้ามอญไทย-ตลาดทองพระยา เป็นต้น

สำหรับความพร้อมในการพัฒนารัฐอื่นๆ ตามนโยบายของ นายเทพโยธิน นั้น เรามีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอในการเข้าไปดำเนินการ โดยเฉพาะรัฐยะไข่และรัฐกะฉิน ทางบริษัทฯมีความพร้อมทุกด้านเต็มศักยภาพ ที่จะเข้าไปพัฒนาในโครงการต่างๆ และพร้อมเปิดรับนักธุรกิจไทยที่สนใจจะเข้ามาร่วมกันพัฒนาโครงการต่างๆ ใน 2 รัฐดังกล่าว เพราะเชื่อว่า 2 รัฐนี้มีศักยภาพในการพัฒนา ทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม.