วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อายัดตัวสาวแสบ! ฉ้อโกง ปลอมเอกสารที่ดินขอกู้เงิน เสียหายนับ 100 ล้าน

ตำรวจชะอำ ขออายัดตัวสาวแสบ ก่อคดีฉ้อโกงทำธุรกรรมที่ดินปลอมแปลงเอกสาร นำไปขอกู้เงิน พบผู้เสียหายในหลายจังหวัด มูลค่านับร้อยล้านบาท ตร.ยื่นค้านประกัน ล่าสุดศาลไม่ให้ประกันตัว ส่งเข้าเรีอนจำแล้ว 

วันนี้ 18 พ.ค. ที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กลุ่มผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน การปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับเงินกู้จำนวนมาก ได้เดินทางไปยัง สภ.ชะอำ เพื่อยื่นคัดค้านการให้ประกันตัวต่อศาล จ.เพชรบุรี ในการฝากขังของ พสง.สภ.ชะอำ ซึ่งผู้ต้องหารายนี้คือ น.ส.ปวีร์สุดา โชควัฒนาสุข อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 671 ซ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 2 ถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

โดยก่อนหน้า ผู้ต้องหารายนี้ ถูกนางรานี อรชร อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/178 ม.4 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม ฟ้องต่อศาลจังหวัดหัวหิน ในคดีฉ้อโกงเช็คมูลค่า 6 ล้านเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลได้พิพากษาให้ น.ส.ปวีร์สุดาชดใช้เงินแก่ผู้ฟ้อง ซึ่งต่อมา น.ส.ปวีร์สุดา เบี้ยวการชำระหนี้ จึงถูกแจ้งความดำเนินคดี และระหว่างการให้ประกันตัวในชั้นศาล ก็ถูกพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แจ้งขออายัดตัวในคดีฉ้อโกงประชาชนในพื้นที่ จ.เพชรบุรี อีกหลายสิบคดี ซึ่ง พงส.สภ.ชะอำ ได้เดินทางไปรับตัวมาเมื่อเย็นวานนี้ และได้นำตัวส่งฝากขังต่อศาล จ.เพชรบุรี ผัดแรกในชั้นพนักงานสอบสวน

นางรานี กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เดิมชื่อ นางวรรพรรณ จ้อยสองสี ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ปวีร์สุดา โชควัฒนาสุข ส่วนนางรานี มีสามีเป็นชาวต่างประเทศ และพำนักอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก ส่วน น.ส.ปวีร์สุดา เป็นหลานสะใภ้ เริ่มต้นก็ชักชวนให้ร่วมลงทุนในการรับจดจำนองที่ดิน ซื้อขายที่ดิน แรกๆ ก็รายได้ดี ตนเองไว้ใจ เพราะอยู่ในบ้านตนเองมาตั้งแต่อายุ 15 ปี และต่อมาแต่งงานกับหลานชายตนเอง การทำธุรกิจซื้อมาขายไปเกี่ยวกับที่ดิน ต่อมาก็มีการนำเอกสารของตนเองไปปลอมแปลงและขาย รวมทั้งนำไปกู้เงินจากคนอื่น จนในที่สุดตนเองจับได้ว่าถูกโกง สร้างความเสียหายให้ตนเกือบยี่สิบล้านบาท และต่อมาทราบว่ามีการกระทำการฉ้อโกงกับรายอื่นๆ จำนวนมาก ตนจึงลงประกาศในโซเชียลมีเดียว่า บุคคลนี้มีพฤติกรรมในการฉ้อโกง ซึ่งมีผู้เสียหายในหลายจังหวัดทราบเรื่อง เช่น ในพื้นที่ จ.นครปฐม จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพัทยา จึงได้ประสานมา และร่วมกันติดตามหาเพื่อดำเนินคดี โดยในวันนี้ก็ได้มารวมตัวกันเพื่อเสนอศาลในการพิจารณาขอค้านประกันตัว เพราะก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาได้ขอประกันตัวและหลบหนีมาแล้ว รวมทั้งมีผู้เสียหายจำนวนมาก วงเงินมูลค่าความเสียหายเกือบหนึ่งร้อยล้านบาท ในส่วนของต้นเองก็เกือบยี่สิบล้านบาทแล้ว

ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายคือ ดาบตำรวจ ธรรมศักดิ์ ศรีจำพลัง อายุ 69 ปี ชาวตำบลสามพระยา อ.อะชำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ตนเองลูกสาวต้องการหาเงินทุนมาประกอบธุรกิจหนึ่งแสนบาท น.ส.ปวีร์สุดา ก็อ้างว่ามีนายทุนและจะหาเงินให้ โดยให้หลานสาวตนเองนำโฉนดที่ดินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตนจึงมอบให้ไป แต่พบว่า น.ส.ปวีร์สุดา ไปทำสัญญาเงินกู้มาสองแสนบาทและหลบหนีไป ทำให้ตนเองต้องไปไถ่ถอนโฉนดดังกล่าวในวงเงินสองแสนบาท

และยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายกำลังเดินทางมายัง สภ.ชะอำ เพื่อชี้ตัวและแจ้งให้พงส.ดำเนินคดีฉ้อโกงอีกจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่ามีการกระทำเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนมาก เพราะไม่สามารถทำได้เพียงผู้เดียว

ขณะที่ พงส.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้ทำคำคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก และมีวงเงินความเสียหายมากเช่นกัน ในระหว่างนำตัวขอฝากขังต่อศาล จ.เพชรบุรี

ล่าสุด 18.00 น. น.ส.ปวีร์สุดา โชควัฒนาสุข ผู้ต้องหายื่นเงินสดขอประกันตัว 3 แสนบาท แต่ศาล จ.เพชรบุรี พิจารณาไม่อนุญาตให้ประกัน จึงถูกควบคุมตัวฝากขัง ยังเรือนจำกลางเพชรบุรี ต่อไป.