บริการข่าวไทยรัฐ

บิ๊กฉัตร' สั่งจัดเกรด 'สหกรณ์' ทั่วประเทศ หวั่นซ้ำรอย เคหสถานนพเกล้า

พล.อ.ฉัตรชัย รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยตั้งแต่ปี 58 เดินหน้าตรวจสอบวงการสหกรณ์ สั่งยุบไปแล้วกว่า 1 พันแห่ง พร้อมลุยจัดเกรดสหกรณ์ทั่วประเทศ บังคับจัดทำบัญชีและสอบบัญชีที่ได้มาตรฐาน เซ่นพิษฉาว สหกรณ์เคหสถานนพเกล้า

จากกรณี กรมส่งเสริมสหกรณ์ สั่งเลิก สหกรณ์เคหสถานนพเกล้า ร่วมใจ จำกัด เนื่องจากมีการดำเนินการเข้าข่ายทุจริต ลักษณะไซฟ่อนเงินออกจากระบบ โดยนำที่ดินมาจำนองค้ำประกันในราคาสูงเกินจริง จนเกิดความเสียหายกว่า 5.7 พันล้านบาท ซึ่งมีสหกรณ์ใหญ่ 3 แห่งที่นำเงินมาลงทุน เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ 915 ล้านบาท ชุมนุมสหกรณ์ธนกิจไทย 4,485 พันล้านบาท สหกรณ์ครูนนทบุรี 113 ล้านบาทนั้น

ล่าสุด พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้น ได้สั่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งดำเนินการเน้นทำตามกฎหมาย และทำทันที ในส่วนมาตรการป้องกัน ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยตรวจสอบทุกสหกรณ์ ซึ่งได้ยุบเลิกสหกรณ์ไม่มีคุณภาพ 1,000 กว่าแห่ง พร้อมจัดเกรด และให้มีการจัดทำบัญชีและสอบบัญชีที่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อจำกัดความเสียหาย และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แนวทางต่อไปคือ การจัดตั้งกองทุนสำหรับช่วยเหลือสมาชิกในกรณีสหกรณ์มีปัญหา ตนขอให้ความมั่นใจว่าจะดูแลกิจการของสหกรณ์ให้มีมาตรฐานความเชื่อถือได้ ขอให้สมาชิกมั่นใจ

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบ พบว่ากรณีที่ชุมนุมสหกรณ์ธนกิจไทย นำเงินมาฝาก 4,485 ล้านบาทนั้น ทางสหกรณ์เคหสถานนพเก้าร่วมใจได้นำที่ดินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินฝากของชุมนุมสหกรณ์ธนกิจไทย จำนวน 6 แปลง โดยมีการประเมินราคาและซื้อขายกันที่ 6,883.86 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบของกรมฯ โดยอ้างอิงและเปรียบเทียบราคาซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าว พบว่า

1. ราคาประเมินราชการของกรมที่ดิน มีมูลค่า 608.83 ล้านบาท

2. ราคาตลาดจากราคาซื้อตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน และใบเสร็จของกรมที่ดิน มีมูลค่า 3,806.03 ล้านบาท
3. ราคาตามบัญชี (จากกระดาษทำการ งบทดรองของผู้สอบบัญชี วันที่ 31 มี.ค. 2558) มีมูลค่า 4,072.33 ล้านบาท

4. ราคาตลาดของที่ดินใกล้เคียงที่ประกาศขายมีมูลค่า 1,070.48 ล้านบาท 

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับราคาประเมินทั้ง 4 แห่ง จะพบว่า ราคาที่สหกรณ์เคหสถานนพเก้าร่วมใจประเมินนั้น แตกต่างกันตั้งแต่ 3,000-6,000 ล้านบาท เร็วๆ นี้ทางกรมฯ จะประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เพื่อประสานขอข้อมูลจากบริษัทประเมินกลางที่อยู่ในการกำกับดูแลอยู่ที่ ก.ล.ต. คาดว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 15 วัน และทางกรมฯ จะทำการประเมินราคาใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง