บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวมคดี รักต้องฆ่า เมื่อรักหวานกลายเป็นโศกนาฏกรรม

จากกรณี พบศพ น.ส.ปภัสรา หรือ ขวัญ มิตรภักดี อายุ 26 ปี เป็นชาว ต.ฉมัน อ.มะขาม จ.จันทบุรี นอนเสียชีวิตในสภาพนอนคุดคู้คว่ำหน้าจมกองเลือด อยู่บนพื้นหลังโต๊ะทำงานภายในออฟฟิศ ภายใน บ.เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) สาขาจันทบุรี เลขที่ 84/25 ถ.ท่าแฉลบ ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยถูกยิงหลายนัด เข้าบริเวณจุดสำคัญ กระทั่งต่อมา ได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือ นายบดินทร์ หรือ โบ้ท พ่วงพี อายุ 28 ปี ชาว อ.ขลุง จ.จันทบุรี แฟนหนุ่ม โดยสาเหตุเนื่องจากเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากฝ่ายชายไปมีหญิงอื่น จนทำให้ทะเลาะกับสาว น.ส.ปภัสรา ได้ขอเลิกรา แล้วฝ่ายชายมาตามง้อคืนดีแต่ไม่สำเร็จ จึงได้มาหาและชักปืนจ่อยิงดังกล่าว กระทั่งตำรวจตามจับกุมตัว นายโบ้ท ได้ที่บ้านญาติ พื้นที่บ้านท่าเรือขลุง ซ.6 ต.ขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ของกลาง

กรณีดังกล่าว สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างยิ่ง โดยเร็ว ๆ นี้ ได้มีหลายเคสที่เกิดจากเหตุ หึงหวง ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมรักต้องฆ่า

หนุ่มใหญ่ขายประกัน จับเมียผู้จัดการแขวนคอ ก่อนปลิดชีพตามดับคู่

วันที่ 29 เม.ย. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร้องกวาง จ.แพร่ ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายในบ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 1 บ้านแม่ยางร้อง ต.แม่ยางฮ่อ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในห้องครัวของบ้านพบศพผู้หญิงนอนจมกองเลือด ใกล้กันเป็นศพชายแขวนคอ จากนั้นแจ้งตำรวจกองวิทยาการแพร่ ร่วมตรวจสอบเก็บหลักฐาน ทราบชื่อภายหลัง นางสุภัสสร บัวอิ่ม อายุ 55 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพที่ลำคอมีเชือกมัดอยู่ แต่คาดว่า เชือกขาดแล้วศพตกพื้นศีรษะแตกเลือดนอง อีกรายคือ นายศักดิ์ดา บัวอิ่ม อายุ 56 ปี ใช้เชือกผูกกับขื่อ นอกจากนั้นพบเลือดเป็นรอยเท้าเดินวนรอบศพ นางสุภัสสร เข้าไปในห้องและเดินกลับมาที่ศพก่อนผูกคอตาย โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือหลักฐานอื่นน่าสงสัย จากนั้นหน่วยกู้ภัยนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.

สอบสวนทราบว่า ตอนเช้าเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงแต่ก็ไม่มีใครกล้ายุ่ง จนช่วงเย็นทราบว่าผู้จัดการสายการตลาดของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งเข้ามาที่บ้านเพื่อตรวจติดตามงานจาก นางสุภัสสร แต่โทรศัพท์แล้วไม่มีใครรับ มาถึงบ้านเห็นรถจอดอยู่จึงมองลอดกระจกก็ตกใจเพราะพบศพ จึงรีบบอกชาวบ้านแจ้งตำรวจ

ทางด้าน นายภาคภูมิ อุดยะเพื่อน 46 ปี อดีตน้องเขยของ นายศักดิ์ดา เผยว่า พี่สาวเล่าว่าเมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายศักดิ์ดา ผู้ตายซึ่งเป็นสามีเก่าของพี่สาว ให้ไปพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้น นายศักดิ์ดา ได้มอบบัตรเอทีเอ็ม สมุดฝากเงิน แหวน นาฬิกา และเงิน 3,000 บาท โดยบอกว่าหากเจ้าตัวตายให้เอาเงินจากประกันชีวิตไปใช้หนี้ธนาคารค่าบ้านที่เหลือ 100,000 บาท แล้วยกบ้านให้ลูกชายคนเล็ก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุนี้ขึ้น

หญิงหึงโหด ฆ่าสาวทอม บีบคอ ใช้สำลีอุดจมูกทั้งสองข้าง ตายในบ้านพัก

19 มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดคดีสะเทือนขวัญ​เป็นที่พูดถึงใน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพบสาว น.ส.ชนัสนันท์ ทองบำรุง อายุ 25 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้านมีนิสัยเป็นทอมบอย นอนตายอยู่ใต้เตียง สภาพศพมีบาดแผลเขียวช้ำที่ลำคอ และมีสำลีอุดจมูกทั้ง 2 ข้าง แพทย์ตรวจคาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง

แม่บุญธรรมของผู้ตาย เปิดเผยว่า ลูกสาวมีนิสัยเป็นทอม ทำงานเป็นพนักงานอยู่ร้านถ่ายรูปโฟโต้แม็กสาขา 12 หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คบหากับ น.ส.จันทร์เพ็ญ ไม่ทราบนามสกุล ทำงานเป็นครูอัตราจ้างอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มาได้ปีเศษ และวันเสาร์-อาทิตย์ แฟนสาวจะลงมาอยู่ด้วยกัน และมักจะมีเรื่องทะเลาะกันบ่อยๆ มาก เนื่องจากฝ่ายหญิงที่เป็นแฟนหึงหวงในตัวลูกสาวมาก ก่อนเกิดเหตุเมื่อเช้าวันนี้ 18 มี.ค. ฝ่ายหญิงได้ลงดอยมาสอบครูผู้ช่วยที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และตอนเย็นก็ขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีแดง-ดำ ไม่ทราบทะเบียน มาจอดไว้หน้าบ้าน แล้วก็เข้าไปหาลูกสาวที่นอนอยู่ในบ้าน

จากนั้นทั้งคู่ก็มีปากเสียงกัน ตนรู้สึกรำคาญจึงออกไปนอกบ้าน เมื่อกลับมาเห็นห้องลูกสาวปิดอยู่นึกว่าลูกนอนหลับแล้ว ต่อมาตอนเช้ามาเคาะห้องก็ไม่มีเสียงตอบนึกว่าลูกจะหลับ จนค่ำวันนี้มาเคาะห้องอีกก็ไม่ยอมเปิดห้อง เพราะล็อกลูกบิดด้านในไว้ จึงใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปพบว่าลูกสาวถูกฆ่าตายแล้ว

จากหลักฐานในที่เกิดเหตุทางตำรวจพบเสื้อแจ็กเกตแขนยาวของ ครูแฟนสาวตกอยู่บนเตียง และภายในห้องนอนมีร่องรอยการต่อสู้กัน คาดว่าแฟนสาวของผู้ตายอาจเป็นคนร้ายที่ต้องสงสัยมากที่สุด และก็เป็นดังนั้น เมื่อในเวลาต่อมา น.ส.จันทร์เพ็ญ ชาติกุลวาณิช อายุ 30 ปี ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ แล้ว เบื้องต้นให้การรับสารภาพในชั้นสืบสวน ว่าลงมือจริงเนื่องจากถูกทำร้ายก่อนจึงต้องลงมือเพื่อป้องกันตัว 

หึงหวง หนุ่มขับรถตู้ยิงอดีตแฟน ตายคาสนามหญ้า หน้าเสาธงภายในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

เมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เกิดคดีบุกยิงกันในสถานที่ราชการ เป็นข่าวดังในทั่วประเทศ​คือ มีคนร้ายบุกยิง น.ส.วาสนา บุราคร อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ซี 4 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทะเบียนคลังของ (สกสค.) เสียชีวิต บริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงภายในสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ถนนราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. ทำให้เจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานฯ ดังกล่าวแตกตื่น วิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ มือปืนคนนี้ก็คือ นายจำลอง หรือ ขาว พุ่มมาลัย อายุ 49 ปี ทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ที่เดียวกับผู้ตาย และเป็นอดีตแฟน ซึ่งเจ้าตัวได้เข้ามอบตัว หลังจากหนีไปอยู่อ่างทอง โดยสาเหตุที่มอบตัวนั้นเพราะว่า เพราะนอนไม่หลับ เห็นแต่อดีตแฟนสาวมาตามหลอกหลอน...

ทั้งนี้ นายจำลองให้การกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่า ได้คบหาเป็นแฟนกัน 2-3 ปี ไม่มีปัญหา กระทั่ง ฝ่ายหญิงจับได้ว่า ตนมีครอบครัว และกำลังจะตีตัวออกห่าง ก่อนหน้านี้มีการซื้อรถจักรยานยนต์ ราคากว่า 1 แสนบาท เป็นชื่อฝ่ายหญิง โดยตกลงกันไว้ว่าจะใช้ร่วมกัน แต่ต่อมา ฝ่ายหญิงจับได้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวอยู่แล้ว จึงทำให้มีปากเสียงกัน และฝ่ายหญิงเริ่มตีตัวออกห่าง

นายจำลอง อ้างอีกว่า วันหนึ่งรถจักรยานยนต์ฝ่ายหญิงยางรั่ว จึงนำรถไปซ่อมแซมให้ แต่ฝ่ายหญิงเข้าใจผิดคิดว่าคิดว่าจะมาเอารถคืนจึงมีการแจ้งความไว้ นอกจากนี้ นายจำลอง ยังมีปัญหาเรื่องเงิน ขอให้ฝ่ายหญิงทำเรื่องกู้ให้ ซึ่งในเช้าวันเกิดเหตุ นายจำลองได้มาทวงถาม แต่ฝ่ายหญิงก็บอกว่าเรื่องยังไม่อนุมัติ จากนั้นจึงได้ไปดื่มเหล้าและกลับมารอตอนเย็นพร้อมพกอาวุธปืนมาด้วย

เมื่อเจอหน้ากันตอนเย็น นายจำลอง พยายามถามฝ่ายหญิงว่ามีคนใหม่หรือไม่ ฝ่ายหญิงได้ปฏิเสธ นายจำลองจึงออกอุบาย ขอยืมโทรศัพท์กระทั่งเห็นข้อความในไลน์ที่คุยกับชายอื่น เมื่อเห็นดังนั้น นายจำลองจึงลงมือก่อเหตุทันที