บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอลบข้อมูล

โดย ซี.12

สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งยึดหลักในการทำงานว่า “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” มีตัวอย่างอีกมากมายหลายเรื่องเป็นอุทาหรณ์

คราวนี้เป็นประเด็นที่ นายวีระเชษฐ์ จรรยากูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ของหน่วยงานนี้ค้นคว้ามาเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับการขอให้ลบหรือแก้ไขข้อความในเอกสารหนังสือที่หน่วยงานทำขึ้น

เรื่องนี้นายเอ (นามสมมติ) ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศจากทุนของกระทรวงการคลัง เป็นเวลา 4 ปี ต่อมากระทรวงการคลังตรวจสอบพบว่านายเอได้รับทุนรัฐบาล (ก.พ.) ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แต่ไม่แจ้งให้กระทรวงการคลังทราบ จึงได้พิจารณาให้ทุนแก่นายเอไปในคราวนั้น

เมื่อทราบความจริงในภายหลัง นายเอจึงขาดคุณสมบัติผู้รับทุนการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกระทรวงการคลังที่ระบุว่า ผู้รับทุนหรือสมัครรับทุนต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างรับทุนหรือรอรับทุนอื่น กระทรวงการคลังจึงมีหนังสือเรียกให้นายเอมารายงานตัวแล้วให้กลับไปทำงาน โดยแจ้งว่าการที่ไม่แจ้งว่าได้รับทุนของ สกอ. จนกระทรวงการคลังให้ทุนทั้งที่ขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก ถือว่ามีเจตนาปกปิดข้อมูลและตามระเบียบข้าราชการพลเรือนก็ว่าไว้ ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดความจริงที่ต้องแจ้ง ก็ถือว่ารายงานเท็จด้วย

นายเอจึงมีหนังสือถึงกระทรวงการคลังขอให้ลบข้อความดังกล่าวออกจากหนังสือที่ระบุว่า “ถือว่าท่านมีเจตนาปกปิดข้อมูลการรับทุนของ สกอ.ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ที่บัญญัติว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดความจริงซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่ารายงานเท็จด้วย” โดยอ้างสิทธิตามมาตรา 25 และขอให้ยกเลิก/เพิกถอนหนังสือฉบับดังกล่าว

แต่กระทรวงการคลังมีหนังสือแจ้งว่าไม่สามารถลบข้อความใดออกจากหนังสือฉบับดังกล่าวได้ เพราะหนังสือที่แจ้งนายเอให้กลับไปทำงานเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เมื่อการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงจึงได้ถอนสิทธิการรับทุนการศึกษา แต่เมื่อนายเอได้ลาออกจากราชการ กระทรวงการคลังจึงไม่ได้ดำเนินการทางวินัย และไม่ต้องชดเชย ชดใช้ความเสียหายใดๆ จนเรื่องมาถึงสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

คณะกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสารฯ วินิจฉัยว่า ข้อความในหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ระบุข้อความดังกล่าวมิใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เรื่องของนายเอไว้พิจารณา

ทั้งนี้ข้อความนั้นมันอาจจะบาดใจนายเอ แต่คณะกรรมการวินิจฉัยก็ลบให้ไม่ได้ เพราะมาตรา 25 ที่อ้างนั้นเป็นการให้แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือลบ วัน เดือน ปีเกิด ประวัติส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนให้ถูกต้องตรงตามความจริง

ตัวเองทำความผิดและชิงลาออกไปแล้วยังมีหน้ามาเรียกหาความเป็นธรรมอีก อย่างนี้ไม่ควรเป็นข้าราชการอยู่แล้ว.

“ซี.12”