บริการข่าวไทยรัฐ

ตะกั่วในขนมขบเคี้ยว

ขนมขบเคี้ยว อาหารชิ้นเล็กๆ ไว้ทานเล่นเวลาหิวก่อนหรือหลังอาหาร บางคนทานก่อนนอนก็ยังได้

ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบเป็นหลัก แต่งกลิ่นให้ใกล้เคียงส่วนผสม เช่น กุ้ง ปลาหมึก สาหร่าย ปูอัด ไก่ หมู ชีส เป็นต้น เพิ่มรสชาติเค็ม หวาน เปรี้ยว ตามสัดส่วนของความอร่อย เด็กๆชอบซื้อหามาทาน แถมราคาก็พอรับได้ จึงผลิตขายกันแบบไม่ขาดตลาด

หากทานในปริมาณพอเหมาะในแต่ละวันคงไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่หากทานมากเกินความจำเป็น หรือไม่ทานอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ ร่วมด้วย อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ เพราะขนมขบเคี้ยวอาจมีโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปนเปื้อนได้

ปกติตะกั่วมักจะพบปนเปื้อนได้ทั้งในดินและน้ำ รวมถึงพืชผัก ผลไม้ที่เพาะปลูกในดิน และใช้น้ำที่มีตะกั่วปนเปื้อน หากผู้ผลิตนำพืชผัก ผลไม้ที่มีตะกั่วปนเปื้อนเหล่านี้มาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารหรือส่วนประกอบของขนมขบเคี้ยว

คราวนี้ อันตรายก็ตกอยู่กับผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กๆที่เป็นของคู่กันกับขนมขบเคี้ยว

สารตะกั่วที่เราได้รับจากอาหารนั้น มันจะค่อยๆเข้าไปสะสมในร่างกายทีละน้อย จนถึงเวลาหนึ่งจึงแสดงอาการ อาการส่วนใหญ่ที่พบบ่อยคือ อาการของระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะทำให้ปวดท้อง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องผูก ไปจนถึงขั้นเป็นอัมพาต และหมดสติได้

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน กำหนดให้อาหารมีสารตะกั่วปนเปื้อนได้ไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม

วันนี้ สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างขนมขบเคี้ยวจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ เพื่อวิเคราะห์หาสารตะกั่วปนเปื้อน

ผลปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบตะกั่วปนเปื้อนเลย

อาจเป็นเพราะวัตถุดิบตั้งต้นเราดี กระบวนการผลิตมีมาตรฐานคนรับประทานจึงปลอดภัย.