บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความเชื่อมั่นในนโยบายรัฐ

โดย หมัดเหล็ก

หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี ได้มีความเห็นให้ อัยการสูงสุด ดำเนิน การ ส่งเรื่อง การคืนท่อก๊าซของ ปตท. ให้ ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัย ตามข้อเสนอของฝ่ายที่คัดค้านอีกครั้ง ทั้งๆที่ ศาลปกครองและกระทรวงการคลัง ได้วินิจฉัยยืนยันไปหลายครั้งแล้วว่า กระบวนการคืนท่อก๊าซของ ปตท. ได้ดำเนินการครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว น่าเสียดาย ว่าความพยายามในการที่จะให้คืนท่อก๊าซ ซึ่งบางส่วนก็อยู่ในทะเลให้กับรัฐ ซึ่งก็หมายถึงกระทรวงการคลัง และกระทรวงการคลังก็ถือหุ้นใหญ่ใน ปตท.อยู่แล้ว จะเกิดประโยชน์และเป็นสาระสำคัญอย่างไรกับการคัดค้านครั้งนี้

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารบ้านเมืองมาครบ 3 ปีเต็ม โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด มีการผุดนโยบายรองรับการฟื้นตัวเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกระดับมากมาย แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

เพราะขาดเรื่องของความเชื่อมั่นจากนักลงทุน

โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน ที่นักลงทุนยังจับตารอดูความชัดเจนจากภาครัฐซึ่งมีความคลุมเครือทาง ด้านนโยบายและความมั่นคงทางด้านพลังงาน ยังไม่มีความชัดเจนยั่งยืน ที่จะเรียกความมั่นใจจากนักลงทุนได้เต็มร้อย จากความไม่แน่นอนของนโยบายที่กลับไปกลับมา หลายโครงการต้องชะลอและล่าช้าไปกว่าแผนนโยบายพลังงานแห่งชาติที่วางเอาไว้ เพียงเพราะการชุมนุมคัดค้านของคนส่วนหนึ่งเท่านั้น

ยกตัวอย่างโรงไฟฟ้า 2 แห่งในภาคใต้ที่ถูกต่อต้านจากเอ็นจีโอ กดดันรัฐบาลจนต้องใส่เกียร์ถอย อ้างว่าจะต้องทำการสำรวจสภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอีกครั้ง ทันทีที่ชะลอแผนการสร้างโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง การใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนไฟฟ้าได้ตลอดเวลา จะสังเกตว่า ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นทุกเดือน สาเหตุเพราะในเมื่อต้องนำวัตถุดิบโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเข้ามาเพื่อผลิตไฟฟ้าจากต่างประเทศมากขึ้น ค่าไฟก็แพงขึ้นตามต้นทุนไปด้วย

ยังไม่รวมความล่าช้าในการตัดสินใจต่อการให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากหลังจากการให้สัมปทานแหล่งปิโตรเลียม 2 แหล่ง คือ แหล่งบงกชและเอราวัณ จะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เส้นทางนโยบายพลังงาน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีเอ็นจีโอ คอยขัดขวางอยู่ตลอดเวลา และถ้าภาครัฐยังไม่กล้าตัดสินใจอย่างใด อย่างหนึ่ง ซื้อเวลาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับเอ็นจีโอไปเรื่อยๆ อนาคตของพลังงานไทยน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ล่าสุดที่กลุ่ม คปพ. อ้างว่า พ.ร.บ.ปิโตรเลียมขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรค 2 ที่มีการตัดมาตรา 10/1 ออกไป ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ย่อมจะส่งผลให้การดำเนินการให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ต้องชะลอไปอย่างไม่มีกำหนด ด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีผลกระทบแน่นอน

ซึ่งยังไม่รวมกับการตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ที่ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณา ตามกรอบเวลาที่ สนช. กำหนดภายใน 60 วัน ท้ายที่สุด ปัญหา พลังงานของประเทศก็กลายเป็นดินพอกหางหมู จนได้ ไร้ทิศทางและการพัฒนาที่ยั่งยืน.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th