บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท้าทายอำนาจพิเศษ

โดย สายล่อฟ้า

3 ปี คสช. การเมืองยังวนที่เก่า

แรกๆตั้งท่าจะแถลงผลงานของรัฐบาล คสช. ในโอกาสครบรอบ 3 ปี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรัฐบาล ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากอำนาจพิเศษ

เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะโชว์ว่าการบริหารประเทศที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง เพื่อสร้างความพอใจให้กับประชาชน

เรียกเครดิต ชื่อเสียง บ่งบอกถึงความสามารถ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บอกว่าจะให้กระทรวงต่างๆแยกแถลงผลงานของตัวเอง ไม่ได้เหมารวมทั้งหมด เว้นแต่ระดับหัวหน้ารัฐบาลและรองนายกฯ ที่จะชี้แจงเป็นรายๆไป

พูดง่ายๆว่าให้ทุกฝ่ายที่รับผิดชอบโชว์กันไปเลย

แน่ละ...วาระอย่างนี้ หากรัฐบาลเก็บเกี่ยวผลงานในด้านต่างๆออกมานำเสนออย่างเป็นรูปธรรมว่า ได้ทำอะไรไปบ้าง มีผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน และจะทำอะไรต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ก็คงจะเรียกคะแนนสนับสนุนได้อย่างเต็มที่

ทว่าเรื่องแบบนี้มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะยังไม่ทันไรก็โดนรุมกระหน่ำทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากนักการเมืองที่โจมตีด้วยเหตุผลต่างๆนานา สรุปก็คือ “สอบตก”

ยิ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง ก็เลยเป็นโอกาสที่จะเสนอหน้าออกมา แม้แต่หลายคนที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ก็เลยเป็นจังหวะเหมาะเหมือนที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯแขวะเอาว่า “กลัวคนจะจำหน้าไม่ได้หรือไง”

นี่กระมังที่ทำให้รัฐบาลเกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาทันที

สุดท้ายก็เลยได้โอกาสประกาศเลื่อนการแถลงผลงานออกไปไม่มีกำหนด ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า “เมื่อยังขัดแย้งทะเลาะกันอย่างนี้ก็ไม่ต้องแถลง”

นอกจากจะเกิดความรู้สึกทำนองว่า สู้ทำงานกันตัวเป็นเกลียว แต่กลับมองไม่เห็นผลงานจนเกิดความสับสนไปหมด

ว่าที่จริงแล้วที่มองกันตรงมีการยอมรับเพียงเรื่องเดียวก็คือ รัฐบาลชุดนี้ทำให้บ้านเมืองสงบร่มเย็น

ถือว่าเป็นข้อดีข้อหนึ่งที่ปฏิเสธได้ยาก

แต่เหตุระเบิดไปป์บอมบ์ใกล้โรงละครแห่งชาติ สนามหลวง แม้ตอนแรกจะพยายามปิดข่าวว่าไม่ใช่ระเบิด แต่ด้วยหลักฐานต่างๆแล้วชัดเจน

พร้อมกับโยงว่า เป็นกลุ่มเดียวกับพวกที่วางระเบิดหน้ากองสลากเก่าที่ผ่านมา เพื่อหวังผลดิสเครดิตรัฐบาล

เมื่อรัฐบาลมี “จุดแข็ง” ในด้านความมั่นคง ทำให้บ้านเมืองสงบ ประชาชนพึงพอใจ ระเบิดลูกนี้เท่ากับแสดงให้เห็นว่า “มั่นคงจริงหรือ?”

เป็นคำตอบที่ทำให้เห็นว่า สถานการณ์บ้านเมืองในความเป็นจริงแล้วไม่ได้สงบอย่างที่พูดกัน ตรงกันข้ามก็พร้อมที่จะเกิดเหตุได้ เพราะรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด

และยังเป็นเครื่องบ่งบอกได้เช่นกันว่า แม้ภาพรวมทั้งหมดจะมีความสงบ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีพวกที่ต้องการให้เกิดความไม่สงบสามารถกระทำเมื่อใดก็ได้

แม้จะไม่ได้มุ่งประสงค์ต่อชีวิต แต่ก็ทำให้สถานการณ์ต่างๆยังไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้าที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง ประเทศ

ดิสเครดิตนายกฯ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. แม้กระทั่ง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งคุมพื้นที่โดยตรง

ในภาวะที่รัฐบาลอาการไม่ค่อยจะดีนัก นอกเหนือจากแรงกระทุ้งของฝ่ายการเมืองแล้ว ยังเจอระเบิดการเมืองอย่างนี้เข้าไปอีก

ต่อมความอดทน อดกลั้น จะแตกเมื่อใดมิอาจคาดเดาได้.

“สายล่อฟ้า”