บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ลั่นไม่ปรับครม. พยาบาลแฮปปี้ บรรจุ5,885คน

“บิ๊กตู่” ปลุก ขรก.ช่วยชี้นำประชาธิปไตยที่ถูกต้อง โต้ครหาอยากอยู่ต่อสืบทอดอำนาจ แค่ห่วงหลังเลือกตั้งได้คนไม่ดีกลับมา ว้ากสื่อถามปรับ ครม. สวน รธน.ฉบับใหม่ไม่ได้เขียนบังคับ ไม่ต้องทำฉุนเครือข่ายพยาบาลยังไม่พอใจมติ ครม. โวยทำดีที่สุดแล้วอย่าหาเรื่องสร้างปมขัดแย้ง “วิษณุ” เผยยุติแล้ว สั่ง สธ.-ก.พ.ตั้ง กก.กำหนดกำลังคนด้านสาธารณสุขแก้ปัญหาระยะยาว ปลัด สธ.คอนเฟอเรนซ์ปิดจ๊อบเคาะปี 60 รับบรรจุรวม 5,885 ตำแหน่ง ที่เหลือ 8,792 ทยอยบรรจุ 3 ปี ประธานเครือข่ายฯ แฮปปี้ข้อสรุป เลิกไขก๊อกแล้ว ผู้ว่าการ สตง.อุบไต๋ผลสอบเรือดำน้ำ รอพบ ผบ.ทร.ก่อนแถลงผลทางการ ปปง.สั่งอายัดทรัพย์ 687 ล้าน “ลูกชายเสี่ยเปี๋ยง” กับ 4 บริษัทเอี่ยวโกงจำนำข้าว

การบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ใกล้จะครบรอบ 3 ปี ถูกฝ่ายการเมืองเกาะติดวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวในทุกมิติ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าแม้ขณะนี้บ้านเมืองดูสงบเรียบร้อยแต่ยังคงมีคนไม่ดี คอยพูดจาบิดเบือนสร้างความวุ่นวาย แต่จะเดินหน้าทำงานอย่างเดียว โดยยังจะไม่มีการปรับ ครม.ในเวลานี้

นายกฯขอ ขรก.รุ่นใหม่ซื่อสัตย์สุจริต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบโอวาทแก่ข้าราชการที่สำเร็จจากโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ รุ่นที่ 9 จำนวน 39 คน พร้อมมอบประกาศนียบัตร และเข็มที่ระลึก โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เข้าร่วม ทั้งนี้ นายกฯกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า บุคลากรภาครัฐที่มีคุณภาพจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ นำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความก้าวหน้าของประเทศที่ยั่งยืน ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับตัวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 บูรณาการด้านงบประมาณ บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่น่าเชื่อถือและสร้างความศรัทธาเป็นที่พึ่งประชาชน ทุ่มเท เสียสละ และขอให้ทุกคนตระหนักในความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนอยู่เสมอ จากนั้นนายกฯได้ร่วมถ่ายรูปหมู่กับผู้บริหาร ข้าราชการ ที่ห้องโถงกลางตึกสันติไมตรี โดยมีข้าราชการขอถ่ายเซลฟี่กับนายกฯ

ปัดสืบอำนาจแค่ห่วง ลต.ได้คนไม่ดี

นายกฯกล่าวต่อว่า ข้าราชการที่ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายการเมืองต้องยึดหลักคิดที่ถูกต้อง กำลังแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อปกป้องข้าราชการที่ต้องมารับผิดชอบเมื่อมีคดีขึ้นมา และขอให้ช่วยสร้างการรับรู้ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งใครเข้ามาก็ได้ รู้สึกเป็นห่วงตรงนี้ ไม่ใช่อยากอยู่สืบทอดอำนาจ แค่กังวลว่าที่ทุกคนทำวันนี้จะล้มเหลว เมื่อเลือกตั้งแล้วได้คนไม่ดีกลับเข้ามา ย้ำตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร หากใครทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจริงตนก็รัก แต่ถ้าทำไม่จริงกฎหมายต้องดำเนินการอยู่แล้ว ต้องช่วยชี้นำทำแต่เรื่องที่ดี ไม่ใช่เป็นแกนนำทางการเมืองที่ชี้นำในสิ่งที่ไม่ดี

ป้องกองทัพยันต้องมียุทโธปกรณ์

นายกฯกล่าวอีกว่า ได้รับคำชี้แจงจากตำรวจจราจร หลังมีประชาชนร้องเรียนว่าปัญหาจราจรติดขัด ตำรวจไม่สนใจทำหน้าที่ มัวแต่เล่นโทรศัพท์มือถือ การทำหน้าที่ของตำรวจพัฒนาไปมาก ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยโดยใช้โทรศัพท์มือถือเปิดสัญญาณไฟจราจรแทนการกดสวิตช์ จึงวอนประชาชนเข้าใจ อย่าให้คนดีหมดกำลังใจ วันนี้มีภัยมากมาย ประเทศต้องเตรียมพร้อมรับมือ อย่างประเทศที่มีน่านน้ำ ต้องมีขีดความสามารถทางทะเลสูงสุด ตนไม่ได้แก้ตัวแทนใคร แต่เราจำเป็นต้องมีศักยภาพอย่างมีตัวตน เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ทั้งหมดมีการวางแผนการใช้จ่ายงบฯ และขอบคุณสื่อทุกสำนัก โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์เสนอข่าวเบาลง ไม่ขยายต่อ แต่ไม่ได้หมายถึงให้ต้องปกปิด เพราะความมั่นคงและสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองวันนี้สำคัญที่สุด

แนะหนังสือเปลี่ยนวิธีคิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯยังได้แนะนำหนังสือแก่ข้าราชการรุ่นใหม่ เป็น 1 ใน 10 เล่มที่ขายดีตลอดการ ได้แก่ หนังสือเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเปลี่ยน หรือ INFLUENCER THE POWER TO CHANGE ANYTHING พูดอย่างไรไม่ให้พัง หรือ Crucial conversations เป็นหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทม์และหนังสือชีวิตของประเทศ โดยนายกฯกล่าวว่า สามารถใช้ได้ทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัว แนะนำวิธีพูดในเรื่องสำคัญที่กระทบความรู้สึก ให้คนยินดีรับฟัง ไม่ต่อต้าน และพร้อมทำตามคุณ

ว้าก รธน.ไม่บังคับ–ไม่มีปรับ ครม.

ต่อมาเวลา 10.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้บ้านเมืองสงบดีเรียบร้อยดี แต่คนไม่ดียังมีอยู่ พยายามทำให้เกิดความวุ่นวายในหลายเรื่อง พยายามพูดบิดเบือน แต่รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานอย่างเดียว เพราะขี้เกียจพูดแล้ว และเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ตนเสียสมาธิในการทำงาน เพราะตนมีสมาธิดีตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ถ้าไม่มีสมาธิคงอยู่ไม่ถึงทุกวันนี้ เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯย้อนถามทันทีว่า “ทำไมต้องปรับ ปรับใคร หรือต้องปรับตามสื่อ แล้วรัฐมนตรีที่มีอยู่บกพร่องอย่างไร และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนไว้ให้ต้องปรับเปลี่ยน ครม.หรือเปล่า เมื่อไม่ได้บอกก็ไม่ต้องทำ ยังไม่ทำ”

“วิษณุ” ติง สปท.อย่าชงใช้ ม.44 ผ่านสื่อ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 แต่งตั้งคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) โดยมีนายกฯ เป็นประธาน ระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จว่า เห็นข้อเสนอจากสื่อแล้ว แต่ สปท.ยังไม่ได้เสนอมา หากจะเสนอจริงๆ ช่วยเสนอมาเป็นเรื่องเป็นราว อย่าเสนอผ่านสื่อ แล้วจะพิจารณา ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้มาตรา 44 นั้น ตนไม่กล้าตอบก่อน เพราะ คสช.ต้องเป็นคนใช้อำนาจนี้ และตนไม่ได้เป็น คสช. เพียงแต่เวลาจะทำ คสช.จะส่งมาให้ดู ก่อนหน้านี้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ถูกคัดค้านมาก จึงนำเข้าไปอยู่ในการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยให้มีการรับฟังความเห็นให้หลากหลาย และดึงเอาไว้เป็นฉบับสุดท้าย

ป้อง คสช.ไม่เสพติดอำนาจพิเศษ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอให้ใช้มาตรา 44 ออกกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูป 36 ฉบับว่า เห็นด้วยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่ระบุว่าจะใช้มาตรา 44 ออกกฎหมายทั้งหมดไม่ได้ เพราะอาจมีกฎหมายบางฉบับสอดคล้องนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว รวมถึงกฎหมายบางฉบับที่ไม่ยุ่งยากต้องส่งไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาและส่งให้ สนช.ต่อไป ส่วนบางฉบับที่มีการต่อต้านคงต้องชะลอไว้ก่อน สนช.เหลือเวลาทำงานประมาณ 1 ปี คงช่วย สปท.ได้ โดยไม่ต้องใช้มาตรา 44 เมื่อถามว่าข้อเสนอของประธาน สปท. เท่ากับเสพติดการใช้มาตรา 44 หรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ไม่มีการเสพติด คสช.มีหน้าที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในสิ่งที่กฎหมายปกติแก้ไขไม่ได้ ที่ผ่านมา คสช.ไม่เคยแตะต้องกฎหมายหลัก จึงไม่มีอะไรเสพติด

โยนนายกฯตัดสินเร่งสปีดปฏิรูป

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า สิ่งที่สปท.เสนอไม่ได้มาเสนอช่วงโค้งสุดท้ายของการทำงาน สปท.มีแนวทางดำเนินการปฏิรูป 2 แนวทางคือ 1.การใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินของนายกฯและ ครม. 2.การใช้กฎหมายเพื่อการปฏิรูป โดยตราเป็น พ.ร.บ. ผ่าน สนช.หรือใช้มาตรา 44 ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯจะใช้แนวทางใด การปฏิรูป 36 เรื่อง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 ประธาน สปท.จึงเห็นว่าภายใต้เงื่อนเวลาที่จำกัด และงาน สนช.ที่มากขึ้นในการตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอีก 40-50 ฉบับ จึงเสนอให้ใช้แนวทางมาตรา 44 แต่ขึ้นอยู่กับนายกฯจะเห็นควร

“วิษณุ” แจงปมสรรหา คตง.ชุดใหม่

เมื่อเวลา 12.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีการปรับปรุงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 23/2560 เกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)ว่า ปัญหาคือความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับกรรมการสรรหา คตง.ที่ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรอิสระ ทำให้เข้าใจว่าองค์กรอิสระทุกองค์กรส่งตัวแทนเข้ามาได้ แต่ข้อความนี้ลอกมาจากรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ชัดว่า ถ้าสรรหาองค์กรใด องค์กรนั้นส่งผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมสรรหาไม่ได้ กรณีนี้ คตง.ส่งมาไม่ได้ คำสั่งที่จะปรับปรุงให้ชัดเจน รวมถึงกำหนดให้เริ่มหากรรมการสรรหาใหม่ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่คำสั่งที่จะปรับปรุงใหม่ออก ถ้าจำเป็นจะขยายเวลาในส่วนนี้ด้วย ส่วนระยะเวลาการสรรหาคตง.นั้นกำลังดูว่าจะใช้เวลา 60 หรือ 90 วัน ไม่ต่างกันมาก เพราะถึงอย่างไรจะได้ คตง.ชุดใหม่ก่อนวันที่กรรมการชุดปัจจุบันหมดวาระช่วงปลายเดือน ก.ย. รวมทั้งทำให้ชัดเจนว่ากระบวนการสรรหาเริ่มตอนนี้ ไม่ใช่ให้ไปสรรหาหลัง คตง.ชุดนี้ครบวาระ และ คตง.ชุดใหม่จะเป็นคนสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่อไป ถ้ายังหาไม่ได้ ในคำสั่งที่ 23/2560 ระบุไว้แล้วว่า ให้ผู้ว่าการ สตง.หมดวาระพร้อม คตง.ช่วงปลายเดือน ก.ย. ต่อจากนั้นจะตั้งใครเป็นผู้รักษาการเป็นอำนาจหัวหน้า คสช. แต่ถึงอย่างไรก็มีรองผู้ว่าการ สตง.อยู่ สรุปจะไม่เกิดช่องว่างไม่ต้องออกคำสั่งใหม่

ย้ำชัดๆ คตง.สมัครใหม่อีกรอบไม่ได้

เมื่อถามว่า ในคำสั่งเขียนไว้ชัดเจนแล้วหรือไม่ว่า คตง.ชุดเดิมจะกลับเข้ารับการสรรหาใหม่ไม่ได้ รองนายกฯ ตอบว่า มันชัดเจนว่าไม่ได้ ไม่ต้องเขียนอะไรเพิ่มเพราะอยู่ในคำสั่งเก่า มีข้อห้ามในรัฐธรรมนูญว่าผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จะมาสมัครในองค์กรอิสระอีกไม่ได้ ถ้าครั้งนี้เขียนให้ทำได้จะมีคนแย้งว่าขัดรัฐธรรมนูญ

แจงเหตุลูกชายนั่งกุนซือปฏิรูป ก.ม.

นายวิษณุยังกล่าวถึงคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 123/2560 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย ที่มีชื่อนายวิชญะ เครืองาม บุตรชาย เป็นกรรมการว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว เป็นผู้ไปเลือกกรรมการที่ปรึกษา ส่วนจะกลายเป็นข้อครหาหรือไม่ที่นำบุตรชายของตนมาเป็นกรรมการด้วยนั้น คณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่ที่ปรึกษากฎหมาย ไม่ได้ทำเรื่องปรองดองหรือเรื่องความลับอะไร และคงไม่ได้ทำอะไรเท่าไร หากไม่เหมาะสมก็ลาออกได้ ไม่เป็นอะไร เรื่องนี้บุตรชายของตนไม่ได้มาปรึกษาเรื่องนี้ แต่นายบวรศักดิ์เป็นคนปรึกษา

สั่งสรรหา คตง.ภายใน 90 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 25/2560 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัว คสช.ที่ 23/2560 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ สรุปว่า ผู้เคยได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ถือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามรับสมัคร เมื่อมีผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่คำสั่งนี้มีผล พ้นจากตำแหน่ง หรือจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ให้สรรหาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยไม่ให้ คตง.ส่งตัวแทนร่วมเป็นกรรมการสรรหา กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาที่กำหนด ให้เลขาธิการวุฒิสภารายงานหัวหน้า คสช.พิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็น ส่วนการนับระยะเวลาการสรรหา คตง.ตามคำสั่ง คสช.ที่ 23/2560 ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 17 พ.ค.

กรธ.เปิดรับฟังร่าง พ.ร.บ.ที่มา ส.ว.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.โดยเนื้อหาของเวทีสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น ภายหลัง กรธ.ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนตามภูมิภาค นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่าง พ.ร.บ.ฯ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 มาตรา 107 กำหนดให้การเลือก ส.ว.ดำเนินการผ่านการเลือกกันเองของผู้สมัครตามแต่ละกลุ่มสาขาวิชาชีพ แต่ในหลายเวทีที่ไปรับฟังความคิดเห็นมีการเสนอว่าควรมีกลไกที่ป้องกันไม่ให้เกิดการฮั้วกันเอง พร้อมกับได้เสนอข้อเป็นพิจารณาว่าควรตัดสัดส่วนผู้สมัคร ส.ว.ในกลุ่มสตรีออกไปหรือไม่ เนื่องจากบางเวทีได้สะท้อนว่าการกำหนดให้มีกลุ่มสตรีเป็นการเฉพาะจะทำให้ถูกมองว่าสตรีไม่มีความสามารถพอหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเลือก ส.ว.ในครั้งนี้จะไม่เปิดเวทีปราศรัยให้กับผู้สมัคร หรือติดแผ่นป้ายตามพื้นที่สาธารณะ เพราะประชาชนไม่ได้เป็นคนเลือก ส.ว.เหมือนกับการเลือก ส.ส. ดังนั้น อาจจะเป็นการกำหนดให้ผู้สมัครทำการแนะนำกันเองในกลุ่มผู้สมัครเท่านั้น

กกต.เล็งยื่นตีความเวลาเลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.ไม่ติดใจสิ่งที่ กรธ.ยกร่างมา แต่การกำหนดกลไกการสรรหา ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ การแบ่งกลุ่ม 20 กลุ่มอาชีพเป็นเรื่องดีจะได้บุคคลที่มีองค์ประกอบ ควรต้องออกแบบให้ดี และไม่ว่าจะออกแบบอย่างไรก็ป้องกันการฮั้วได้ยาก ส่วนข้อเสนอให้จับสลากในจังหวัดจาก 5 คนให้เหลือ 1 คนนั้น อาจป้องกันการฮั้วได้ในระดับหนึ่ง แต่จะทำให้ได้คนมาแข่งขันระดับประเทศไม่ได้มาจากความรู้ความสามารถแท้จริง เพราะ 5 คนนั้นอาจมีคุณสมบัติไม่เท่ากัน จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าได้คุ้มเสียหรือไม่ สำหรับกรอบเวลาการเลือกตั้งที่ให้ กกต.ดำเนินการภายใน 150 วัน หลังร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันว่าให้นับรวมถึงการรับรองผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่ กกต.ได้ส่งหนังสือสอบถามไปยัง กรธ.และคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าตีความอย่างไร ยังไม่ตอบกลับมา หากเห็นแตกต่างกัน กกต.จะทำเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานก่อนการเลือกตั้ง กกต.เห็นว่าหากไม่นับรวมถึงการรับรองผลจะเป็นผลดี กกต.จะมีเวลาทำงานมากขึ้น

“มีชัย” ยัน 150 วันไม่รวมรับรองผล

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า กรณีที่ กกต.ได้สอบถามว่าการที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน นับตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับประกาศใช้ ครอบคลุมเฉพาะวันออกคะแนนเสียงหรือครอบคลุมไปถึงการรับรองและการประกาศผลการเลือกตั้ง เรื่องนี้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีความประสงค์ให้เวลา 150 วัน ไม่นับรวมถึงรับรองผลการเลือกตั้งด้วย แต่หาก กกต. จะไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ไม่เป็นไร กรธ. จะได้ไม่ต้องมาตอบคำถามตรงนี้

“อ๋อย” เย้ย “บิ๊กตู่” รับเองผลงานเหลว

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ เดินทางมาศาลทหารกรุงเทพ กรณีศาลทหารนัดสืบพยาน ฝ่ายโจทก์ปากแรก นัดที่ 2 ในคดีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ทั้งนี้ มีผู้แทนจากสถานทูตที่ประจำในประเทศไทย 5 คน จาก 5 ประเทศร่วมสังเกตการณ์ในห้องพิจารณาคดี ต่อมาเวลา 12.10 น. นายจาตุรนต์ ให้สัมภาษณ์ว่า การสืบพยานยังไม่จบ นัดใหม่ในวันที่ 1 ก.ย.

นายจาตุรนต์กล่าวถึงการบริหารงาน 3 ปีคสช.ว่า ไม่ประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่ บางคนในรัฐบาลพูดว่าคนที่วิจารณ์รัฐบาลและ คสช. เป็นพวกกลัวประชาชนลืม ถ้าอยากจะให้ประชาชนจำได้ต้องออกมาชมว่าผลงานดีเยี่ยม เพราะเป็นการพูดทำร้ายจิตใจประชาชน ส่วนที่นายกฯพูดว่าจะไม่มีการแถลงผลงาน คสช. รอแถลงผลงานรัฐบาลครบ 3 ปีไปเลย แสดงถึงการยอมรับความล้มเหลวของ คสช.ที่ทำมา 3 ปี เพราะผ่านไป 3 ปี แล้วมาบอกว่ายังไม่สามารถแถลงผลงานได้ ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ขณะเดียวกันโรดแม็ปที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งยังมีลักษณะพิเศษคือ ไม่กำหนดวัน เวลา ไม่บอกว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ จึงไม่มีใครเชื่อมั่นว่าจะมีเลือกตั้งตามที่บอก

“บิ๊กตู่” ยัวะสหพันธ์พยาบาลยังไม่พอใจ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สหพันธ์วิชาชีพพยาบาล และพยาบาลบางส่วนยังไม่พอใจมาตรการที่รัฐบาลแก้ปัญหาการบรรจุรับราชการว่า “ไม่พอใจแล้วจะทำอย่างไร” เมื่อถามว่าต้องการให้บรรจุทั้งหมด 10,992 คน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “จะบรรจุได้อย่างไร จะเอาเงินที่ไหนมาบรรจุ วันนี้ได้มีการบรรจุมีเงินเดือนไปส่วนหนึ่งแล้ว วันหน้าก็ไล่ลำดับตามมา ซึ่งทุกกระทรวงก็เป็นแบบนี้และที่ไม่ใช่มีข้าราชการอย่างเดียว ต้องมองถึงส่วนอื่นๆด้วย อย่าออกมาชี้นำกันแบบนี้ ใครที่ทำแบบนี้มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ วันหน้าจะอยู่กันอย่างไร ถ้าถามว่าสำคัญไหมมันก็สำคัญ แต่ได้มีเป้าหมายไว้แล้วว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องมีพยาบาลจำนวนเท่าไร แล้วค่อยผลิตให้ได้ตามความต้องการ โดยต้องมีเงื่อนไขว่าเมื่อผลิตแล้วจะต้องไม่ลาออก ซึ่งถึงเวลาจริงก็บังคับกันไม่ได้ส่วนใหญ่ลาออกไปทำงานกับภาคเอกชน

ดีสุดทำได้แค่นี้อย่าก่อเรื่องขัดแย้ง

นายกฯกล่าวว่า ถึงได้บอกว่าต้องแก้ทั้งระบบ ถ้าจะให้บรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการทั้งหมดหมื่นกว่าอัตรา ไม่นึกถึงกระทรวงอื่นบ้างหรือ พยาบาลทำงานหนักคนเดียวหรืออย่างไร เชื่อว่าพยาบาล และหมอส่วนใหญ่เข้าใจ มีเพียงส่วนน้อยแต่ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ขอร้องว่าอย่าไปสร้างประเด็นเหล่านี้ออกมา ไม่เช่นนั้นจะยุ่งไปกันใหญ่ ข้าราชการจะเสียหายกันหมด วันนี้เป็นลูกจ้าง พนักงาน พนักงานชั่วคราว พนักงานข้าราชการ จากนั้นถึงไล่เป็นข้าราชการ ต้องเป็นอย่างนี้ วันนี้มาบอกว่าข้าราชการเยอะจำเป็นต้องลดข้าราชการส่วนอื่นลงมาถูกต้อง ทุกกระทรวงทำแบบนี้ ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะพยาบาลให้มากหน่อย เพราะเห็นว่าจำเป็น แต่ถ้าทุกคนเรียกร้องจะเอาให้ได้ทั้งหมด เราทำให้ไม่ได้ ปีนี้บรรจุได้ 2 พันกว่าตำแหน่ง ตามโควตาที่มีการเกษียณและตำแหน่งที่ว่าง ส่วนที่เหลือทยอยทำใน 3 ปี ดังนั้น จะทำอะไรให้คิดถึงคนอื่นเขาบ้าง อย่าหาเรื่องให้มันขัดแย้งนักเลย พยายามทำให้ดีที่สุดทำได้แค่นี้

สั่ง สธ.-ก.พ.ตั้ง กก.ผ่าปัญหาระยะยาว

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แนวทางที่นายกฯสั่งการไว้คือการนำอัตราว่างรอบรรจุ 2,200 อัตรา มาใช้ให้หมดไปภายในปี 2560 ส่วนคำขอบรรจุ 11,000 อัตราหักลบกับ 2,200 อัตรา ต้องเอาที่เหลือมาแบ่งบรรจุเป็น 3 ปี ปีละ 2,900 อัตรา สธ.จะเป็นคนวางหลักเกณฑ์ที่ยุติธรรมทยอยบรรจุ รัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่งส่วนนี้ รวมทั้งมีการเสนอการแก้ปัญหาระยะยาวโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนด้านสาธารณสุข มีตัวแทนของมหาวิทยาลัย แพทย์ทหาร แพทย์ตำรวจเข้ามาร่วม ให้ครอบคลุมบุคลากรทางการแพทย์ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สธ. กระทรวงกลาโหม ไม่เช่นจะแก้ปัญหาภาพรวมไม่ได้ วันนี้เรามีคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ดูอัตรากำลังภาครัฐทั้งหมด แต่ไม่รวมบุคลากรทางการแพทย์ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงมีข้อเสนอให้ สธ.จัดทำแผนอัตรากำลังคน

เล็งศึกษาโมเดล รพ.บ้านแพ้ว

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า นายกฯขอให้ลองคิดดูว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้โรงพยาบาลเอกชนติดต่อมาต้องการกี่คน ก็ให้ทุนสนับสนุนแล้วเราผลิตให้ โดยมีเงื่อนไขให้พยาบาลเหล่านั้นใช้ทุนให้กับโรงพยาบาลเอกชนนั้น เพราะเมื่อเข้าประชาคมอาเซียน จะมีการเปิดโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น จะดึงคนจากโรงพยาบาลรัฐไป ทั้งนี้จะประชุม คปร.และจะเสนอเรื่องนี้เข้า ครม.ภายในเดือน พ.ค. เพื่อให้มติต่อเติมจากวันที่ 9 พ.ค. ส่วนจะลดการผลิตบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่นั้น ต้องการให้เอาไปพูดในคณะกรรมการจัดทำแผนกำลังคนด้านสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ที่ออกมาไม่อยากบอกว่าเกินอัตรา เพราะสุดท้ายทุกคนมีงานทำ บางส่วนไปโรงพยาบาลเอกชน แต่ในแง่การบริหารจัดการต้องทำให้ดีว่าเอกชนต้องการเท่านี้ เราจะผลิตเผื่อเท่านี้แต่ช่วยสนับสนุนทุนหน่อยได้หรือไม่ ได้ให้การบ้านไปศึกษารูปแบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ว่าจะมีทางให้มีแพทย์หรือพยาบาลนอกระบบ ไม่ต้องยึดโรงพยาบาลบ้านแพ้วทั้งหมด แต่หมายความว่าไม่เป็นข้าราชการ แต่มีสิทธิและสวัสดิการคล้ายคลึงข้าราชการ

ปลัด สธ.ให้มั่นใจได้บรรจุแน่

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังประชุมคอนเฟอเรนซ์เพื่อทำความเข้าใจกับพยาบาล กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ไม่อนุมัติบรรจุตำแหน่ง 10,992 ตำแหน่ง จนพยาบาลขู่ว่าจะลาออกว่า ได้รายงานที่ประชุม ครม.และได้รับความเห็นชอบตามที่เสนอ แบ่งเป็นตำแหน่ง 11,000 ตำแหน่ง ที่กระทรวงสาธารณสุขมี จัดสรรให้พยาบาล 1,200 ตำแหน่ง คาดว่าจะบรรจุได้ภายใน 1-2 เดือน และยังจะมีตำแหน่งเกลี่ยเพิ่มได้อีก 1,000 ตำแหน่ง รวมเป็น 2,200 ตำแหน่ง ดังนั้นจากที่ขอ 10,992 ตำแหน่ง จะเหลือ 8,792 ตำแหน่ง ครม.เห็นชอบแบ่งบรรจุ 3 ปีเฉลี่ยเป็นปี 2560 จำนวน 2,930 ตำแหน่ง ปี 2561 และปี 2562 อีกปีละ 2,931 ตำแหน่ง สิ้นเดือน ก.ย. จะมีพยาบาลเกษียณ 755 ตำแหน่ง หากนำทั้งหมดมารวมกันปี 2560 จะบรรจุพยาบาลได้ 5,885 ตำแหน่ง ส่วนที่เหลือจะค่อยๆ ทยอยบรรจุ ส่วนพยาบาลที่จะเข้ามาใหม่เมื่อดูจากพยาบาลที่เกษียณน่าจะเพียงพอถึงปี 2564 มั่นใจว่าพยาบาลจะได้บรรจุแน่นอน อยากให้พยาบาลเชื่อมั่นและไว้วางใจผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลด้วย

พยาบาลแฮปปี้ไม่ลาออกแล้ว

น.ส.รุ่งทิวา พนมแก ประธานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการร่วมประชุมทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นและพอใจกับข้อสรุป เนื่องจากไม่ใช่เพียงการพูด แต่มีสักขีพยานเป็นสื่อมวลชน พยาบาลคงจะไม่มีการลาออกแล้วเพราะได้รับตามเป้าหมาย ได้รับขวัญกำลังใจและขอแสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ เครือข่ายฯอยากขอเข้าร่วมในการจัดสรรตำแหน่งเพื่อความโปร่งใส ซึ่งทางเครือข่ายฯมั่นใจกระทรวงสาธารณสุข แต่อยากให้กระทรวงสาธารณสุขมั่นใจในเครือข่ายฯด้วย

ปปง.อายัดทรัพย์ “ลูกเสี่ยเปี๋ยง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.52/2560 ลงวันที่ 28 เม.ย.60 เรื่องอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว เพิ่มเติมรายบุคคลที่เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และนายอภิชาติ จันทร์-สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง อดีตนักธุรกิจค้าข้าวผู้ก่อตั้งบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด โดย ปปง.ได้สั่งอายัดทรัพย์ 4 เอกชนที่เกี่ยวข้อง และอีกหนึ่งบุคคล ในวงเงิน 687,835,323.37 บาท พร้อมดอกผล ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นโฉนดที่ดินใน อ.บางบาล อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง มากกว่า 300 ฉบับ เป็นต้น บริษัทที่ถูกอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ บริษัท ทีซี แลนด์ จำกัด บริษัท เมอร์รี่ไรซ์แลนด์ จำกัด บริษัท สยาม อินดิก้า จำกัด บริษัท คิงดอม ไรซ์ ไซโล จำกัด มีชื่อนายสรวิศ จันทร์สกุลพร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นบุตรชายของ “เสี่ยเปี๋ยง” ส่วนทรัพย์สินของนายสรวิศ ที่ถูกอายัดนอกจากเงินงบบัญชีและหน่วยลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ยังรวมถึงห้องชุด 2 แห่ง เมโทร จอมเทียน คอนโดเทล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มูลค่า 16 ล้านบาทด้วย

สตง.จ่อแจงผลสอบเรือดำน้ำ

วันเดียวกัน นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า เจ้าหน้าที่ สตง.ได้ตรวจสอบการจัดซื้อเรือดำน้ำเกือบเสร็จสิ้นแล้ว โดยดูประเด็นทั้งหมดที่มีการส่งข้อสังเกตเข้ามา กำลังสรุปข้อมูลทั้งหมดจะทันตามกรอบระยะเวลาที่บอกไว้ 2 สัปดาห์แน่นอน จากการตรวจสอบมีข้อสังเกตบางอย่างแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องแจ้งให้เจ้าของเรื่องคือกองทัพเรือทราบก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างนัดหมายกับผู้บัญชาการกองทัพเรือ คาดว่าจะได้พบสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นจะแถลงกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทาง ส่วนสัญญาที่กองทัพเรือได้ลงนามไว้จะตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

ชี้ช่อง ครม.ยื่นวินิจฉัยท่อก๊าซใหม่ได้

นายประวิตร บุญเทียม รองโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 ก.พ.60 ให้ อัยการสูงสุดยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณาการคืนท่อก๊าซของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่ คตง.เห็นว่ายังคืนไม่ครบ ขาดไป 3.2 หมื่นล้านบาทใหม่อีกครั้งว่า ขั้นตอนทางกฎหมายทำได้ ศาลเคยตัดสินไปแล้ว โดย สตง.ไม่ได้เข้ามาเป็นคู่กรณีจะยื่นเรื่องใหม่เพื่อให้ สตง.เข้ามามีส่วนร่วมในคดีได้หรือไม่ ต้องดูว่ารายละเอียดของคำร้องว่าต้องการให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นไหน หลักกฎหมายของการบังคับคดีจะมีอายุความ 10 ปี หากเริ่มบังคับคดีภายใน 10 ปีไปแล้ว ถือว่าบังคับคดีภายในอายุความตามกฎหมาย แต่อาจไม่จำเป็นต้องบังคับให้เสร็จภายใน 10 ปี หากยังมีปัญหาแม้เกิน 10 ปี อาจบังคับได้อยู่เพราะเป็นเรื่องต่อเนื่อง

นายกฯคัดเพลงเต้นแอโรบิกเอง

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พร้อม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ร่วมออกกำลังกายประจำสัปดาห์กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยร่วมเต้นแอโรบิกนาน 30 นาที ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทดลองปิดเครื่องปรับอากาศในตึกสันติไมตรี เพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดียว่า เวลาออกกำลังกายทำไมต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ประกอบกับวันที่ 17 พ.ค.มีฝนตกตลอดทั้งวัน จากนั้นนายกฯได้ให้เจ้าหน้าที่นำไอพอดส่วนตัวไปเปิด เพลง “ได้ยินไหม” เพลง “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ” ของดา เอ็นโดรฟิน และเพลง “วิมานดิน” ของนันทิดา แก้วบัวสาย เปิดให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมออกกำลังกายฟัง และให้ไปบรรจุไว้ เพื่อใช้เปิดครั้งต่อไป

“อุดม” ไขก๊อกทิ้งอธิการบดีมหิดล

ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานการประชุม โดย นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศลาออกจากอธิการบดี เนื่อง จากรองอธิการบดี 13 คน ได้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ นพ.อุดมไม่สามารถหาผู้มาดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีได้ โดยจะรักษาการ อธิการบดีจนถึงวันที่ 1 ส.ค. จากนั้นสภามหาวิทยาลัยฯจะสรรหาอธิการบดีคนใหม่มาแทนต่อไป นพ.อุดมกล่าวว่า รู้สึกใจหายและน้ำตาไหลในที่ประชุม แต่ต้องตัดสินใจ เนื่องจากเหลือเวลาดำรงตำแหน่งอีกเพียง 1 ปี 5 เดือน คงไม่สามารถหาคนมาเป็นรองอธิการบดีแทน 13 คนที่ลาออกไปได้ จึงตัดสินใจลาออกเพื่อให้การทำงานเดินต่อไปได้