วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมายเรียก อนันต์ อัศวโภคิน ร่วมฟอกเงินซื้อที่46ไร่ ติดกับวัดพระธรรมกาย

ดีเอสไอออกหมายเรียก “อนันต์ อัศวโภคิน” เจ้าของแลนด์แอนด์เฮาส์ข้อหาสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน กรณีพัวพันคดีซื้อที่ 46 ไร่ ติดวัดพระธรรมกายจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาฟอกเงิน พบเช็คเงินสดเป็นหลักฐานมัด เอาไปขายทำกำไรก่อนบริจาคเงินกลับเข้ามูลนิธิคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งมีอดีตพระธัมมชโย เป็นองค์อุปถัมภ์

เรียกเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เข้ารับข้อหาครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักสื่อสารองค์กร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชน ระบุว่า ตามที่ดีเอสไอได้สอบสวนดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด มูลค่าความเสียหาย 13,000 ล้านบาท เป็นคดีพิเศษ สอบสวนขยายผลถึงขบวนการฉ้อโกงประชาชน รับของโจรและความผิดฐานฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิด จำนวนหลายคดีแล้วนั้น

การสอบสวนดำเนินคดีอาญาในคดีพิเศษที่ 99/2558 กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวก ได้ร่วมกันดำเนินการนำเงินของสหกรณ์ฯ ที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชน ออกจากสหกรณ์ โดยวิธีการที่ผิดระเบียบ ข้อบังคับและวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ฯ ด้วยการสั่งจ่ายเป็นเช็คของสหกรณ์ฯ จำนวนหลายฉบับอันมีพยานหลักฐานเพียงพอดำเนิน คดีในความผิดฐาน “สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” ตามมาตรา 5, มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและสรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องนายศุภชัยฯ กับพวกในความผิด ต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษแล้ว

จากการสอบสวนยังพบอีกว่า นายศุภชัยได้สั่งจ่ายเช็คหลายฉบับรวม 275 ล้านบาท นำไปซื้อหุ้นทั้งหมด ของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด 3 แปลง ตามโฉนดเลขที่ 31344 เนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตารางวา ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี บริเวณใกล้เคียงวัดพระธรรมกายในนามสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และนายศุภชัยฯได้ส่งคนของตนเองไปเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวและมีหนังสือกำหนดให้การบริหารจัดการบริษัทฯ อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งนายศุภชัยควบคุมดูแล
ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค.54 ได้นำที่ดินของบริษัทไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ โดยที่ดินตามโฉนดเลขที่ 31344 เนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตารางวา ขายให้นายอนันต์ อัศวโภคิน ทำสัญญาซื้อขาย ณ สำนักงานที่ดินอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ในราคาไร่ละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 93,781,000 บาท ซึ่งราคาประเมินที่ดินขณะนั้นเพียง 1.5 หมื่นบาท คิดเป็นราคาที่ดินประมาณ 281 ล้านบาท มีความแตกต่างและต่ำกว่าราคาประเมินถึง 3 เท่า อันทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย และไม่ปรากฏหลักฐานการจ่ายเงินให้บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด แต่อย่างใด ต่อมานายอนันต์ได้ขายที่ดินแปลงนี้ต่อให้บุคคลอื่นในราคา 492 ล้านบาทเศษ โดยนายอนันต์ได้นำเงินที่ได้จากการขาย จำนวนประมาณ 303 ล้านบาท บริจาคให้กับมูลนิธิคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งมีพระธัมมชโย เป็นองค์อุปถัมภ์ ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างถาวรวัตถุต่าง ในบริเวณมูลนิธิวัดพระธรรมกาย รวมถึงอาคารบุญรักษาด้วย

นอกจากนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังพบหลักฐานสำคัญ ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ทำหนังสือฉบับ ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2554 อันเป็นวันเดียวกันกับวันที่ไปทำสัญญาซื้อขายที่ดิน แสดงเจตนาถวายที่ดินโฉนดเลขที่ 31344 เนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตารางวา ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ของบริษัทเอ็ม-โฮม ให้กับพระธัมมชโย โดยนายศุภชัยจะเป็นผู้จัดซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวและถวายให้พระธัมมชโยโดยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนามนายอนันต์ อัศวโภคิน ซึ่งพระธัมมชโยมอบหมายให้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน โดยมีแต่ลายมือชื่อของผู้อื่นในเอกสาร แต่นายศุภชัยไม่ได้ลงชื่อ และไม่มีการดำเนินการตามหนังสือฉบับดังกล่าว โดยเป็นการดำเนินการผ่านการขายให้นายอนันต์แทน

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรว่าอาจเป็นความผิดฐาน “สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” ตามมาตรา 5 มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 จึงแยกการสอบสวนเป็นอีกคดีหนึ่งตามคดีพิเศษที่ 10/2560 และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการได้มีมติร่วมกันให้เรียกตัวนายอนันต์ อัศวโภคิน มารับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ