บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กงเต๊กหลวงจัดถวาย ร.9 ทำเครื่องกระดาษพระราชกรณียกิจ ฝึกพลชักราชรถ

รองอธิบดีกรมการข้าวเผยกรมศิลปากรใช้ข้าว 3 ระดับที่เติบโตในระยะต่างๆ คือ “ต้นกล้า แตกกอ ออกรวง”จัดแสดงแปลงนาในการปรับแต่งภูมิทัศน์พระเมรุมาศ ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเคยมีพระราชดำรัส “ข้าวคือชีวิต” ขณะที่ภูมิสถาปัตย์เผยมีจำลองนาขั้นบันได หญ้าแฝก แก้มลิง และกังหันน้ำชัยพัฒนา สื่อถึงโครงการพระราชดำริของ “ในหลวงภูมิพล” กรมสรรพาวุธนำกำลังพลฝึกการฉุดชักราชรถ ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ว่า จากการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้สมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย จัดพิธีบำเพ็ญกุศลกงเต๊กอุทิศถวายพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นคณะที่ 4 ในพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพฯ นั้น

นายไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล นายกสมาคมนักธุรกิจสัมพันธ์แห่งประเทศไทย เผยว่า สมาคมฯก่อตั้งมากว่า 40 ปี จากการรวมตัวของนักธุรกิจสำคัญๆในประเทศไทย ที่ต่างอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารอย่างร่มเย็นมายาวนาน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณา ธิคุณ ก่อนหน้านี้สมาคมฯเคยเป็นเจ้าภาพงานกงเต๊กอุทิศถวายพระบรมศพสมเด็จย่า จนถึงงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นักธุรกิจทุกคนในสมาคมจึงมีความตั้งใจเต็มที่ ที่จะจัดงานนี้เพื่อพระองค์ในวันที่ 23 พ.ค. ทั้งอยากถ่ายทอดความภักดีและผูกพันของพวกเราที่มีต่อพระองค์ให้ทุกคนได้ประจักษ์

นายไพศาลกล่าวว่า ในส่วนของพิธีกงเต๊กหลวง คณะสงฆ์จีนนิกาย เป็นผู้ดำเนินการจัดตามขั้นตอนปฏิบัติที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ สมาคมได้ทูลเชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ มาทรงร่วมในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสารและที่เป็นความภูมิใจ คือ การจัดทำเครื่องกระดาษ ที่จะเผาอุทิศถวายในพิธีโยคะตันตระ ได้รับอนุญาตจากกองพระราชพิธี ให้จัดทำเครื่องกระดาษที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ประกอบด้วย 1.โครงการชั่งหัวมันและบ้านเลขที่ 1 ที่เป็นพระตำหนักในโครงการ 2. กังหันชัยพัฒนา และ3.เครื่องบิน ฝนหลวง เหตุผลในการจัดทำเพื่อต้องการเทิดพระเกียรติและสื่อว่าเราพสกนิกรคนไทยไม่เคยลืมสิ่งที่ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อให้ประชาราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข

นายชัชวาล สุขเลิศนภากุล อายุ 33 ปี แห่ง ร้านโต๋ว เจียบ เส็ง ซ.ประดู่ ถนนพระราม 4 เขตป้อมปราบ ร้านทำเครื่องกระดาษเก่าแก่ชื่อดังย่านเยาวราช ผู้ออกแบบจัดทำเครื่องกระดาษเปิดเผยว่า เครื่องบินฝนหลวงเกษตรหมายเลข 1919 ถูกจำลองลักษณะของเครื่องบินให้ใกล้ของจริงที่สุด ในส่วนของกังหัน ชัยพัฒนา จัดทำขึ้นตามขนาดที่เท่าของจริง คือขนาด 2 × 1.5 เมตร ขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จตามกำหนด

ด้านนายภากร ฉัตรเจริญสุข อายุ 26 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯผู้ออกแบบและจัดสร้างเครื่องกระดาษโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริว่า เป็นการจำลองโครงการนี้ย่อส่วนลงมา ส่วนตัวพระตำหนัก สร้างขึ้นตามแบบที่ได้มาจากภาพถ่ายเน้นความเหมือนจริงให้มากที่สุด ขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นๆ ในโครงการนั้น เช่นพื้นที่เพาะปลูก แหล่งเก็บน้ำ จำลองโดยพยายามที่นำมารวมกันให้อยู่ใกล้กับพระตำหนักให้มากที่สุด ขณะนี้แล้วเสร็จกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

วันเดียวกัน ที่ลานหน้ากองบัญชาการโรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี หัวหน้าครูฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถ ในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นำกำลังพล 236 นาย ประกอบด้วยนายทหารสัญญาบัตร จนถึงลูกจ้างประจำกรมสรรพาวุธ เข้าร่วมฝึกการฉุดชักราชรถเป็นครั้งแรก ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก โดยหัวหน้าครูฝึก ได้ประกาศปลุกใจกำลังพลที่เข้าร่วมฝึกว่า “ความรับผิดชอบของกำลังพล เทียบกับพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทำให้ประชาชนไม่ได้ ดังนั้นความเหนื่อยความร้อนที่เราจะเจอจะรับได้ ถ้าคิดถึงภาพพระองค์ไว้ตลอดเวลา” ส่งผลให้ทั้งครูฝึกและกำลังพลทุ่มเทการฝึกอย่างเต็มที่แม้อยู่ในสภาพเปียกปอน

จากนั้น พ.ต.สิทธิศักดิ์เปิดเผยภายหลังว่า การฝึกวันแรกถือเป็นการปรับสภาพกำลังพล โดยวางตารางการฝึกไว้สัปดาห์ละ 3 วัน คือ จ.-พ.-ศ. ตั้งแต่ 09.00-16.00 น. ใน 1 ชม.ใช้เวลาฝึก 50นาที พัก 10 นาที หากฝนตกไม่หนักมาก ก็จะให้ฝึกกลางฝนเพื่อสร้างความเคยชิน จะเน้นการฝึกกลางแดดด้วย ส่วนท่าในการฝึกประกอบด้วยท่าตรง พัก หันอยู่กับที่ ถวายบังคม หยิบเชือก วางเชือก ท่าเดินตามปกติ และท่าเดินตามจังหวะเพลงพญาโศกลอยลม นอกจากนี้จะมีเพิ่มเวลาในการยืนท่าตรงให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในพระราชพิธีจริง จะต้องยืนรอการปฏิบัติแต่ละขั้นตอน เมื่อทำการฝึกครบ 13 ครั้ง ก็จะเรียกกำลังพลในส่วนที่ต้องฉุดชักราชรถพระนำ ที่แบ่งไปฝึกกองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง ที่ จ.สระบุรี รวม 80 คน มาฝึกร่วมกันที่ ร.11 รอ.อย่างไรก็ตาม ระหว่างการฝึก จะดูสภาพ
ร่างกายและวินัยต่างๆ หากเข้ารับการฝึกได้ ไม่สามารถทำท่าตามที่กำหนดได้ก็จะพิจารณาให้ออกจากการฝึกทันที

ขณะที่นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวถึงความคืบหน้าในการออกแบบภูมิทัศน์พระเมรุมาศ ว่า ภายหลังจากที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ออกแบบพระ เมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยยึดคติความเชื่อแต่โบราณราชประเพณี คำนึงความสวยงาม สมพระเกียรติถ่ายทอดพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริที่โดดเด่นที่คัดมาจาก 4,000 กว่าโครงการมาจัดแสดง ผ่านการก่อสร้างและปรับแต่งภูมิทัศน์ ทั้งนี้ กรมการข้าวได้รับการประสานงานจากกรมศิลปากรให้เป็นหน่วยงานหลักในการให้คำปรึกษาในการจัดภูมิสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับแปลงนาข้าวรอบพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพระราชดำริที่จะนำมาแสดงบริเวณพื้นที่ด้านนอกรั้วราชวัติทางทิศเหนือ ทางเข้าออกหลักของพระเมรุมาศ ซึ่งมีการออกแบบจัดแสดงแปลงนา โดยมีขอบคันนาออกแบบเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นเป็นเลขเก้าไทยสีดินทอง เพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยให้มีความอยู่ดีกินดี

รองอธิบดีกรมการข้าวกล่าวอีกว่า กรมศิลปากรต้องการให้ข้าวที่นำมาปลูกในแปลงนา เป็นพันธุ์ข้าวที่มีกลิ่นหอมและแสดงถึงการเจริญเติบโตของต้นข้าวในระยะต่างๆ ตั้งแต่ต้นกล้า แตกกอและออกรวง กรมการข้าวจึงให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำแปลงนาว่า ควรจะใช้กลุ่มพันธุ์ข้าวที่มีกลิ่นหอม จำนวน 3 พันธุ์ ได้แก่ ระยะต้นกล้า คือ พันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นตัวแทนของข้าวภาคกลาง ซึ่งนิยมปลูกกันมาก ส่วนระยะแตกกอได้แนะนำให้ปลูกพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นตัวแทนของข้าวในภาคอีสานและเหนือที่นิยมปลูกข้าวพันธุ์นี้กันมากถึง 1 ใน 3 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ ส่วนระยะออกรวง คือ พันธุ์ข้าว กข 31 หรือพันธุ์ปทุมธานี 80 เป็นพันธุ์ข้าวที่ตั้งชื่อเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พระชนมายุครบ 80 พรรษา มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่ออยู่ในระยะออกรวงจะชูรวงสวยงาม ไม่โน้มรวงลงกับพื้นเหมือนพันธุ์อื่นๆ ในการจัดแสดงครั้งนี้จะนำข้าวที่อยู่ในระยะพลับพลึงเกือบเป็นสีเหลืองทองมาจัดแสดงในแปลงนา

“ตลอดพระชนม์ชีพในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยและช่วยเหลือชาวนา พระราชทานแนวพระ ราชดำริอนุรักษ์พันธุ์ข้าว ทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ใหม่ มีพระราชดำรัสข้าวคือชีวิต ข้าวต้องปลูกข้าว 3 สายพันธุ์ในการจัดแสดงครั้งนี้ล้วนใช้พื้นที่ทดลองและขยายพันธุ์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาจนเกิดสายพันธุ์ที่ดีในการเพาะปลูก ทำให้ชาวนามีรายได้มั่นคง มีความร่มเย็นเป็นสุข สร้างชื่อเสียงให้ชาวต่างชาติรู้จักข้าวไทย ช่วงพระราชพิธีฯ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.2560 จะเป็นทุ่งรวงทอง งามสง่าด้วยพันธุ์ข้าวเฉลิมพระเกียรติที่มีกลิ่นหอม สมพระเกียรติ” นายกฤษณพงศ์กล่าว

ด้าน ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิกสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กล่าวว่า ในการออกแบบภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศ จะมีการสร้างสระน้ำบริเวณ 4 มุม จำลองนาขั้นบันได หญ้าแฝก แก้มลิง และกังหันน้ำชัยพัฒนาจำนวน 3 ตัว ขณะที่ภูมิสถาปนิกจะดูแลภาพรวมของภูมิทัศน์ให้สวยงาม ทั้งนี้ การทำงานในพื้นที่จริงจะเริ่มในเดือนมิถุนายน หลังจากคืนพื้นที่บริเวณสนามหลวงทิศเหนือแล้ว

ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ภาคเอกชน มูลนิธิ สมาคมคณะบุคคลต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ และในเวลา 12.00 น. พล.อ.ดาโต๊ะ ซรี ซุลกิพลี บิน ฮัจจิ กัสซิม ผู้บัญชาการทหารบกมาเลเซีย พร้อมคณะ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

ที่ดิ สเปซ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกรุงเทพมหานคร, กระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิโครงการหลวง จัดพิธีเปิดงาน “ดอกดารารัตน์ แทนใจ ถวายแด่พ่อ” โดยมีศิลปินดารามาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ อาทิ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี, ทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัตน์, เชน- ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์, แอนดรูว์-กรเศก โคร์นิน, กีต้าร์-ศิริพิชญ์ วิมลโนช ฯลฯ พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศร่วมใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ “ดอกดารารัตน์” ดอกไม้แทนความรักจำนวน 3,000,000 ดอก เพื่อทูลเกล้าฯถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ส.ค. โดยตลอดระยะเวลาของโครงการจะมีผู้ฝึกสอนและวัสดุอุปกรณ์สำหรับการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เตรียมไว้ให้ ที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัล และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 19 สาขา