วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่เรื่องเทคนิค

เป็นข่าวออกมา และนับว่าฮือฮาทีเดียว เมื่อทางผู้ว่าการ กกท. “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ออกมาระบุถึงการยกเลิกการมอบสิทธิ์ให้กับ บริษัทบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ในการที่จะดำเนินการติดต่อประสานงาน และเจรจากับทาง “ดอร์นา สปอร์ต” เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดแข่งขันโมโตจีพี หรือมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก เพื่อดึงมาจัดในเมืองไทยช่วงปี 2561-2563

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ การกีฬาแห่งประเทศไทยเอง ได้ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นมา ซึ่งมีรองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ พ.ท.รุจ แสงอุดม เป็นประธาน และเห็นชอบให้ทางบริษัทบุรีรัมย์ฯ เป็นผู้ดำเนินการ

โดยในตอนนั้น แม้มีหลายบริษัทสนใจ แต่สุดท้ายก็มีเพียง บ.บุรีรัมย์ฯ แห่งเดียว ที่ยื่นเสนอแผนงานเข้าสู่การพิจารณา

ซึ่งเมื่อผ่านมติออกมา ก็ต้องมีขั้นตอนต่อไปโดยรอให้ผู้ว่าการ กกท. ลงนามเห็นชอบ เพื่อให้ดำเนิน การต่อไปได้ จนเรื่องเงียบๆไประยะหนึ่ง จนมีความชัดเจนออกมาดังกล่าว และทาง ผู้ว่าการ กกท. ก็จะเป็นผู้ประสานงาน และเจรจากับทาง “ดอร์นา สปอร์ต” ด้วยตัวเอง โดยจะนำคณะซึ่งมีทั้งผู้แทนสำนักงบประมาณร่วมทีมไปด้วย ซึ่งจะไปนำเสนอในช่วงที่มีการแข่งขันโมโตจีพี ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ต้นเดือน มิ.ย.นี้

แน่นอน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะเรียกว่า ถอนสิทธิ์ เลิกสิทธิ์ หรืออะไรก็ตาม แต่ความหมายคือ บ.บุรีรัมย์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าของสนามแข่งทั้งรถและมอเตอร์ไซค์ บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรือ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อันเป็นสนามที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ เกรด 1 และมีประธานชื่อ เนวิน ชิดชอบ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์ ถูกมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องในการไปเสนอตัว หรือแม้กระทั่งถูกกีดกัน ก็อาจจะเกิดข้อสงสัย หรือคลางแคลงใจเป็นธรรมดา

แต่คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่ว่าอย่างไร หากไทยเราจะได้เป็นสนามหนึ่งในการแข่งขัน “โมโตจีพี” ยังไงก็ต้องแข่งกันที่สนามแห่งนี้ ของบุรีรัมย์ ด้วยมาตรฐานและความพร้อม บางคนอาจจะมองไปที่พัทยา ที่มีแต้มต่อเรื่องที่พักและเมืองท่องเที่ยว ซึ่งก็คิดได้ แต่ข้อเท็จจริงก็ต้องคิดหนัก เพราะเปลืองทั้งเงิน และต้องใช้เวลาที่ไม่น่าจะทัน!

การเปลี่ยนแปลง คงเป็นเพียงเรื่องของเทคนิค ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบราชการไทย ซึ่งจะต้องมีการใช้งบประมาณจากภาครัฐ อันเป็นจำนวนที่มากพอควร รวมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่หมิ่นเหม่ต่อการเสี่ยงว่าจะผิดกฎหมาย ยิ่งมี บ.บุรีรัมย์ฯ เพียงเจ้าเดียว ไม่มีคู่แข่ง และได้รับการเห็นชอบในทันที ก็อาจจะสร้างความเสียวให้กับผู้ว่าการ กกท. รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐบาลโดยรวม

คงไม่มีอะไรตื่นเต้น!!!

แค่เรื่องเทคนิค และภาพลักษณ์เท่านั้น ที่หมายยังเป็นบุรีรัมย์ ไม่มีเปลี่ยนแปลง...

“เบี้ยหงาย”