วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย่อดราม่าไล่ไปกินปิ้งย่างที่ไทย กับ10ข้อติ่งเกาหลีควรรู้ก่อนไปหาโอปป้า

กลายเป็นประเด็นเผ็ดร้อนยิ่งกว่าพริกทั้งสวน เมื่อสาวไทยช่างแต่งหน้าอิสระจะไปเที่ยวเกาหลีกับเพื่อนๆ แต่ดันโดนเจ้าหน้าที่กักตัว 12 ชั่วโมง แถมยังถูกส่งตัวกลับไล่ให้ไปกินปิ้งย่างที่ไทยด้วย โห...คุณเจ้าหน้าที่ ตม.คะ นี่เกลียดอะไรดิฉันเบอร์นี้?

ไทยรัฐออนไลน์ ไปสืบเสาะเจาะลึกประเด็นนี้มา พบว่าจริงๆ มันก็มีเหตุผลที่ทาง ตม. เกาหลีเขาลุกขึ้นมากวดขันตรวจสอบนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้มงวดเป็นพิเศษ แต่เรื่องที่เจ้าหน้าที่พูดจาแย่ ใส่อารมณ์ และการกักตัวยาวนานเกินเหตุ ก็ไม่ค่อยแฟร์เนอะ นี่ได้ยินมาว่า 70% ของคนที่ติดอยู่ใน ตม. เป็นผู้หญิง และถูกส่งกลับประมาณ 70-100 คนต่อวัน

ถ้าข้องใจเหมือนกันล่ะก็ เอางี้...เราจะไล่เรียงเรื่องนี้ให้ฟัง

1. เรื่องของเรื่องก็คือว่า มีสาวประเภทสองชาวไทย อาชีพช่างผมอิสระ เดินทางไปเที่ยวเกาหลีกับเพื่อนๆ 6 คน ด้วยว่าเป็นทริปที่เธอใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวมาก วางแผนเตรียมตัวการเดินทางเก็บสตุ้งสตางค์ราว 6 เดือน พอถึงวันเดินทางจริงก็ปรากฏว่ามาติด ตม. ขาเข้าประเทศเกาหลี เธอดันโชคร้ายเจอเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจให้เข้าห้องกักตัว

2. เหตุการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่! เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้วเป็นประจำในการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะประเทศไหนๆ แต่ช่วงปีที่ผ่านมา และปีนี้พบว่าทางการเกาหลีเพิ่มระดับความเข้มงวดในการกวดขันตรวจตรานักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เป็นผู้หญิง

3. ส่วนสาเหตุหลักนั้น ทางอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาอธิบายว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากปัญหาด้านภาษาและหลักฐานเอกสารไม่ครบ ตามขั้นตอนระเบียบการเข้าเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้

4. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บอกอีกว่า ปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีใต้อนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) โดยพำนักในประเทศได้ไม่เกิน 90 วัน แต่ปัญหาที่พบคือคนไทยมักทำผิดกฎหมายของทางการเกาหลีใต้ เช่น พำนักเกินเวลา, เข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย และใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อหลบหนีเข้าเมือง ส่งผลให้คนไทยถูกส่งกลับปีละ 20,000 คน

ใช่ฟังไม่ผิด 20,000 คน

5. แต่จากกรณีของสาวไทยคนนี้ ปัณณณ์พัศ ศรีสวัสดิ์ เจ้าของเฟซบุ๊ก Punnabhat Sri เธอระบุว่าในระหว่างที่เข้าห้องกักตัว เจ้าหน้าที่กักตัวนานมาก รวมๆ ก็ 12 ชั่วโมง แถมตอนให้เข้าห้องเพื่อซักถามล่ามก็ใส่อารมณ์ พูดตัดบท เหมารวมอย่างเดียวว่าเธอลักลอบเข้ามาเกาหลีเพื่อมาทำงาน แถมยังมีการกระชากเอกสารต่างๆ ที่เธอเตรียมมาออกไปด้วย ไม่ได้มีการเช็กดูด้วยซ้ำ แบบนี้ก็น่าจะพูดได้ว่าทำเกินกว่าเหตุเกินไปรึเปล่า? และเรื่องจะไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้ ถ้าล่ามไม่พูดคำว่า “ถ้าอยากกินปิ้งย่างก็กลับไปกินที่เมืองไทย”

6. แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว และทางเจ้าของเฟซบุ๊ก Punnabhat Sri ก็ได้โพสต์แนะนำเจ้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปความว่า หากต้องการจะตรวจตราเข้มงวดขนาดนี้ แนะนำให้ออกข้อกำหนดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยทำวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าเกาหลีจะดีกว่า (ปัจจุบันคนไทยไม่ต้องทำวีซ่าเข้าเกาหลี ใช้แค่พาสปอร์ตอย่างเดียว) เพื่อความเป็นระบบระเบียบและตรวจสอบได้ง่าย อย่างกรณีนี้เจ้าตัวก็บอกว่าสุดท้ายก็ต้องถูกส่งตัวกลับเมืองไทย ไม่ได้เที่ยวตามแผนที่วางไว้ แถมเสียเงินฟรี เสียเวลา เสียความรู้สึก

7. สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวเกาหลี แต่มีอาการแพนิคกลัวว่าจะเจอกรณีแบบนี้ล่ะก็ ในสังคมโซเชียลก็มีกูรูหลายคนออกมาให้ข้อมูลความรู้เพียบ เช่น การถูกกักตัวที่ ตม. บางประเทศจะมีห้องให้นั่งรออยู่ในสนามบิน บางประเทศหากต้องรอหลายวัน เจ้าหน้าที่จะจัดหาห้องพักในโรงแรมให้ แต่คุณต้องเสียค่าห้องเอง เป็นต้น 

ส่วนเรื่องการส่งตัวกลับ ในกรณีนี้ผู้เดินทาง เดินทางมากับสายการบินการบินไทย ไม่ได้ต้องเสียค่าตั๋วเพิ่มเติม แต่สำหรับสายการบินอื่นๆ ได้ยินมาว่าคุณต้องจ่ายค่าตั๋วขากลับ (จากการที่ถูกส่งตัวกลับ) เพิ่มอีกประมาณ 3,000 บาท

8. นอกจากนี้ ชาวเน็ตบางกลุ่มก็ออกมาให้ความเห็นว่า แทนที่จะไปเที่ยวเกาหลีควรเลี่ยงไปเที่ยวญี่ปุ่นดีกว่า หรือไม่ก็มีคำแนะนำในทำนองที่ว่า หากเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก คุณสามารถไปเที่ยวได้ทั้งฮ่องกง ไต้หวัน และแน่นอนญี่ปุ่น อย่างที่บอกไปข้างต้น ทั้งคุ้มค่าคุ้มราคา แถมเจ้าหน้าที่ที่ ตม. ก็ปฏิบัติกับนักท่องเที่ยวอย่างมีไมตรีจิต เช่น ตม.ประเทศฮ่องกง เป็นต้น

9. แนะนำว่าให้ขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยในเกาหลี อันนี้สำคัญมาก ใครที่จะไปเที่ยวเกาหลีควรหาเบอร์ติดต่อสถานทูตไทยในเกาหลีพกติดตัวไว้ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างนี้ บอก ตม. ไปเลยว่าอยากจะติดต่อสถานทูตไทย เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นวันธรรมดาในวันทำการ จันทร์-ศุกร์ ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ สถานทูตมักจะปิดทำการ แบบนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ ถือว่าซวยไป...

10. ไม่ใช่คนไทยทุกคนที่จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ คนไทยบางคนที่รอดจาก ตม. เกาหลีก็มีเช่นกัน โดยมีการแนะนำ Tips ดีๆ ไว้ในสังคมออนไลน์อยากมากมาย เป็นต้นว่า เวลาเดินเข้า ตม. ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องแพนิค เดินเข้าไปอย่างมั่นใจ แนะนำให้เลือกต่อแถวช่องเจ้าหน้าที่ผู้ชายเพราะจุกจิกน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ผู้หญิง

เตรียมเอกสารให้พร้อม เขาถามอะไรมาก็ต้องตอบได้ เช่น มากับใคร มาเกาหลีทำไม พักโรงแรมชื่ออะไร มีแพลนจะไปเที่ยวที่ไหนในเกาหลีบ้าง และเตรียม Booking ของโรงแรมที่เราจองไว้ รวมถึงตั๋วเที่ยวบินขากลับ เอาให้ ตม. ดู

นอกจากนี้ การแต่งตัวก็สำคัญ แต่งตัวให้ถูกกาละเทศะ สุภาพ และหากใครเข้ามาคุยด้วยแม้ว่าจะเป็นคนไทยด้วยกันก็ไม่ต้องคุย เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะคิดว่ามาด้วยกัน ถ้าเป็นแก๊งลักลอบเข้าเมืองมาจริงๆ อาจจะติดร่างแหซวยไปด้วย เป็นต้น

เอาเป็นว่าจากเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล เขาก็มีส่วนผิด เราเองก็ผิด นานาจิตตังไปละกันเนอะ!