วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กูรูมอง หุ้นไทยรับอานิสงส์ราคาน้ำมันพุ่ง ให้กรอบดัชนี 1,530-1,560 จุด

บล.โกลเบล็ก เผย หุ้นไทยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น หลังทั่วโลกคาดหวังโอเปกจะยืดเวลาการลดกำลังการผลิตออกไป บวกกับตัวเลข GDP ไตรมาส 1/60 ของไทยที่ขยายตัวดี หนุนกรอบดัชนี 1,530-1,560 จุด

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปนี้ จะได้รับปัจจัยหนุน จากราคาน้ำมัน ที่มีผลบวกเชิงจิตวิทยา จากที่ตลาดคาดว่าที่ประชุมกลุ่มประเทศโอเปกในวันที่ 25 พ.ค. ที่จะถึงนี้ มีแนวโน้มขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไปจากกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนมิ.ย. 60 หลังจากซาอุฯ-รัสเซียเห็นพ้องขยายเวลาลดการผลิต

นอกจากนี้ รายงานตัวเลข GDP ในช่วงไตรมาส 1/ 2560 อยู่ที่ 3.3% ดีกว่าที่ตลาดคาดที่ระดับ 3-3.2% โดยคาด GDP ทั้งปี 60 จะขยายตัวราว 3.3-3.8% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและราคาสินค้าในตลาดโลกที่ปรับดีขึ้นและการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐที่เร่งขึ้น ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 เชื่อว่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาสแรกจากการท่องเที่ยวช่วยหนุน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันมาจากธนาคารขนาดใหญ่ 4 แห่งได้แก่ BBL KTB KBANK SCB ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าจะกระทบรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และผลการดำเนินงานในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ และ Fund flow ต่างชาติผันผวนตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.มียอด Net Buy ลดลงเหลือ 457 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ วันที่ 18 พ.ค. สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีการผลิตเบื้องต้นเดือนพ.ค., วันที่ 24 พ.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 3/2560 และในวันที่25 พ.ค. ประชุมรัฐมนตรีน้ำมันกลุ่มประเทศโอเปกเกี่ยวกับการขยายเวลาลดกำลังการผลิต

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก  กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นตามความคาดหวังโอเปกจะยืดเวลาการลดกำลังการผลิตออกไปถึง Q1/61 ตัวเลข GDP Q1/60 ของไทยที่ขยายตัวดี พร้อมกับสัญญาณเทคนิคไม่หลุดแนวรับสำคัญ 1,530 จุด

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจาก Fund Flow ต่างชาติที่ผันผวน รวมถึงความกังวล NIM กลุ่มธนาคารที่อ่อนตัวลงหลังธนาคารขนาดใหญ่ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25-0.5% เป็นตัวถ่วงดัชนี ดังนั้นประเมินว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,530-1,560 จุด

ทั้งนี้ แนะนำซื้อแบบ Selective Buy ในกลุ่มพลังงาน ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น และหุ้นได้เข้าคำนวณ MSCI Thailand Small Cap มีผลตั้งแต่ 31 พ.ค. แนะนำ BCPG, BIG, FORTH, PTL และ THANI

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวถึงแนวทางการลงทุนในทองคำว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ที่ลดต่ำลง และกระแสต่อต้านการกีดกันทางการค้าที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทั้งในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง

ขณะที่ การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือแทบไม่ให้ผลบวกต่อราคาทองแล้ว หลังจากเกาหลีใต้ได้ผู้นำคนใหม่ตั้งธงนำเสนอการปรองดองระหว่างชาติ  แต่ประเด็นนี้ยังต้องดูท่าทีการแสดงออกของเกาหลีเหนือกับการตอบสนองจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯต่อไปว่าจะลดความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีลงหรือไม่

ทั้งนี้ ราคาทองคำได้รับปัจจัยบวกเล็กๆ จากความเป็นไปได้ที่ ECB จะปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีการคาดการณ์ถึงโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า และการเปิดเผยตัวเลข GDP ของกรีซที่หดตัวลง 2 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อปัญหาหนี้กรีซที่เรื้อรัง จึงสนับสนุนการรีบาวน์ของราคาทองในระยะสั้น โดยการทะลุขึ้นเหนือ 1,236 ดอลลาร์ จะให้สัญญาณ follow buy สู่แนวต้านถัดไปที่บริเวณ 1,255 ดอลลาร์