บริการข่าวไทยรัฐ

ตะลึง เปิดเซฟ 'เจ๊หมิง' ส่งเงินแก๊งยาภูซะนะ พบแบงก์เป็นฟ่อนกว่า 7 ล้าน

‘สุวิระ’ นำหมายค้น ตรวจบริษัทรับแลกเงิน "เจ๊หมิง" หลังพบหลักฐานเปิดบังหน้า รับโอนเงินให้ 5 ขบวนการยาเสพติด รวมทั้งเครือข่าย "ภูซะนะ" นักค้าชาวลาว แลกค่าจ้าง 0.8% พบตู้เซฟ 2 ตู้ แต่เปิดไม่ได้ ล่าสุดเปิดแล้วเจอเงินกว่า 7 ล้าน... 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พ.ค. พล.ต.อ.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควบคุมตัว นางสิริการย์ กุลวัฒน์ หรือ เจ๊หมิง ภรรยา นายยศวัฒน์ วีระชัยภัคสิริ หรือ เฮียนนท์ และนำหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ ค.93/2560 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นาย เข้าตรวจค้นภายในบริษัท พาวเวอร์ เอ็กเชนจ์ จำกัด เลขที่ 47, 47 1-2 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. เพื่อตรวจค้นทรัพย์สิน และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดเครือข่ายภูซะนะ

พล.ต.อ.ดร.สุวิระ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่า ทาง นางสิริการย์ กุลวัฒน์ หรือ เจ๊หมิง เปิดธุรกิจบังหน้าเป็นบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยแท้จริงแล้วเป็นการรับโอนเงินจากขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 5 ขบวนการ ทั้งเครือข่าย นายภูซะนะ สิงห์นวงศ์ ผู้ค้าชาวลาว และขบวนการต่างชาติ โดยมี นายยศวัฒน์ สามีของเจ๊หมิง เป็นคนดำเนินการ ใช้วิธีติดต่อทางโซเชียลกับขบวนการค้ายาเสพติดเพื่อโอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งบริษัทของเจ๊หมิงจะได้รับเงินค่าจ้างร้อยละ 0.8 ของยอดเงินที่โอนในแต่ละรอบโอน

นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทนี้ยังรับฝากทองคำแท่งจากขบวนการค้ายาเสพติด ที่ นายยศวัฒน์ รับดำเนินการอีกด้วย โดยบริษัทได้เซ้งกิจการมาเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนถูกขยายผลจับกุมได้

พล.ต.อ.ดร.สุวิระ เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบภายในอาคารพาณิชย์ พบว่าชั้นที่ 1 เปิดทำการเป็นที่แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของทางบริษัท ตรวจในห้องด้านหลังเคาน์เตอร์พบตู้เซฟขนาดใหญ่ 1 ตู้ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นสำนักงานบริษัท โต๊ะทำงาน และพบตู้เซฟใหญ่อีก 1 ตู้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากรหัสตู้เซฟและกุญแจเปิดอยู่ที่คนชื่อ ด้า และกบ โดยจะเคลื่อนย้ายตู้เซฟทั้ง 2 ตู้ไปยัง สน.ลุมพินี และประสานผู้เชี่ยวชาญทำการเปิดตู้เซฟเพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ต่อไป

ต่อมา เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุวิระ เปิดเผยหลังจากตรวจค้นว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะนำคอมพิวเตอร์ 15 เครื่อง ไปตรวจสอบข้อมูลหลักฐานทั้งข้อมูลการเงินและข้อมูลทั่วไป รวมถึงทำการเปิดตู้เซฟขนาดใหญ่ที่พบจำนวน 2 ตู้ เพื่อหาความเชื่อมโยงในส่วนของคดีเครือข่ายภูซะนะ  

มีรายงานว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดตู้เซฟดังกล่าวเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตู้เซฟที่พบชั้นที่ 1 ภายในมีธนบัตรไทยประมาณกว่า 3 ล้านบาท และธนบัตรต่างประเทศอีกจำนวนมาก รวมแล้วประมาณ 5 ล้านบาท ส่วนชั้นที่ 2 ตู้เซฟใบใหญ่พบเงินไทยประมาณ 1,000,000 บาทพร้อมเครื่องประดับหยก อาทิ สร้อย กำไล และตู้เซฟใบเล็กพบเงินสดไทย 1,100,000 บาท รวม 3 ตู้ มีเงินสดกว่า 7 ล้านบาท.