วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปลัดจอมแฉ'โต้กรมปกครอง ยันส.ปอ.ท.เป็นการรวมกลุ่ม ตั้งมาตาม รธน.

ปลัดฯจอมแฉ โต้กลับ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมออกแถลงการณ์ ยันสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) เป็นการรวมกลุ่มของข้าราชการสังกัดกรมการปกครอง ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ก่อตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มีการจัดตั้งโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง...

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.60 นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ช่วยงาน กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน และในฐานะประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) พร้อมด้วย นายคณนาถ คะชะนา รองประธานสหาพันธ์ฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ นายไฑ ปุณณพุฒิพงศ์ ที่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 5 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ผู้เสียหายจากการถูกลอบวางเพลิงเผารถยนต์ จากการออกมาสนับสนุนสหพันธ์ปลัดอำเภอฯที่แม่สะเรียง

นายบุญญฤทธิ์ เปิดเผยว่า จากการถูกกล่าวหาว่าสหพันธ์ฯ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันอาจส่งผลต่อความเชื่อถือ ซึ่งทางสหพันธ์ฯ ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนและไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) เป็นการรวมกลุ่มของข้าราชการสังกัดกรมการปกครอง ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 4 ที่ว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค ที่ชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประกอบพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ตามมาตรา 43 ข้าราชการพลเรือนสามัญมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ และต้องไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง มีการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557 เพื่อให้ประชาชนทุกท่านได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน ไม่ได้รับข้อมูลที่บิดเบือนอันเป็นความเท็จ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ดังนี้

1.สมาชิกของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สามารถเข้า - ออก ได้ตลอดเวลาเป็นสิทธิเฉพาะของแต่ละบุคคล โดยการดำเนินงานของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 2.การดำเนินการบริหารงานของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้าง/คณะกรรมการบริหาร/สมาชิก/การจัดประชุม/การแต่งตั้งประธาน และกรรมการ ฯลฯ ล้วนเป็นไปตามข้อบังคับสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศเทศไทย (ส.ปอ.ท.) ที่ 1/2557 ทั้งนี้คณะกรรมการสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ผู้ทำหน้าที่ต้องมีอุดมการณ์สูง เสียสละ ไม่มีค่าตอบแทน และที่สำคัญคือต้องใช้เงินเดือนของตนเองทำงานเพื่อพี่น้องปลัดอำเภอและประชาชนทั้งประเทศ จึงมีผู้มีจิตอาสามาทำหน้าที่ได้ยาก

3.ภารกิจของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ไม่ได้กระทำไปภายใต้การบังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แต่ทำในฐานะพลเมืองคนดีคนไทยคนหนึ่ง จึงถือเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 26 มาตรา 27 และ มาตรา 42

4.สำหรับตราของสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) มีความแตกต่างจากตราของกรมการปกครองอย่างชัดเจน อันมิใช่เป็นการปลอมหรือเลียนแบบตราของหน่วยงานใดๆ ซึ่งถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 มาตรา 7 แต่อย่างใด แต่ตราของกรมการปกครองที่ถูกเลียนแบบ และมีการละเลยละเว้นไม่ตรวจสอบ คือ ตรากรมการปกครองและตรากระทรวงมหาดไทย ที่ผลิตจำหน่ายหลังอาคารกระทรวงมหาดไทย โดยประเด็นนี้ผู้บังคับบัญชาเคยสอบสวนเพื่อเอาผิดทางวินัย/อาญา ซึ่งสหพันธ์ปลัดอำเภอฯได้ชี้แจงเป็นที่ยุติแล้ว 5.ภารกิจของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ที่ผ่านมาล้วนเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนข้าราชการพลเรือนทุกส่วนราชการ ข้าราชการอื่นๆ และประชาชน ซึ่งกระทำแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน รวมถึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่ทุจริต/รีดไถ ให้เข้าสู่กระบวนการรับโทษทางอาญาจำนวนมาก

6.ดังนั้นจึงถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายของสมาชิกและคณะกรรมบริหารที่ต้องนำเสนอเพื่อป้องกันพฤติการณ์ของผู้บังคับบัญชาที่ไม่สุจริตกระทำเกินขอบเขตแห่งอำนาจของกฎหมาย เพื่อข่มขู่ให้จำยอมกระทำการหรือไม่กระทำการ และเมื่อวันที่ 16 พ.ค.60 ตนเองได้เข้าให้ถ้อยคำกับคณะพนักงานสอบสวนจากตำรวจภูธรภาค 5 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน สำหรับกรณีที่ปรากฎข่าวสารบางสื่อว่าจะมีการยื่นหนังสือให้ UN มาตรวจสอบกรณีค้ามนุษย์ อาจจะคลาดเคลื่อน ความเป็นจริง สำหรับกรณี UN เป็นการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของผู้ลี้ภัยในศูนย์อพยพซึ่งอยู่อย่างหนาแน่น และมีโอกาสถูกชักจูงเข้าสู่กระบวนการค้าประเวณีได้ง่าย เพราะที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่เรื้อรังยัง ไม่เคยได้รับการแก้ไข ซึ่งเป็นคนละประเด็นไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีนี้.