วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำชะโนดไปยังไง? เจาะคู่มือเดินทางสายหวย พลังศรัทธาคนแห่มาเต็มคันรถ! (ชมคลิป)

เห็นกระแสคนเดินทางไปคำชะโนดแล้วตกใจ โอ้แม่เจ้า! คุณคะ...ทำไมคนแห่กันไปมหาศาลขนาดนี้? นี่ยังงงไม่เลิก ไหนๆ ก็กำลังจะมีทริปไปเที่ยวอุดร ขอแวะไปสัมผัสความคึกคักของเซียนหวยที่คำชะโนดสักที พร้อมไปขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธก็น่าจะดีเหมือนกันนะ

I TOUR ALONE สัปดาห์นี้ ฮัมมิ่งเบิร์ดจะพาคุณไปสัมผัสบรรยากาศความศักดิ์สิทธิ์สุดขลัง และความคึกคักของบรรดานักคณิตศาสตร์ที่มีสกิลในการตีเลขหวยกันอย่างถึงพริกถึงขิง ออกตัวก่อนว่าฮัมมิ่งเบิร์ดไม่มีสกิลตีหวยใดๆ แต่อยากไปดูว่า ทำไมคนถึงอยากไปที่นี่กันนัก?

-1-

อยากรู้ว่าคำชะโนดไปยังไง? ตอบง่ายๆ เลยค่ะว่านั่งเครื่องไปลงที่สนามบินนานาชาติอุดรธานี แล้วเช่ารถหรือเหมารถต่อไปยังอำเภอบ้านดุง จะสะดวกกับชีวิตของคุณมากๆ อย่าพลาดเหมือนเรานะ เพราะเรานั่งรถจากกรุงเทพฯ ไปอุดร แล้วต่อยาวถึงบ้านดุง โอ๊ย...ขากับเอวมันฟ้อง ปวดตุ๊บๆ อยู่เกือบ 8 ชั่วโมง เมื่อยไปถึงตาตุ่มค่ะพี่น้อง

เอาล่ะนะ พอมาถึงสนามบินอุดรแล้วก็ต่อรถไปบ้านดุงเลยจ้า มีทั้งรถตู้ รถโดยสารประจำทาง หรือเช่ารถแล้วเปิดแแผนที่ขับไปเองก็ได้ ทางไปบ้านดุงมีอยู่หลายเส้นทาง เราแนะนำให้ไปหลักบนถนนสายหลักบนถนนสาย 22 ตรงไปเรื่อยๆ เลยค่ะ แล้วจะเข้าสู่เทศบาลหนองเม็ก ตรงนี้จะมี 4 แยกใหญ่ บริเวณตลาดเทศบาลหนองเม็กอยู่ซ้ายมือ มีโรงเรียนชุมชนบ้านหนองเม็กอยู่ขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายไปบนถนนสาย 2096

จากนั้นก็ขับตรงยาวๆ ต่อไปประมาณ 40-45 นาที ระหว่างทางจะเจอป้ายบอกทางไปคำชะโนดโผล่มาให้เห็นเรื่อยๆ พอถึงโรงเรียนบ้านนาโฮง จะเห็นสามแยก ตรงนี้ให้เลี้ยวซ้ายอีกที ตรงเข้าไปอีกนิดหน่อย ก็ถึงบ้านดุงและสำนักสงฆ์คำชะโนด พอมาถึงปุ๊บ โอ้โห...นี่รถติดตั้งแต่ทางเข้าเลยจ้า ขนาดมาถึงตั้งแต่ประมาณ 7 โมงเช้านะเนี่ย มีเจ้าหน้าที่คอยตะโกนบอกว่า

“รถเข้าไปข้างในไม่มีที่จอดแล้วนะครับ เข้าแถวขอให้จัดแถวชิดขวาด้วย ขอพื้นที่ให้รถผ่านด้วยครับ”

สิ้นเสียงพี่แกก็เดินจัดระเบียบแถวอย่างดี ซึ่งต้องยอมรับเลยนะว่าคนที่นี่เขาพูดกันง่าย เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมืออะไรก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีโวยวาย เอะอะ ต่างก็มาด้วยความเลื่อมใสศรัทธาต่อพ่อปู่ศรีสุทโธจริงๆ

-2-

เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต่อแถวรอคิวเพื่อเดินทางข้ามสะพานพญานาคไปยัง ‘เกาะคำชะโนด’ ความขรึมขลังมีให้เห็นตลอด 2 ข้างทาง มีทั้งแม่ค้าเดินขายขวดใส่น้ำมนต์ หมากพลู พานบายศรีถวายพ่อปู่แม่ย่า และสีสันที่ลืมไม่ลงเลยคือ บรรดาผู้ค้าแผงสลากกินแบ่งรัฐบาล เดินมานำเสนอเลขเด็ดกันตั้งแต่หัวแถวยันหางแถว ใครอยากรู้ว่าบรรยากาศมันน่าขนลุกแค่ไหน ต้องเข้าไปอ่านซีรีส์หญิงใบ้ บอกเลย...แม่นจริงอะไรจริง! (อ่านเพิ่ม : ฝันเด็ดก่อนไปคำชะโนด! , ล่ารางวัลที่ 1 หญิงใบ้ออนทัวร์คำชะโนด, สาธุๆๆ พ่อปู่ศรีสุทโธ)

ส่วนข้างทางเรามองเห็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รองรับนักแสวงบุญ อาจจะไม่ได้สร้างสวยงามหรูหราเหมือนในเมือง แต่ก็ใช้งานได้ดี เช่น ลานรับฝากจอดรถคันละ 40 บาท บริการห้องน้ำครั้งละ 5 บาท รถสามล้อบริการ ที่พักคำชะโนดรีสอร์ท ร้านอาหารท้องถิ่นต่างๆ ราคาย่อมเยาเป็นกันเอง เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูไก่ ส้มตำ ปลาเผา ไก่ย่าง ไข่ปิ้ง ลูกชิ้นทอด ข้าวเหนียวปิ้ง ซุ้มขายเครื่องดื่ม เป็นต้น

เราเองยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า ก็หิวสิคะคุณ เลยตัดสินใจบอกคุณพี่ที่ยืนข้างหน้าว่า ขอแว้บไปทานข้าวแป๊บเดี๋ยวกลับเข้ามาต่อแถวใหม่ พี่สาวก็ใจดีมากจองที่ไว้ให้เราด้วย คนที่นี่มีน้ำใจ น่ารักจัง...หลังจากอิ่มท้องแล้วมายืนรออยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง (เหน็บกินไปหลายรอบ) ก็ถึงปากสะพานทางข้ามไปยังโลกแห่งพญานาค

พอข้ามเข้ามาถึงป่าคำชะโนดปุ๊บ สัมผัสแรกเลยคือ หืม...กลิ่นอะไร? กลิ่นอับๆ ฉุนๆ ลอยปนอยู่ในอากาศ แต่มันไม่ได้เหม็นจนทนไม่ได้นะ เพียงแต่รับรู้ได้ว่าที่นี่มีกลิ่นและบรรยากาศที่แตกต่างจากข้างนอกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ นี่ขนาดเราไม่ค่อยอินเรื่องแบบนี้เรายังรู้สึกได้ถึงความขลังของพื้นที่ของพ่อปู่ศรีสุทโธ ยิ่งในจังหวะที่ผู้คนมานั่งล้อมศาลพ่อปู่พร้อมชูพานบายศรีเหนือศีรษะ เอ่ยคำถวายแล้วกล่าว สาธุ สาธุ สาธุ พร้อมกัน โอ๊ย...เรานี่ขนลุกเกรียว!

-3-

เราเองก็มีพานบายศรีเล็กๆ ติดมือไป ถือโอกาสไปไหว้สักการะพ่อปู่ฯ ด้วยคน นอกจากนี้ก็ยังมีจุดไฮไลต์ที่ต้องไปชมอย่าง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนนิยมเอาขวดมากรอกน้ำไปล้างหน้าดื่มกิน เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยปัดเป่าโรคภัยและสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกจากตัว

ส่วนอีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือ ต้นมะเดื่อยักษ์ เดินมาถึงตรงนี้เราจะเห็นเซียนหวยมารุมกันเยอะเป็นพิเศษ คนที่มีความเชื่อเขาเชื่อกันว่าถ้าได้มาถูตามผิวต้นมะเดื่อ ก็มักจะได้เลขเด็ดกลับไปทุกงวด เราเองไม่ได้มาขอเลขกับพ่อปู่ แต่มาขอพรเรื่องเงินทองเรื่องค้าขาย ก็เลยไม่ได้เข้าไปถูดูเลขเหมือนคนอื่นเขา

กลับจากคำชะโนดคราวนี้ ความรู้สึกของเราเปลี่ยนไป จากตอนแรกที่ไม่ค่อยเชื่อ ก็กลายเป็นเชื่อ เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อปู่ฯ ที่จะช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก อีกอย่างคือเห็นพลังศรัทธาของผู้คนที่หลั่งไหลกันมาขนาดนี้ เรานี่ก็อึ้งไปเหมือนกัน สอบถามบางคนนี่ไม่ได้มาครั้งแรกนะจ๊ะ แต่มา 3-4 ครั้งแล้ว นี่ไงคนศรัทธาตัวจริง!

-บทส่งท้าย-

นอกจากคำชะโนดแล้ว อุดรธานียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ถ้าพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปคำชะโนด แล้ววัยรุ่นอย่างเราอยากหาที่เที่ยวบ้าง เราแนะนำรูทนี้เลยจ้า มีทั้งศาลเจ้าปู่ย่าเมืองอุดร เป็ดเหลืองหนองประจักษ์ ศาลหลักเมือง และสีสันไนท์ไลฟ์ที่ยูดีทาวน์

1. ศาลเจ้าปู่ย่าเมืองอุดร
ที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์กของอุดรธานีก็ว่าได้ ภายในศาลมี ‘ปึงเถ่ากงม่า’ หรือเจ้าปู่เจ้าย่า ที่สร้างใน พ.ศ. 2534 ลูกหลานชาวอุดรส่วนใหญ่จะมากราบไหว้เพื่อขอพรในความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้บริเวณใกล้กันก็มีศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน เป็นพิพิธภัณฑ์กึ่งสวนสาธารณะ ไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ บรรยากาศเหมือนอยู่ในเมืองจีนยังไงยังงั้น

2. หนองประจักษ์และศาลหลักเมือง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดไปแชะรูปสวยๆ ก็คือ เจ้าเป็ดเหลืองที่หนองประจักษ์ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ชาวอุดรนิยมมาเดินเล่นพักผ่อน และออกกำลังกายกันในตอนเย็น ถัดไปอีกไม่ไกลกันนักก็จะพบกับ ศาลหลักเมืองอุดร ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน แถมศาลหลักเมืองของที่นี่ก็ออกแบบได้สวยเริดด้วยนะจ๊ะ

3. UD TOWN
ส่วนขาเที่ยวสายไนท์ไลฟ์ เราแนะนำให้ไปกินดื่มเที่ยวชิลๆ ที่ UD TOWN อะเวนิวที่เก๋กู้ดสุดๆ อยู่ใกล้กับเซ็นทรัลอุดร ที่นี่มีร้านอาหารมากมาย มีถนนคนเดินยามค่ำคืน อาหารน่ากินเต็มไปหมด แถมยังมีที่ให้นั่งฟังเพลง ได้ Enjoy ไปกับแก๊งเพื่อน จากข้างต้นถ้าคุณเที่ยวครบหมดตามรูทนี้ รับรองว่าไม่มีผิดหวังจ้า!