บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดลงทะเบียนคนจน 14.1 ล้านคน เช็กชื่อผ่านคุณสมบัติหรือไม่ 1 ส.ค. นี้

คลังสรุปตัวเลขเบื้องต้นลงทะเบียนคนจน 14.1 ล้านคน ตรวจชื่อตั้งแต่ 22 พ.ค.-2 มิ.ย. ผ่าน 7 ช่องทาง ก่อนเปิดผลรายชื่อผ่านคุณสมบัติ 1 ส.ค.นี้ รับสิทธิสวัสดิการตามที่รัฐกำหนด พร้อมออกบัตรให้ภายหลัง...

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผย ตัวเลขเบื้องต้นโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ระหว่างวันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.60 ว่า มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 14.1 ล้านคน โดยหลังจากนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มาลงทะเบียน นำข้อมูลทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติ และเปิดให้ตรวจผลการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

สำหรับสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1.ผู้มาลงทะเบียนในโครงการฯ ระหว่างวันที่ 3 เมษายน-15 พฤษภาคม 2560 เบื้องต้นมีจำนวนผู้ลงทะเบียน 14.1 ล้านคน ผ่าน 5 หน่วยงานรับลงทะเบียน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน (ธ.ออมสิน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ.กรุงไทย) สำนักงานคลังจังหวัด และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร มากกว่าโครงการฯ ในปี 2559 ที่มีจำนวน 8.3 ล้านคน
2.ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากปิดโครงการ

2.1 การตรวจสอบรายชื่อในระบบการลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ได้ 7 ช่องทาง ได้แก่

1) เว็บไซต์ 3 เว็บไซต์ ได้แก่ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักลงไป ระบบจะแจ้งว่ามีชื่อหรือไม่มีชื่อในระบบการลงทะเบียน

2) Call center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 1359
3) Call center ของ ธ.ก.ส. 02-555-0555
4) Call center ของ ธ.ออมสิน 1115
5) Call center ของ ธ.กรุงไทย 02-111-1111
6) Call center ของกรมบัญชีกลาง 02-270-6400
7) เบอร์โทรของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต

ผลการตรวจสอบสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
(1) ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนมีชื่ออยู่ในระบบแล้ว ให้รอผลการตรวจคุณสมบัติต่อไป

(2) ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่มีชื่ออยู่ในระบบ ให้นำเอกสารหลักฐานจากแบบฟอร์มลงทะเบียนที่เจ้าหน้าที่ฉีกให้ในวันลงทะเบียนไปยืนยัน พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียนไปติดต่อที่หน่วยรับลงทะเบียนที่ไปลงทะเบียนไว้ ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 เพื่อให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลลงในระบบและดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป ทั้งนี้ ให้นำเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปติดต่อเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นผู้ลงทะเบียนจะถูกตัดสิทธิในการได้รับสวัสดิการ

2.2 การตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 5 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วนทั้ง 5 ข้อตามที่ระบุไว้ในโครงการฯ หรือไม่ ผ่านเว็บไซต์และโทรสายด่วนข้างต้น โดยพิมพ์หรือแจ้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่นเดียวกับการตรวจสอบรายชื่อในข้อ 2.1 ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

(1) ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนผ่านคุณสมบัติ จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการตามที่รัฐกำหนด และรัฐจะดำเนินการออกบัตรสวัสดิการให้ต่อไป
(2) ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านคุณสมบัติ ระบบจะแจ้งว่าไม่ผ่านคุณสมบัติข้อใด

ทั้งนี้ เบื้องต้นหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถโทรสายด่วน 1359 ในเวลาราชการ เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ หากเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้องให้ติดต่อหน่วยงานรับลงทะเบียนและดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2560 เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปเข้ากระบวนการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับบัตรสวัสดิการที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ส่วนการรับบัตรและการใช้บัตรสวัสดิการ กระทรวงการคลังจะแจ้งให้ทราบต่อไป.