บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลังงาน4.0สืบสานปณิธานของพ่อ

โดย หมัดเหล็ก

วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานประธาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้สั่งให้มีการทบทวนแผนการผลิตพลังงานไฟฟ้าฉบับปัจจุบันและโครงการพลังงานทดแทน (แสงอาทิตย์) เนื่องจากต้องการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผ่านวันครบรอบการสถาปนา 48 ปีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดย กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้พูดถึงการพัฒนาของ กฟผ.จากอดีตถึงปัจจุบัน ที่เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 907 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2512 จนปัจจุบัน กฟผ.สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 16,385 เมกะวัตต์คิดเป็นร้อยละ 39.43 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ที่สามารถผลิตได้ถึง 41,556.25 เมกะวัตต์ ตลอดระยะเวลา 48 ปีที่ผ่านมา กฟผ.ได้ยึดหลักการทำงานที่ว่า องค์การใสสะอาด น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย

พระราชกรณียกิจนานัปการที่ยาวนานต่อเนื่องจนถึงปี 2560 กฟผ.ได้ดำเนินโครงการ กฟผ. น้อมสืบสานปณิธานงานของพ่อชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันหาที่สุดมิได้

ก้าวต่อไปของ กฟผ.จะมุงสู่ Energy 4.0 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบไฟฟ้า เช่น การพัฒนาเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ นำร่องไปแล้วที่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่ผู้ผลิตและผู้ใช้งานสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านระบบสารสนเทศ หรือการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้มีเสถียรภาพ และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟฟ้าได้บางช่วงเวลาให้สามารถพึ่งพาได้ตลอดเวลา โดยการจับคู่แหล่งผลิตตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ในรูปแบบที่เรียกว่า Hybrid เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับและกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่ ลำตะคอง จ.นครราชสีมา รวมถึงมีการเตรียมรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยพัฒนารถต้นแบบและสถานีชาร์จไฟฟ้า ตลอดจนเตรียมพัฒนา พื้นที่สำนักงานใหญ่ กฟผ. ให้เป็น เมืองอัจฉริยะ บนพื้นที่ 300 ไร่ เป็นต้นแบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

กฟผ.เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนให้บรรลุตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579 ไปสู่การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่จะเข้าสู่ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ในขณะเดียวกัน กฟผ. มีนโยบายต่อการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนไดออกไซด์ รับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐานสากล ISO 26000 ซึ่ง กฟผ.มีเป้าหมายชัดเจนที่จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 4 ล้านตันในปี 2563 และ 8 ล้านตัน ในปี 2568 จนถึงปี 2579 จะลดได้ถึง 12 ล้านตัน

48 ปีที่ผ่านมา กฟผ.ได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมมากมายจนได้รับรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการต้นแบบด้านความ ปลอดภัยดีเด่น รัฐวิสาหกิจดีเด่น แต่ก็ไม่มีความสำคัญเท่ากับการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดอย่างยั่งยืนเพื่อ สนับสนุนการลงทุน ภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรของประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่มั่นคง แข็งแรง.


หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th