บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลิ่นผู้มีอิทธิพลโชย

โดย สหบาท

ตามดูเรื่องขบวนการค้ากามน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ที่สำนวนการสอบสวนแยกแตกหน่อไปอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจหลายหน่วย ทั้ง บช.ภ.5 รับผิดชอบคดีธุระจัดหา และ ตำรวจ ปคม. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่รับผิดชอบสำนวนคดีข้อหาฉกรรจ์ค้ามนุษย์

ทั้งที่ในข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของคดีแล้ว มันเป็นคดีเดียวกัน จากคนแก๊งเดียวกัน...

กลุ่มคนที่ซื้อบริการก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีทั้งข้าราชการ ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ฯลฯ

หลังจากเรื่องแดงจนเป็นข่าวครึกโครมมานานนับเดือน บางช่วงบางตอนมีกระเส็นกระสายมาว่า คดีอืด เพราะตำรวจไม่ค่อยอยากทำคดี บางครั้งฝ่ายผู้เสียหายออกมาโวยวายว่า ตำรวจชี้นำคำให้การซัดทอดของเหยื่อ

ความจริงแล้วถ้าว่ากันตรงๆ เรื่องขายบริการแบบนี้มันก็มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงในประเทศสยามเมืองยิ้มแห่งนี้ รวมไปถึงทุกประเทศทั่วโลกเบี้ยวๆใบนี้ด้วย?

แต่ที่รับไม่ได้คือ การค้ากามเด็ก!

เมื่อมันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแล้ว ต้องว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย เรียกว่า เป็นไปตาม “กรรมเฮงกรรมซวย” ของแต่ละคน?

แต่ที่ขัดลูกตาคือ เรื่องที่คนร้ายบุกเข้าเผารถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน 1 กบ 1352 กรุงเทพมหานคร ของ นายไฑ ปุณณพุฒิพงศ์ อายุ 55 ปี ถึงในบ้าน หมู่ 5 อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เป็นที่รู้กันว่า ผู้เสียหายเป็นแนวร่วมกลุ่มของ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง ที่เพิ่งถูกคำสั่งเด้งไปช่วยราชการ กอ.รมน.จ.แม่ฮ่องสอน เพราะออกมาแฉไม่หยุด

เลยอดไม่ไหว เพราะมันไปกระตุ้นต่อมเผือกอย่างจัง?

ถ้าคดีบุกเผารถถึงบ้านครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเรื่องส่วนตัวของผู้เสียหาย แต่เกี่ยวพันกับการตามจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องการสืบสวนสอบสวนคดีน้ำเพียงดินของตำรวจจริง

มันถือเป็นการข่มขู่คุกคาม!

ทำให้วิเคราะห์ต่อไปได้อีกว่า สิ่งที่เหยื่อถูกเผารถรายนี้ตามตรวจสอบ มันมีเค้าเรื่องจริง!?!

อย่างนี้แหละ คนที่บุกเผารถที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครหน้าไหน ถึงเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล!

ที่รัฐบาลประกาศปากเปียกปากแฉะโวว่า จะต้องปราบปรามให้หมด?

สหบาท