วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล่ห์ลวง 'เจ๊สุ' เจ้าแม่เงินกู้ แฉทำสัญญาถูกกฎหมายแต่เก็บจริงโขกดอกสูง

เหยื่อเจ๊สุ เจ้าแม่เงินกู้นครพนม แฉทำสัญญากู้เงินถูกกฎหมายทุกประการ แต่เอาจริงต้องจ่ายดอกเบี้ยสุดโหด พบหากขาดส่งดำเนินการส่งฟ้อง ยึดหลักประกันทันที ขณะที่ ตร.ส่งศาลขอฝากขังผัดแรก พบผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์เพิ่มอีก 17 ราย

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจนครพนม ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.เมืองนครพนม เร่งสอบสวนดำเนินคดีที่ชาวบ้านเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ปัญหานายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด พร้อมมีการออกหมายจับ นางสาวสุพิชญ์ฌา อภิชัจฐ์โภคิน อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นนายทุนเงินกู้ และเป็นเจ้าของกิจการโชว์รูมจำหน่ายรถจักรยานยนต์รายใหญ่ของนครพนม ที่มีสาขาจำนวนมากในภาคอีสาน

สำหรับข้อหากระทำความผิด ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมถึงปลอมแปลงเอกสารสิทธิ โดยทางเจ้าตัวได้เข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา พร้อมให้การปฏิเสธในเบื้องต้น โดยยืนยันว่าดำเนินการปล่อยกู้ตามกฎหมาย ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนลูกหนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี

ทั้งนี้ ในชั้นพนักงานสอบสวน ทางตำรวจคัดค้านการประกันตัว และจะมีการนำไปฝากขังผัดแรกในวันนี้ โดยตำรวจยังได้เข้าตรวจค้น หาเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ในโชวร์รูมขายรถจักรยานยนต์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม จำนวน 3 แห่ง พร้อมนำเอกสารหลักฐาน เกี่ยวกับการปล่อยกู้หลายรายการไปตรวจสอบ ประกอบการดำเนินคดีในการจับกุมอีกด้วย

ล่าสุด พบว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองนครพนม กล่าวหานายทุนรายเดียวกันแล้ว 17 ราย คาดว่าจะมีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ต่อเนื่องหลังการจับกุม (เหยื่อเงินกู้ นายทุนดอกโหด เปิดใจ 15 ปี บ้านถูกยึด น้องเครียดผูกคอตาย)

จากการตรวจสอบข้อมูลยังพบว่า ในพื้นที่ จ.นครพนม ยังมีลูกหนี้นอกระบบอีกหลายรายที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาการนำที่ดินทรัพย์สินไปจำนองกับนายทุนคนดังกล่าว จนต้องมีการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์สิน เพราะรูปแบบการทำสัญญาของนายทุนจะมีการทำสัญญาแบบรัดกุม แต่จะใช้วิธีการลงรายละเอียดในสัญญาเกี่ยวกับดอกเบี้ยถูกต้องตามกฎหมาย หรือประมาณร้อยละ 15 ต่อปี แต่จะมีการหักต้น ล่วงหน้า และเก็บดอกเบี้ยโหดนอกเหนือจากสัญญา ประมาณร้อยละ 3–5 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ยังฉวยโอกาสยึดเอาทรัพย์สินทันทีหากขาดส่ง หรือผิดสัญญา โดยไม่มีการต่อรอง และที่ผ่านมาในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม รวมถึงการต่อสู่คดี ส่วนใหญ่เหยื่อเงินกู้จะแพ้คดี เพราะมีการจัดทำเอกสารแบบรัดกุม