บริการข่าวไทยรัฐ

ขอดูวงจรปิด

โดย ซี.12

เรื่องเล่าจากสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เที่ยวนี้ค่อนข้างทันสมัยทีเดียว

เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทหารทำวิสามัญเด็กชายชาวเขาคนหนึ่ง จากกรณีการเข้าจับกุมยาเสพติดในหมู่บ้านทางภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าพบว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และในขณะเข้าจับกุมได้ต่อสู้โดยใช้อาวุธ จึงจำเป็นต้องจัดการอย่างเด็ดขาด

แต่ปรากฏว่าฝ่ายของผู้เสียหายมีความสงสัยในหลายๆ ประเด็น เช่น เป็นเด็กดีไม่เคยมีประวัติ ได้รับรางวัลเป็นผู้นำเยาวชนในเรื่องกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ตลอดจนสภาพตำแหน่งของอาวุธที่ตกอยู่ ก็เลยพยายามหาหลักฐานที่แสดงสภาพสถานที่ขณะเกิดเหตุ

แล้วเห็นว่าประชาชนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ประกอบกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ก็เลยจะใช้ช่องทางนี้ขอหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงก็กล่าวแบบมีแนวโน้มว่าให้ไปขอจากตำรวจภูธรภาค 5 แต่คงให้ไม่ได้ เพราะเป็นส่วนประกอบอยู่ในสำนวนอาจจะกระทบต่อรูปคดี

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 บัญญัติว่า “ข้อมูลข่าวสาร หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงไม่ว่าจะจัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้”

“ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐหรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกชน กรณีนี้ถ้าบริเวณนั้นมีกล้องจริง หากเป็นกล้องที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ไปติดตั้ง ภาพที่บันทึกไว้จากกล้องวงจรปิดก็จะเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ

หากฝ่ายผู้เสียหายต้องการได้ภาพหลักฐานนั้น ก็ต้องมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน ถึงหน่วยงานผู้ครอบครองข้อมูลข่าวสารนั้นว่าต้องการข้อมูลข่าวสารอะไร

ส่วนหน่วยงานของรัฐเมื่อได้รับหนังสือคำขอแล้วก็ต้องแจ้งผลให้ผู้ขอได้ทราบภายในสิบห้าวันว่า ข้อมูลข่าวสารที่เขามีคำขอนั้นจะเปิดเผยให้ได้หรือไม่ ซึ่งหากให้ไม่ได้ก็ต้องแจ้งเหตุผลตามมาตรา 15 พร้อมแจ้งสิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ให้ผู้ขอได้ทราบ

ถ้าสิบห้าวันแล้วท่านยังไม่แจ้ง ผู้ขอก็สามารถไปใช้สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการหรือท่านปฏิเสธไม่เปิดเผยก็ไม่เป็นไร เขาก็ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้ต่อไป ส่วนจะเป็นภายในสิบห้าวันหรือปีก็อยู่ที่ว่าท่านได้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ให้เขาทราบไปในหนังสือปฏิเสธด้วยหรือไม่ แต่ยังมีประเด็นอีกว่า หากหน่วยงานปฏิเสธว่าไม่มีสำเนาภาพตามที่ขอเนื่องจากบังเอิญส่งซ่อมก่อนหน้าวันเกิดเหตุ 2-3 วัน หากผู้ขอไม่เชื่อก็ยังร้องเรียนให้ตรวจสอบความมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารได้

อีกไม่นานเรื่องนี้คงมีไปที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตอนจบเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ถ้าใครต้องการหารือ ปรึกษาการใช้สิทธิหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ให้ติดต่อได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ 0-2283-4678 www.oic.go.th

กรณีเช่นนี้คงพอจะประยุกต์ใช้ในกรณีเกิดอุบัติเหตุการจราจรบนท้องถนนได้เช่นกัน

“ซี.12”