วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบนซ์ เรซซิ่ง ลั่นไม่คิดหนีคดีสมคบฟอกเงิน เข้ารายงานตัวศาล ฝากขังผัด7 (คลิป)

เบนซ์ เรซซิ่ง รายงานตัวฝากขังครั้งสุดท้ายต่อศาลอาญา ในคดีสมคบฟอกเงิน ยืนยันไม่คิดหลบหนี ศาลนัดอีกครั้ง 29 พ.ค.นี้...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พ.ค. นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว แพท ณปภา ตันตระกูล ผู้ต้องหาคดีร่วมสมคบฟอกเงินกับ นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ เครือข่ายนักค้ายาเสพติด นายไซซะนะ แก้วพิมพา พร้อมด้วย นายสิทธิโชค ตรีเนตร ทนายความ เดินทางมายังศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อรายงานตัวต่อศาลในการนัดฝากขัง ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นผัดสุดท้าย ตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว โดย นายอัครกิตติ์ เดินทางมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และขอต่อสู้ในชั้นศาล

ด้าน นายสิทธิโชค ตรีเนตร ทนายความ ระบุว่า นายอัครกิตติ์เดินทางมารายงานตัว ซึ่งครบฝากขังครั้งที่ 7 ซึ่งศาลได้นัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนั้น เดิมพนักงานสอบสวนแจ้งให้ไปพบวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันที่ แพท ณปภา เข้าไปพบพนักงานสอบสวนเช่นกัน จึงได้ขอเลื่อนวันเข้าพบเป็นวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้เข้าพบตามนัด พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่ ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่นำมาสู่ข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามยาเสพติด เป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน พร้อมยอมรับว่าข้อหาที่ถูกแจ้งเพิ่มมีอัตราโทษสูงกว่าข้อหาฟอกเงิน และยืนยันว่า นายอัครกิตติ์ พร้อมต่อสู้คดี ไม่มีเจตนาหลบหนี

ส่วนขั้นตอนการดำเนินคดีต่อไปจากนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องมายื่นคำร้องต่อศาลแจ้งให้ทราบว่า ระยะเวลาการฝากขังครั้งที่ 6 มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ดังนั้น พนักงานสอบสวนและอัยการจะมีระยะเวลาในการพิจารณาสำนวน 12 วัน ให้ทันภายใน 29 พ.ค.นี้ โดยในชั้นพนักงานอัยการจะไม่ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม เนื่องจากตั้งแต่พบพนักงานสอบสวนตั้งแต่ครั้งแรกได้ยื่นเอกสารที่มีทั้งหมดไปแล้ว พร้อมกับชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว

ขณะที่คดีของ แพท ณปภา นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางคดีกับทนายความ เพราะทุกอย่างกระชั้นชิดและรวดเร็วมาก แต่ทราบว่าในส่วนของ แพท ณปภา ก็ถูกออกหมายเรียกและไม่ได้ตั้งตัวเช่นกัน ดังนั้นในเบื้องต้น ที่ผ่านมาจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการไปพบพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนข้อต่อสู้ทางคดีจะแตกต่างกันหรือไม่ต้องดูพยานหลักฐาน ซึ่ง นายอัครกิตติ์ ยืนยันมาตลอดว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องยาเสพติด และไม่มีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพยานหลักฐานหรือพยานบุคคลต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการสอบสวนเลย ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า เจตนาของนายอัครกิตติ์ แม้จะถูกแจ้งข้อหาในอัตราโทษสูงแต่ก็พร้อมที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการรับทราบข้อกล่าวหาทันที ไม่มีการหลบเลี่ยงหรือหลีกหนี เพราะเชื่อมั่นในศาลและกระบวนการยุติธรรม ว่าเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุด

สำหรับเรื่องหลักประกัน หากมีการยื่นฟ้องคดี เป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งหากศาลจะมีข้อกำหนดใดเพิ่มเติม พร้อมจะปฏิบัติตามทุกอย่าง ซึ่งหลักของมูลค่าหลักทรัพย์ก็เป็นไปได้ที่อาจจะมีการเพิ่มจากเดิม แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล.