บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โชเฟอร์ทัวร์กรุงเทพ-ภูเก็ต ยันไม่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงข้างทาง แค่ลงไปฉี่

ขนส่งพังงาสอบปากคำคนขับรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ปฏิเสธยันไม่ได้ปล่อยสิ่งปฏิกูลจากห้องสุขาในรถลงริมทาง แต่รับว่าได้จอดเพื่อลงไปปัสสาวะ ขณะที่ ผญบ.บ้านท่านุ่น แจงการทิ้งปฏิกูลของรถทัวร์โดยสารมักจะก่อปัญหาอยู่บ่อยครั้งเป็นประจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีที่รถทัวร์โดยสารปรับอากาศประจำทาง 999 สายกรุงเทพฯ-ภูเก็ต สีฟ้า-เทา หมายเลขทะเบียน ป้ายเหลือง 16-0435 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท ขนส่ง จำกัด ขณะกำลังจอดพักรถริมทาง บนถนนเพชรเกษม ก่อนขึ้นสะพานท้าวเทพกษัตรีย์เข้าสู่จังหวัดภูเก็ต บริเวณบ้านท่านุ่น ม.7 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยได้ทำการปล่อยสิ่งปฏิกูลจากห้องสุขาภายในตัวรถลงทิ้งริมทาง จนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง และสกปรก จนสร้างความสะอิดสะเอียนให้กับผู้ที่ผ่านไปมาเป็นอย่างมาก โดยขนส่งจังหวัดพังงา ได้เรียกคนขับรถคันดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อคือ นายชะริน หนูนวล มาสอบปากคำถึงกรณีที่เกิดขึ้น

จากการสอบปากคำ นายชะริน ยอมรับว่า เป็นคนขับรถคันดังกล่าวตามวันเวลาที่แจ้งจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลจากสุขาในรถบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งในขณะที่เปิดไฟเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดเพื่อลงไปปัสสาวะ ได้มีรถเก๋งขับปาดหน้าลงมาถ่ายรูป และสิ่งปฏิกูลที่มีอยู่ก่อนแล้ว และในช่วงดังกล่าวพนักงานขับรถ และบริษัทยังไม่ได้ลงจากรถแต่อย่างใด

นายสมเกียรติ เผ่าจำรูญ ผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 7 บ้านท่านุ่น กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจากกรณีที่เกิดขึ้นพบว่า เป็นปัญหาอยู่บ่อยครั้งโดยชาวบ้านจะพบเห็นเป็นประจำ ซึ่งชาวบ้านที่พบเห็นได้มาแจ้งกับทางผู้ใหญ่บ้าน กำนันว่า มีรถทัวร์ชอบปล่อยสิ่งของปฏิกูลลงข้างทางเป็นประจำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการติดป้ายห้ามทิ้งสิ่งของปฏิกูลไว้ข้างถนน แต่กลับยังพบว่ามีการฝ่าฝืนเป็นประจำ ซึ่งตอนนี้ได้พบเห็นมาแล้วสามครั้ง จากเหตุรถทัวร์ทิ้งสิ่งของปฏิกูลลงข้างทาง จึงอยากฝากถึงคนที่นำสิ่งของมาทิ้งบริเวณดังกล่าวให้หยุด เพราะจะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก

ด้านนายยงยุทธ บำเรอ เจ้าหน้าที่ประจำ บขส.โคกกลอย กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุเป็นช่วงเช้าได้มีคนขับรถทัวร์ของบริษัท โทรมาแจ้งกับตนว่า มีชาวบ้านได้สกัดรถทัวร์ไว้เนื่องจากทิ้งปฏิกูลไว้ข้างถนน และตนจึงได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุตนเองไม่พบรถทัวร์คันดังกล่าว แต่พบเพียงคนขับรถทัวร์คนที่หนึ่ง ส่วนรถทัวร์ทางคนขับคนที่สองได้ขับรถทัวร์มุ่งหน้าเข้าจังหวัดภูเก็ตเพื่อไปส่งผู้โดยสาร แต่ที่คนขับรถทัวร์โทรมาแจ้งบริเวณนั้นมีแอ่งน้ำขนาดเล็กอยู่ แต่ตนเองไม่พบว่ามีสิ่งปฏิกูลตกอยู่ เลยได้นัดกับชาวบ้านที่สกัดรถไปเจอกันที่ สภ.โคกกลอย โดยตนเอง พร้อมด้วยคนขับรถทัวร์ได้ไปรอที่ สภ.โคกกลอย ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นคนที่จะมาแจ้งความ จึงได้เดินทางกลับมาที่ บขส.

ทั้งนี้เมื่อลงไปดูจุดที่เกิดเหตุ พบว่ามีกลิ่นเหม็นของท่อระบายน้ำที่เต็มถัง แต่สิ่งปฏิกูลจริงๆ ก็คงไม่มากขนาดนั้นเพราะที่เกิดเหตุเป็นแค่น้ำท่วมขัง ซึ่งการจัดการของทาง บขส.จะมีการจัดการเป็นระบบ หลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จเรียบร้อย และถ้ามีความผิดจริง ทาง บขส. ก็จะมีการตักเตือนเนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก โดยตนเองมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากสิ่งปฏิกูลเต็มถัง จึงอาจทำให้ล้นออกมาด้านนอกก็เป็นได้ โดยวันพฤหัสบดีนี้ทางคนขับรถทัวร์จะเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกกลอย เพื่อติดตามว่ามีใครมาแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่.