บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผวา ก.ม.ไซเบอร์ ละเมิด-กลั่นแกล้ง

ปชป.ดาหน้าค้าน ผอ.สันติฯยื่นกต. ขอโทษไผ่ ดาวดิน

รมว.ดีอีกล่อม พ.ร.บ.ไซเบอร์ไม่เจตนา ล้วงตับ อย่ากังวล “คณิต” อ้างไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ จุดพลุสงครามไซเบอร์มาถึงแน่ ปชป.ดาหน้าค้าน “องอาจ” หวั่นผู้มีอำนาจรัฐฉวยโอกาสล้วงข้อมูลหาประโยชน์ เหน็บ สปท.ชงนายกฯใช้ ม.44 ดัน ก.ม.ปฏิรูป 36 ฉบับ โชว์ผลงานไม่ถูกกาลเทศะ “บุญยอด” ขอตีกรอบอำนาจ กปช.ให้ชัด กันครหาใช้ทำลายฝ่ายตรงข้าม “มาร์ค” ลั่นพร้อมเสนอตัวลงชิง หน.ปชป. “บิ๊กตู่” ขยับแถลงผลงานไปเดือน ก.ย. เซ็งถูกบิดเบือนสืบทอดอำนาจ แก้ปมพยาบาลทยอยบรรจุทำดีที่สุดแล้ว สั่งล้อมคอกทุกกระทรวงปรับโครงสร้างใหม่ แอมเนสตี้จุดพลังผู้กล้ารุ่นใหม่ ผอ.สันติศึกษา ม.มหิดล บี้บัวแก้วขอโทษใส่ไฟ “ไผ่ ดาวดิน” ซัดทูตไทยกรุงโซลบิดเบือนผิดมารยาทการทูต อาจโดนฟ้องกลับ

มาตรการตีกรอบโลกไร้พรมแดนของรัฐบาลคสช.เข้มข้นขึ้น หลังที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้ความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน ส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป

“ดีอี” กล่อม พ.ร.บ.ไซเบอร์ไม่ล้วงตับ

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 16 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้ความเห็นชอบรายงานผลการศึกษาและข้อสังเกต ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สปท. พร้อมเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่งตั้งคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระหว่างร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ยังพิจารณาไม่เสร็จ ว่า ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ทำตามขั้นตอน เป็นเรื่องที่เราจะคุ้มครองสังคม จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์โดยดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนที่กังวลว่าเจ้าหน้าที่จะล้วงข้อมูลนั้น คงไม่เกี่ยว เป็นการคุ้มครองป้องกันฐานข้อมูลทั้งในภาครัฐและเอกชน และข้อมูลประชาชน ยืนยันเรากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ขออย่ากังวล ไม่เข้าข่ายล้วงข้อมูล เป็นการประกาศให้เจ้าของข้อมูลช่วยเหลือตัวเอง

“คณิต” อ้างไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ

ที่รัฐสภา พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธาน กมธ.ด้านการสื่อสารมวลชน สปท. กล่าวว่า สปท.จะส่งร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ที่ กมธ.ได้ปรับปรุงแก้ไขไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนหน้านี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว และอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนข้อท้วงติงเนื้อหาว่าหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนนั้น ไม่ต้องห่วง ประชาชนยังมีสิทธิเสรีภาพการแสดงออกเช่นเดิม การจะสั่งปิดเว็บไซต์หรือระงับการเผยแพร่ข้อมูล ต้องได้รับการอนุญาตจากศาลก่อน การแสดงความเห็นทางโลกออนไลน์ยังทำได้เช่นเคย แต่ต้องไม่ใช่เฮทสปีชสร้างความแตกแยก เกลียดชัง หรือกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงประเทศ หากไปโพสต์ข้อความเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ กปช.จะพิจารณา กปช.ต้องเรียกผู้กระทำผิดมาสอบถามข้อมูล และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนมีมติออกมา หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการเกินกว่าเหตุจะมีความผิดเช่นกัน

เตรียมรับมือสงครามไซเบอร์

พล.อ.อ.คณิตกล่าวอีกว่า ส่วนการให้อำนาจ กปช. เข้าถึงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของเอกชนได้ด้วยนั้น เนื่องจากการใช้กฎหมายต้องไม่เลือกปฏิบัติ ต้องใช้บังคับกับทุกคนในมาตรฐานเดียวกัน เพราะการโจมตีทางคอมพิวเตอร์ไม่เลือกว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน เหมือนกระแสน้ำ ถ้าน้ำท่วมก็ท่วมหมด ไม่เลือกว่าบ้านคนรวยหรือคนจน ดังนั้นจึงต้องออกกฎหมายควบคุมบังคับใช้ให้เหมือนกันทั้งหมด เราต้องเตรียมรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ เพราะเชื่อว่ามันมาแน่ ยังไงก็ต้องเจอ จึงจำเป็นต้องออกกติกาควบคุมไว้

จ่อส่งร่าง ก.ม.คุมสื่อให้ ปธ.สปท.

พล.อ.อ.คณิตกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไปนั้น วันที่ 16 พ.ค. กมธ.จะประชุมนัดสุดท้ายตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนส่งให้ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ส่งต่อให้ ครม.นำไปดำเนินการต่อ คาดว่าจะได้ภายในวันที่ 16 พ.ค. โดยเนื้อหาที่ปรับปรุงแก้ไขมีเพียงประเด็นเดียว คือ การยกเลิกการขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเปลี่ยนเป็นการออกใบรับรองวิชาชีพสื่อมวลชนโดยต้นสังกัดแทน พร้อมกับยกเลิกบทลงโทษสื่อมวลชนและต้นสังกัด กรณีที่ไม่ดำเนินการขึ้นทะเบียนวิชาชีพสื่อมวลชน และจะส่งความเห็นของสมาชิก สปท. 20 คน ที่ให้ความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ แนบไปให้ ครม.พิจารณาด้วย

หวั่นรัฐล้วงข้อมูลหาประโยชน์

ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจะออกกฎหมายลักษณะนี้ ต้องคำนึงระมัดระวังกระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนทั่วไป เพราะจะมีภาครัฐเข้าไปเกี่ยว โดยเฉพาะนายกฯหรือนักการเมือง ต้องระวังการใช้อำนาจรัฐที่มิชอบเข้าไปแทรกแซง หรือดำเนินการใดที่จะละเมิด สิทธิ หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ไปกลั่นแกล้ง หรือไปไกลถึงขั้นรัฐมาใช้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ ระหว่างออกกฎหมาย ควรเปิดโอกาสรับฟังความเห็นรอบด้านจากประชาชน นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องไอที เพื่อให้การใช้กฎหมายเป็นไปเพื่อประโยชน์ประเทศอย่างแท้จริง รวมถึงป้องกันภัยความมั่นคงไปในตัวด้วย

เหน็บโชว์ผลงานไม่ถูกกาลเทศะ

นายองอาจกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ สปท. ที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ 36 ฉบับ การให้เหตุผลว่า หากดำเนินตามขั้นตอนปกติกฎหมายจะออกมาบังคับใช้ไม่ทันภายในปี 2560 เพราะสนช.มีภาระงานล้นมือ เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น การ ใช้มาตรา 44 ควรเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนจริงๆ แต่กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ที่สำคัญการเร่งออกกฎหมายอาจทำให้ได้กฎหมายที่ไม่สมบูรณ์เพียงพอ เพราะไม่ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายรอบด้านจากสังคม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติให้มีคณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งกำลังจะเกิดเป็นรูปเป็นร่างในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ควรให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติเข้ามาสานต่อตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เข้าใจว่าสปท.คงอยากสร้างผลงานว่ามีการปฏิรูปมาก แต่หากไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลา ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

ขอตีกรอบอำนาจ กปช.ให้ชัด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ สปท.เสนอร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ให้รัฐบาลตั้งด้วยคณะกรรมการ กปช. มีอำนาจล้วงข้อมูลทั้งภาครัฐและเอกชนได้นั้น อย่าเพิ่งไปกังวลมาก หลายประเทศก็มีกฎหมายทำนองนี้เพื่อใช้แก้ปัญหากรณีฉุกเฉินที่กระทบความมั่นคง รัฐบาลกับผู้ชงกฎหมาย ต้องชี้แจงความจำเป็นกับประชาชนให้ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายกฯจะนั่งเป็นประธานกำกับดูแล กปช. แต่ต้องอธิบายกรอบของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา มีขอบเขตแค่ไหน มีชั้นความลับอย่างไร เข้าถึงข้อมูลประชาชนได้กรณีใดบ้าง ต้องมุ่งหวังผลประโยชน์ ไม่ใช่รบกวนสิทธิเสรีภาพประชาชนทั่วไป หวังว่าคงไม่ใช่เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม การขอข้อมูลทั้งจากหน่วยงานเอกชน หรือรัฐต้องผ่านศาลนั้น ตนเห็นด้วยเพราะเป็นหลักสากล ส่วนจะถึงขั้นดักฟังหรืออื่นใด อยู่ที่ศาลวินิจฉัย แต่ไม่ใช่มีอำนาจเต็ม จนใช้อำนาจไปกลั่นแกล้งล้ำสิทธิคนอื่นตามใจได้ จึงต้องมีมาตรการถ่วงดุลกำกับ ควบคุม หรือบทลงโทษ กรณีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา ใช้อำนาจในทางกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม

ให้ กก.ยุทธศาสตร์ทำงานบ้าง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่า รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว และจะตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมา ดังนั้น สปท.ทำงานได้แค่ไหนก็แค่นั้น และควรให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เขาไปคิดต่อบ้าง การใช้มาตรา 44 ออกกฎหมายทีเดียว 36 ฉบับ อาจเกิดความไม่รอบคอบ และอาจขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญได้

สนช.รอชี้ขาดเก็บค่าสมาชิกพรรค

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า ประเด็นที่มีแนวโน้มจะแก้ไข คือจำนวนเงินค่าสมาชิกพรรคการเมือง มีข้อเสนอเป็น 3 แนวทาง 1.ให้คงไว้ตามเดิม ที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมาให้เก็บ 100 บาทต่อปี 2.ให้เก็บค่าสมาชิกไม่เกิน 100 บาทต่อปี 3.ให้กำหนดในบทเฉพาะกาลว่า ในปีแรก ภายหลังประกาศใช้กฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ ไม่ต้องเก็บค่าสมาชิก เพื่อให้พรรคการเมือง ธนาคาร ไปออกแบบวิธีอำนวยความสะดวก

“มาร์ค” ลั่นพร้อมลงชิง หน.ปชป.

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จะลาออกจาก พรรคหากหัวหน้าพรรคไม่ใช่ตนหรือนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ว่า ไม่มีอะไร กฎหมายพรรคการเมืองที่จะออกมาบังคับใช้ คงกำหนดให้เลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ด้วย ในพรรคมีความเป็นประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเสนอตัวแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรค เมื่อถามว่าจะยังเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่าทำงานเต็มที่ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ผ่านมาไม่ได้มีอุปสรรคในการทำงานกับเพื่อนในพรรค ตนพร้อมจะเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรค และเดินหน้าต่อไป เพื่อทำให้พรรคเป็นที่พึ่งและเป็นคำตอบของสังคม เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวมีอดีตแกนนำ กปปส.ที่เป็นอดีต ส.ส.หวนกลับเข้ามาควบคุมพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า มีแกนนำ กปปส.บางคนที่กลับเข้ามาทำงานกับพรรค ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนตัวยังคุยกับทุกคนปกติดี

เปิดแคมเปญ “คนไทยมีบ้าน”

วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคสช.และประธานการประชุม ครม. โดยก่อนประชุม นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะผู้บริหารธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์แอพพลิเคชั่น คนไทยมีบ้าน Home for all สำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยประชาชนทั้งประเทศผ่านแอพพลิเคชั่น นำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนร่วมกับภาครัฐและเอกชน เป็นฐานข้อมูลให้รัฐบาลนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะ 20 ปี

ต้องพัฒนาตัวอย่าเอาแต่แบมือ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป้าหมายรัฐบาลต้องการให้คนไทยทุกคนมีบ้าน เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่อยู่กันอย่างแออัดสกปรก ส่วนใหญ่ปัญหาคือผู้ที่มีรายได้น้อย ถ้ารัฐบาลไม่ทำก็มีปัญหาอื่นตามมา เราต้องไม่ลืมคนเหล่านี้ ปัญหาใหญ่คือเรื่องที่ดินทั้งในส่วนของเอกชนและภาครัฐ เราพยายามนำที่ดินเหล่านี้มาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยอมรับยังมีความขัดแย้งอยู่บ้าง โดยเฉพาะแนวคิดใหม่แบบนี้ อยากให้เข้าใจรัฐบาลต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำและเท่าเทียม แต่ต้องพัฒนาตัวเองด้วยอย่านั่งรอรัฐบาลช่วยเหลืออย่างเดียว คนที่ออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร มักเป็นคนที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ถ้าพูดง่ายๆคิดง่ายๆ ไม่ต้องทำอะไรทุกอย่างมันก็ง่าย ตนจะพูดให้ดีกว่าเขาก็พูดได้ ฝากไว้กับรัฐบาลหน้า ฝากนักการเมือง นักประชาธิปไตยให้ทำต่อ ถ้าไม่ทำต่อก็คงจบแค่นี้

เซ็งถูกบิดเบือนสืบทอดอำนาจ

ต่อมาเวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงหลังการประชุม ครม. ถึงการแถลงผลงาน 3 ปี ของรัฐบาลและ คสช. ว่า จะไปชี้แจงในช่วงเดือน ก.ย.ก่อนสิ้นงบประมาณปี 2560 ช่วงนี้ขอสร้างความเข้าใจว่ารัฐบาลรู้ปัญหาจึงต้องการเข้าทำให้สำเร็จ ซึ่งมีทั้งสำเร็จมากและน้อย สิ่งที่ตนไม่พอใจคือทำให้เสร็จตามเวลาไม่ได้ แต่ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนใครจะทำต่อวันข้างหน้าก็ว่ากัน หลายคนไม่เข้าใจไม่พอใจ หาว่าจะสืบทอดอำนาจ ถ้าสืบทอดอำนาจเป็นการสืบทอดงานที่ทำไม่เสร็จส่งต่อให้พวกท่านแก้ต่อ สืบทอดทำให้ประเทศชาติ ใครที่มาพูดบิดเบือนทุกคนก็รู้อยู่ แต่ทุกคนเสนอข่าวกลายเป็นรัฐบาลล้มเหลว ไม่ทำอะไรไม่มีผลงาน

อย่าไปฟังพวกสัญญาว่าจะให้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลสนใจคือชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ดูแลเท่าที่มีงบประมาณ ถ้าจะให้ดูแลเท่าเทียมกันหมดต้องใช้งบมหาศาล คงไม่มีเงินจากไหนมาให้ รัฐบาลพยายามหาช่องทางช่วยแต่อย่าไปปลุกระดมเรื่องต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ถ้าไม่ไว้วางใจกันถามว่าใครจะทำได้ ถ้ารัฐบาลนี้ทำไม่ได้ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้อีกแล้ว ไม่อยากพูดเดี๋ยวหาว่าให้ความสำคัญตัวเอง ฝากประชาชนอย่าไปฟังคำพูดที่สัญญาว่าวันหน้ากลับมาแล้วจะให้อะไร ตนไม่สัญญาแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งเข้ามาแล้วจะให้อะไรตอบแทน ตนห่วงประเทศไทยไม่ได้ห่วงประชาธิปไตย เพราะยังไงก็ต้องมีเลือกตั้ง แต่ถ้าได้คนมีปัญหาเข้ามาก็คงไม่ต่างจากเดิม

ไม่ใช่คนน้ำเต็มแก้วที่ไม่ฟังใคร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลในอดีตเคยพูดหรือไม่ว่ามีแผนหรือโครงการอะไร เป็นสิ่งที่ยากเขาถึงไม่ทำ การทำงานเพื่อประเทศไม่ใช่ทำปีเดียวจบ 85 ปีมาแล้วหรือจะเดินไปสู่การเลือกตั้งแบบเดิมๆ ได้คนเก่ามา การจัดลำดับยูเอสนิวส์ไทยดีขึ้นหลายอย่าง หลายคนบอกว่าไปวัดประเมินจากใคร บอกประชาชนถูกบังคับควบคุมเสรีภาพ ตนไปควบคุมอะไรหนักหนา แม้จะมีอำนาจเยอะแยะ อย่าบอกว่ารัฐบาลมาแบบนี้ก็เป็นแบบนี้ ไม่ใช่ วันนี้เรากำลังเป็นรัฐบาลปฏิรูปประเทศ อย่าไปให้เครดิตคนที่ไม่เคยทำมาตีคนที่ทำ ต้องถามเขาว่าจะทำอะไรให้โดยไม่ต้องเอาเงินมหาศาลใส่ลงไปจนมีปัญหาถึงวันนี้ ไม่ใช่ตนไม่ฟังใครเลย หรือทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่ปัญหามันเยอะไปหมด ขอเถอะวันนี้ทำ 200 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ทยอยบรรจุพยาบาลทำดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาบรรจุพยาบาลเข้าเป็นข้าราชการว่า จะทยอยบรรจุให้โดยใช้อัตราภายในไปก่อน ส่วนที่เหลือจะเพิ่มเติมให้ในห้วงเวลา 3 ปี ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว เราผลิตพยาบาลออกมาทุกปี ต้องเข้ามาทำงานอยู่แล้ว แต่ถามว่าจะบรรจุได้ทั้งหมดหรือไม่ ต้องบอกว่าส่วนหนึ่ง ถ้ามีความจำเป็นก็ลาออกไปอยู่กับภาคเอกชน เป็นไปได้หรือไม่ว่าภาคเอกชนจะให้ทุนสำหรับผู้ที่เรียนพยาบาล และกลับไปยังสถานพยาบาลของตนเอง เรื่องนี้ต้องกลับไปคิดใหม่ อย่าไปคิดเพียงว่าแก้ปัญหาโดยการบรรจุใหม่อย่างเดียว เพราะวันข้างหน้ามันจะล้นสำหรับ พยาบาลนั้นอย่างไรก็ขาด เพราะมีการลาออกไปอยู่กับภาคเอกชน เพราะรัฐไม่สามารถให้ค่าตอบแทนได้มากเท่าภาคเอกชน ปัญหาจะพันกันไปทั้งหมด แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลเรื่องนี้

ล้อมคอกสั่งปรับโครงสร้างใหม่

นายกฯกล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องดูแลในภาพรวมทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ ต้องดูอนาคตจะทำอย่างไร ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาอยู่แบบนี้ ทุกกระทรวงต้องปรับโครงสร้างภายในทั้งหมด ได้มอบภารกิจให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไปดูว่า จำเป็นต้องปรับโครงสร้างภายในส่วนราชการหรือไม่ ทำอย่างไรที่จะเพิ่มคนโดยใช้งบประมาณน้อยที่สุด หรือใช้ภายในวงเงินงบประมาณเดิม ดูทั้งเรื่องคนที่จะเกษียณอายุ และการบรรจุเข้ามาใหม่ ส่วนหนึ่งคือการสอบบรรจุ อีกส่วนคือการเลื่อนตำแหน่ง ที่ผ่านมาใช้แค่การสอบเพียงอย่างเดียว

ครม.พอใจแก้ปัญหาพยาบาล

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เสนอแนวทางการบรรจุพยาบาลต่อที่ประชุม ครม. ที่ประชุมพึงพอใจ โดยกระทรวงสาธารณสุขเสนอตั้งคณะกรรมการเป้าหมายนโยบายบุคลากรสาธารณสุขขึ้น เพื่อแก้ปัญหาบุคลากรภายในอย่างยั่งยืน ตามที่นายกฯ เน้นย้ำกับทุกกระทรวง ทบวง กรม ว่าให้แก้ปัญหาทั้งระบบ คาดว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะนำเสนอ ครม.ได้ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพราะแรงกดดันจากพยาบาลที่ขู่จะลาออก รัฐบาลถึงลงมาแก้ปัญหา แต่เพราะรัฐบาลรับฟังทุกปัญหาด้วยเหตุด้วยผล พบว่าเรื่องนี้มีปัญหาจริง

คสช.งัดมาตรา 44 มาใช้อีก 4 เรื่อง

พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมร่วมคสช. ยังเห็นชอบในหลักการที่จะออกคำสั่งหัวหน้าคสช. 4 เรื่อง คือ 1.การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ 2.การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในส่วน พ.ร.บ.ฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร 4.การแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 23 เรื่องการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต้องขยายระยะเวลาการสรรหาออกไป และจะระบุให้ชัดเจนถึงคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นกรรมการสรรหาฯ ต้องเขียนส่วนนี้ให้ชัดเจนในคำสั่ง คสช.ฉบับใหม่

“บิ๊กป้อม” ย้อนสื่อไปฟัง ทร.แจงชัด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดซื้อยานเกราะล้อยาง 8×8 แบบ ZBL-09 (Snow Leopard) หรือ VN-1 จากประเทศจีน ว่า ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรทั้งสิ้น ต้องไปถามกองทัพบก เขามีขั้นตอนการจัดซื้ออยู่ ทั้งขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับ เรื่องยังไม่มาถึงตน ส่วนกรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่ทางกองทัพเรือไปเซ็นสัญญาซื้อเรือดำน้ำ มีผู้ถือหุ้นไม่ใช่รัฐวิสาหกิจการทำสัญญาจึงไม่ใช่แบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) นั้น อยากให้สื่อมวลชนได้ดูที่กองทัพเรือชี้แจง อยากให้ไปฟังเขาชี้แจงชัดเจนแล้วว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่ได้เหนื่อยใจกับผู้ที่ออกมาท้วงติงในเรื่องนี้ จะเหนื่อยเรื่องอะไรกองทัพทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำเพื่อซื้อเรือดำน้ำให้ตนนั่งซะเมื่อไหร่

นายกฯยึด ก.ม.สัญญาคิง เพาเวอร์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สปท. เสนอให้รัฐบาลยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ให้บริการสินค้าปลอดอากรในท่าอากาศยาน ของบริษัทคิง เพาเวอร์ ว่า เมื่อ สปท.เสนอขึ้นมาก็จะรับไว้พิจารณา แต่จะทำอย่างไรก็ต้องดูกฎหมายและหลักการให้ชัดเจน ไม่ใช่เป็นเรื่องใครสนิทสนมกับใคร หรือใครเป็นผู้มีอำนาจ การเขียนข่าวแบบนั้นถือว่าเลอะเทอะ ต้องใช้กฎหมายดูทั้งเรื่องสัญญา และเรื่องอื่นๆ การจะบอกเลิกสัญญาทำอย่างไรก็ต้องไปดูให้ดี เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำในสมัยรัฐบาลนี้ ว่าตามกลไกทางกฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะเข้าข้างใคร

“ปู” เดินสายทำบุญปราจีนบุรี

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนาย อาทิ นายสมหมาย กู้ทรัพย์ นายเอนก คำชุ่ม นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง เดินทางไปทำบุญตักบาตรที่วัดท้าวอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับประชาชนที่เดินทางมาทำบุญ จากนั้นได้ไปเยี่ยมชมพร้อมชิมทุเรียนที่สวนสี่พี่น้อง โดยเจ้าของสวนทุเรียนพาชมแปลงผลไม้ที่ปลูกในสวน และกล่าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า สวดมนต์ให้อดีตนายกฯทุกวันให้เจอแต่สิ่งดีๆ แคล้วคลาดปลอดภัย จากนั้นได้รับประทานอาหารเช้าที่ตลาดล่างศาลหลัก มีประชาชนและบรรดาแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปจำนวนมาก การเดินสายทำบุญของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ระหว่างต่อสู้คดีโครงการรับจำนำข้าว โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เลื่อนสืบพยานคดีโครงการรับจำนำข้าว จากวันที่ 24 พ.ค. ไปเป็นวันที่ 16 มิ.ย. และวันที่ 19 มิ.ย.

“ดอน” โอ่จีนให้ความสำคัญไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีไม่ได้รับเชิญจากรัฐบาลจีนให้ไปประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation) ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14-15 พ.ค. ว่า มีนายกฯหลายประเทศที่ไม่ได้ไป ที่ไม่เชิญนายกฯในครั้งนี้ เพราะจีนทราบอยู่แล้วว่าไทยสนับสนุนเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน จีนเชิญนายกฯไทยไปประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ที่เซียะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ในเดือน ก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้มีรัฐมนตรีของไทยได้รับเชิญ 6 คน แต่เดินทางไป 5 คน ติดภารกิจ 1 คน จีนดูแลรัฐมนตรีไทยดีมาก ระหว่างการหารือสองฝ่าย จีนยังขอบคุณที่ไทยสนับสนุน อยากให้ไทยช่วยประชาสัมพันธ์นโยบายดังกล่าว ยืนยันว่าจีนให้ความสำคัญกับไทย ดังนั้น เวลาที่มีการวิเคราะห์นอกลู่นอกทาง อาจสร้างความเข้าใจผิดได้

แอมเนสตี้จุดพลังผู้กล้ารุ่นใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอมเนสตี้เปิดโครงการรณรงค์ “กล้า” (BRAVE) เพื่อยุติการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ปัจจุบันแกนนำชุมชน นักกฎหมาย ผู้สื่อข่าว นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เผชิญกับการปราบปราม การคุกคาม ความรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกว่า 68 ประเทศทั่วโลก นักปกป้องสิทธิฯถูกจับกุม ควบคุมตัวโดยพลการมากกว่า 94 ประเทศทั่วโลก โดนทำร้าย ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากร เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง ต่อการพัฒนาหรือต่อคุณค่าดั้งเดิมของประเทศ มีความพยายามพุ่งโจมตีถึงขั้นทำให้เสียชีวิตมากขึ้น จากข้อมูลองค์กรภาคประชาสังคม Front Line Defenders ระบุว่าในปี 2559 มีผู้ถูกสังหาร 281 คนทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มียอด 156 คน นางปิยนุช โคตรสาร ผอ.แอมเนสตี้ฯประเทศไทย กล่าวว่า เหล่าผู้กล้ากำลังต้องการผู้กล้าอย่างคุณ เพื่อสนับสนุนช่วยกันสร้างโลกที่ดี สำหรับไทย องค์การ PROTECTION international (PI) เผยสถิติในรอบ 20 ปี มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกสังหาร สูญหาย 59 คน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาคใต้ ถูกสังหารและบังคับให้สูญหายมากที่สุด จึงเตรียมจัดกิจกรรมรวมตัว “ผู้กล้า” วันที่ 23 พ.ค.นี้ บริเวณสวนลุมพินี

บี้บัวแก้วขอโทษใส่ไฟ “ไผ่ ดาวดิน”

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชน และสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมนางณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกของนายวิบูลย์ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา บิดา มารดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ถึงนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ โดยมี น.ส.ณุกุณ สีห์โสภณ ผู้อำนวยการกองกลางผู้แทนปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รับแทน จากกรณีเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล มีจดหมายทักท้วงไปยังประธานมูลนิธิ 18 พฤษภารำลึก องค์กรผู้มอบรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำปี 2017 ให้แก่ “ไผ่” โดยนายเอกพันธุ์ กล่าวว่า พ่อและแม่ ของ “ไผ่” เห็นว่าเนื้อหาในจดหมายบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงขอให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทำจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ และชี้แจงข้อเท็จจริงโดยอธิบายความฉบับใหม่ไปถึงประธานมูลนิธิดังกล่าว

ซัดผิดมารยาทการทูตขู่ฟ้องกลับ

นางณัฏฐา มหัทธนา กล่าวว่า ในจดหมายฉบับนี้อ้างว่า “ไผ่” ทำผิดกฎหมายไทย แต่ข้อเท็จจริงยังไม่ได้เริ่มสอบพยาน และยังอ้างว่า “ไผ่” ทำผิดซ้ำ ผิดเงื่อนไขประกันตัวนั้น ไม่มีการทำผิดอะไรซ้ำ เหตุถูกถอนประกันคือ “ไผ่” ถูกประกันตัวออกมาแล้วโพสต์เฟซบุ๊ก ตัดพ้อเงินประกันตัวค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจ เป็นการแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ทั้งนี้หากไม่ทำตามที่ร้องขอ ผู้เสียหายอาจฟ้องหมิ่นประมาทได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือเปิดผนึกดังกล่าวระบุใจความสำคัญว่า การมีจดหมายไปทำนองทักท้วงการมอบรางวัลสำคัญโดยมูลนิธิ 18 พฤษภารำลึก องค์กรที่มีบทบาทส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระดับโลก ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าผิดมารยาททางการทูต เพราะองค์กรนี้เคยมอบรางวัลกวางจูให้แก่บุคคลสำคัญของโลก ที่มีบทบาทในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน อาทิ นางอองซาน ซูจี ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของพม่า ทั้งนี้ นายวิบูลย์ และนางพริ้ม บุญภัทรรักษา ได้เดินทางถึงประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.เพื่อไปรับรางวัลกวางจูแทนลูกชาย

เดินหน้าต่อไล่บี้ปิดเว็บหมิ่น

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงการขอความร่วมมือจากเฟซบุ๊ก ให้ปิดกั้นและลบเพจที่มีเนื้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาตรา 116 ว่า ไปบังคับเฟซบุ๊กได้ไหม ใครทำได้ ที่ผ่านมาเราขอความร่วมมือตลอด แต่เพิ่งให้ความร่วมมือในช่วงนี้ มีการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายกว่า 6900 URL เหลือ 131 URL ตอนนี้พยายามทำอยู่ ต้องห้ามกันไปเรื่อยๆขอความร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศ ภาคเอกชน และคนที่รับผิดชอบโดยตรง คนที่กำกับดูแลเว็บไซต์ในไทยล้วนเป็นธุรกิจทั้งสิ้น ต้องใช้คำสั่งศาลในการปิด ถ้าเราไม่ทำ ไม่ควบคุมอะไรเลย ก็ต้องเป็นอยู่แบบนี้