บริการข่าวไทยรัฐ

ปลัดจอมแฉ สวนมท.1 ตั้งสหพันธ์ ทำถูกต้องตามรธน.

เข้าพบตร.‘ให้ข้อมูล’กามเด็ก!

ปลัดจอมแฉโต้ มท.1 ยัน สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ก่อตั้งด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องตราสัญลักษณ์แตกต่างกับตราของกรมการปกครอง พร้อมเข้าพบตำรวจให้ข้อมูลคดีค้ากามเด็กใน จ.แม่ฮ่องสอน พอใจคณะทำงาน ส่วน ผบช.ภ.5 โชว์รูปขณะสอบเด็กพาดพิงคณะ อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าร่วม และเร่งสางคดีเผารถกระบะกลุ่มหนุนปลัด อ.แม่สะเรียง คาดปมร้องเรียนขัดแย้งคนในพื้นที่

วุ่นไปกันทั้งเมืองแม่ฮ่องสอน คดีค้ากามเด็กพ่นพิษจนเรื่องบานปลาย ข้าราชการหลายฝ่ายต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัยซัดทอดกันไปมาจนเตรียมฟ้องร้องกันเป็นเรื่องวุ่นวาย ด้านนายบุญญฤทธิ์ นิปวิณชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง และประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ออกมาให้ข้อมูล ผวจ.แม่ฮ่องสอน บิดเบือนข้อเท็จจริงผลสอบเด็กสาวเหยื่อค้ากาม จนนายบุญญฤทธิ์ถูกตั้งฉายาว่า “ปลัดจอมแฉ” ทำให้กลุ่มสตรีใน จ.แม่ฮ่องสอน ไม่พอใจออกมาต่อต้าน ต่อมามีคำสั่งย้ายนายบุญญฤทธิ์ จากปลัดอำเภอแม่สะเรียง ไปช่วยราชการอยู่ที่ กอ.รมน.จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ปลัดจอมแฉก็ยังไม่ยอมลดละให้ข้อมูลผ่านสื่อเป็นรายวัน ขณะเดียวกัน นายไฑ ปุณณพุฒิพงศ์ ออกแถลงการณ์สนับสนุนปลัดจอมแฉให้เดินหน้าเปิดโปงคดีค้ากามเด็ก ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ค.นายไฑถูกคนร้ายย่องมาเผารถกระบะภายในบ้านอ.แม่สะเรียง ได้รับความเสียหาย ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตรวจสอบการจัดตั้งสหพันธ์ปลัดแห่งประเทศไทยไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย การนำตราสัญลักษณ์ที่คล้ายกับกระทรวงมหาดไทยมาใช้จะต้องพิจารณาว่าทำได้หรือไม่

ความคืบหน้าเมื่อเช้าวันที่ 16 พ.ค. นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง หรือปลัดจอมแฉ ออกแถลงการณ์ส่งมาทางไลน์สื่อมวลชนใน จ.เชียงใหม่ ระบุว่า สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) เป็นการรวมกลุ่มของข้าราชการสังกัดกรมการปกครองในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สามารถเข้า-ออกได้ตลอดเวลาเป็นสิทธิเฉพาะของแต่ละบุคคล ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นส่วนการดำเนินการบริหารงานของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง คณะกรรมการบริหาร สมาชิก การจัดประชุม การแต่งตั้งประธาน และกรรมการ ล้วนเป็นไปตามข้อบังคับสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) ที่ 1/2557 ทั้งนี้ คณะกรรมการสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ผู้ทำหน้าที่ต้องมีอุดมการณ์สูง เสียสละ ไม่มีค่าตอบแทน และที่สำคัญคือต้องใช้เงินเดือนของตนเองทำงาน เพื่อพี่น้องปลัดอำเภอและประชาชนทั้งประเทศ

สำหรับตราสัญลักษณ์ของสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) มีความแตกต่างจากตราสัญลักษณ์ของกรมการปกครองอย่างชัดเจน อันมิใช่เป็นการปลอมหรือเลียนแบบตราของหน่วยงานใดๆ แต่ตราของกรมการปกครองที่ถูกเลียนแบบและมีการละเลย ละเว้นไม่ตรวจสอบคือ ตรากรมการปกครองและตรากระทรวงมหาดไทยที่ผลิตจำหน่ายหลังอาคารกระทรวงมหาดไทย ประเด็นนี้ผู้บังคับบัญชาเคยสอบสวนเพื่อเอาผิดทางวินัยและอาญามาแล้ว สหพันธ์ปลัดอำเภอฯชี้แจงเป็นที่ยุติไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ภารกิจของสหพันธ์ปลัดอำเภอฯ ที่ผ่านมาล้วนเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนข้าราชการพลเรือนทุกส่วน และประชาชน ดังนั้น ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายของสมาชิกและคณะกรรมการบริหาร ต้องนำเสนอเพื่อป้องกันพฤติการณ์ของผู้บังคับบัญชาที่ไม่สุจริต กระทำเกินขอบเขตแห่งอำนาจของกฎหมาย เพื่อข่มขู่ให้จำยอมกระทำการหรือไม่กระทำการ ขอแถลงการณ์มาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำหรับคดีเผารถกระบะแนวร่วมสนับสนุนปลัดจอมแฉ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า เรื่องการลักลอบเผารถขออย่าไปโยงกับคดีการค้าประเวณีที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวน ขณะนี้ตรวจสอบทราบว่านายไฑมีปัญหาขัดแย้งกับคนในพื้นที่หลายเรื่อง มีทั้งเพื่อนข้างบ้านและข้าราชการในพื้นที่ มากจนไม่รู้อะไรเป็นสาเหตุในการเผารถ ตำรวจต้องตัดไป ทีละประเด็น

พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวตำรวจบังคับเด็กให้ชี้รูปของคณะ อบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีภาพถ่ายขณะสอบสวนเด็กกระทำต่อหน้าอธิบดีคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผอ.คุ้มครองพยาน เจ้าหน้าที่ยุติธรรมชำนาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 10 คน ไม่มีการบังคับเด็กอย่างแน่นอน ส่วนคนที่ออกพูดไม่ได้อยู่ในห้อง แต่กลับมาพูดจนเด็กกลับคำให้การหมดเป็นคนละเรื่องอย่างนี้เป็นการสร้างความยุติธรรมหรือไม่ ตนไม่ได้กล่าวว่าใคร นำข้อเท็จจริงมาให้เห็น ตำรวจเสาะแสวงหาพยานทุกส่วนให้มากที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน พ.ต.อ.วินัย เกตุพันธ์ ผกก.สภ.แม่สะเรียง กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.แม่สะเรียง ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก มุ่งไปที่กลุ่มที่ไม่พอใจการออกมาเคลื่อนไหวของนายไฑ ปุณณพุฒิพงศ์ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัว ส่วนผลการพิสูจน์หลักฐานที่เกิดเหตุคาดว่าจะทราบผลในเร็วนี้

ส่วนนายไฑ ปุณณพุฒิพงศ์ เจ้าของรถกระบะที่ถูกคนร้ายวางเพลิงเปิดเผยว่า สาเหตุมาจากปมความขัดแย้งระหว่างตนกับเจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กรณีเรื่องร้องเรียนการบุกรุกลำห้วยสาธารณะ และทิ้งสิ่งกีดขวางลงในทางน้ำจนนำไปสู่การฟ้องร้อง รวมทั้งได้ส่งหนังสือ แถลงการณ์ไปถึง รมว.มหาดไทย ให้ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง เกี่ยวกับเรื่องส่วย การปลอมแปลงบัตรประชาชน และคดีค้ากาม อาจเชื่อมโยงทำให้ถูกลอบเผารถ ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค.60 มีคนร้ายใช้ก้อนหินปาเข้าไปในบ้านมาแล้ว

ต่อมา 11.00 น. นายบุญญฤทธิ์ นิปวิณชย์ เดินทางมาที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อมาให้ปากคำกับ พล.ต.ต.มนตรี สัมปุณณานนท์ และ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 ในคดีค้ามนุษย์และค้าประเวณีที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีนายคณนาถ คะชะนา รองประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยเดินทางมาด้วย พร้อมร่วมกันชูป้ายระบุข้อความ “อย่าปล่อยข้าราชการชั่วลอยนวล” โชว์ให้สื่อมวลชนถ่ายรูป

นายบุญญฤทธิ์เปิดเผยว่า เดินทางมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 กรณีเกี่ยวข้องกับข้าราชการรัฐเข้าไปพัวพันกับคดีค้าประเวณีที่ จ.แม่ฮ่องสอน ข้อมูลที่ตนมีคาดว่าจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไม่มีอะไรต้องกังวลใจเพราะตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน ถ้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องก็น่าจะเป็นผลดี เหยื่อผู้เสียหายรวมถึงคณะ อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี ที่ถูกพาดพิงเขาก็ร้องเรียนมาที่ตน เป็นโอกาสดีที่เราจะนำเสนอข้อมูลและทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายปกครองด้วย

ล่าสุดเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีค้ามนุษย์ ออกมาจากห้องสอบสวนพร้อมกับนายบุญญฤทธิ์ ใช้เวลาการสอบสวน 4 ชั่วโมง พล.ต.ต.ชูรัตน์กล่าวว่า นายบุญญฤทธิ์มาให้ปากคำในฐานะพยาน ให้การมีประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ในส่วนของคดีต้องสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ยังไม่เข้ามาสู่ขบวนการยุติธรรมอีกหลายปาก คดีมีทั้งหมด 37 คดี หลังจากนี้จะออกหมายเรียกนายวสุ ผันเงิน นายก อบต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมสมาชิกในฐานะพยาน นัดมาให้ปากคำในวันที่ 24 พ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ถูกพาดพิงซื้อกามเด็กนั้น มีความชัดเจนกระทำความผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ชูรัตน์ตอบว่า ตราบใดที่สำนวนยังไม่สำเร็จ ยังไม่สรุปว่าใครผิด จะต้องสอบผู้ที่เกี่ยวข้องไปเรื่อยๆ จะเกี่ยวข้องกับใครก็อยู่ที่พนักงานสอบสวน อะไรที่เป็นความลับในสำนวนตนก็ไม่พูด หรือว่าใครมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือคิดว่าจะเป็นประโยชน์ก็มาพบกับตำรวจได้ตลอดเวลา

ด้านนายบุญญฤทธิ์เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนคุยกับ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ทราบว่ามีชุดทำงานที่เรียกว่าปิดทองหลังพระดำเนินการอยู่ ทำให้ทราบข้อมูลมากขึ้น และมีความมั่นใจในเรื่องของกระบวนการสอบสวน ที่ผ่านมาอาจเป็นเพราะไม่ได้คุยกับพนักงานสอบสวนภาค 5 แต่พอได้คุยแล้วก็ทำให้มีความชัดเจนในหลายประเด็น รวมถึงข้อมูลสำคัญหลายๆ อย่างที่ให้ไปก็อยู่ในสำนวนของพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน หลังจากนี้จะช่วยหาพยานและหลักฐาน โดยเฉพาะกลุ่ม อบต.บ้านใหม่ จะช่วยประสานอีกทางหนึ่งเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อไป