วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีเมียซิ่งชนยับ ผัวให้การช่วยยัน 'เบรก'กะทันหัน! รีบขอโทษเหยื่อ

ตำรวจเผยผลการสอบสวนคดีสาวซิ่งฟอร์จูนเนอร์ชนรถเก๋งเบนซ์ของสามีทำให้รถชาวบ้านเสียหายไปด้วยอีก 3 คัน ว่า ฝ่ายสามีอ้างว่าขับรถมาด้วยกันโดยภรรยาขับรถตามหลังติดๆ แล้วสามีเบรกกะทันหันจนภรรยาเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างจัง สอดคล้องกับคำให้การภรรยา ยืนยันไม่ได้ตั้งใจขับชนรถสามี แต่หากพบมีการกระทำเป็นความผิดอื่นๆ จะดำเนินคดีทุกข้อหา ขณะที่คนเจ็บเผยน้องสาวซิ่งเข้ามาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบแล้ว

จากคดีรถชนกัน 5 คันรวดบนถนนสายรังสิต-นครนายก ช่วงสะพานคลอง 4 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลัง น.ส.อทิชา ทองนันไชย อายุ 35 ปี ขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ชนรถเบนซ์ สีขาว ที่นายอัครพนธ์ เหมือนบุญส่ง อายุ 36 ปี สามี ขับมากับหญิงสาวคนหนึ่ง ทำให้รถคันอื่นเสียหายไปด้วย 3 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 6 คน แต่ยังเหลือคนเจ็บรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 3 คน คือหญิงสาวที่นั่งมาในรถเบนซ์ถึงกับกระดูกแขนหลุด รักษาตัวอยู่ที่ รพ.เปาโลรังสิต อีก 2 คน รักษาตัวที่ รพ.บางปะกอกรังสิต 2 ขณะที่โลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ว่าสาเหตุมาจาก น.ส.อทิชาติดตั้งระบบจีพีเอสในรถของสามี แล้วติดตามสะกดรอยพบสามีขับรถมากับ “กิ๊กสาว” เลยโมโหขับรถไล่ชน ซึ่ง น.ส.อทิชา ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ อ้างว่าสามีเบรกกะทันหันทำให้เบรกไม่ทันจนเกิดเหตุขึ้น ไม่ได้ตั้งใจขับรถไล่ชนรถสามีแต่อย่างใด

ความคืบหน้าการสอบสวนคดีที่ยังเป็นที่จับตาว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นการจงใจขับรถชน เมื่อ 13.00 น. วันที่ 16 พ.ค. พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไปแล้วทั้งหมด 9 ปาก รวมถึงนายอัครพนธ์ เหมือนบุญส่ง ผู้ขับรถเบนซ์ สีขาว ทะเบียน 4 กษ 3104 กรุงเทพมหานคร โดยนายอัครพนธ์ให้การว่า ในขณะเกิดเหตุนายอัครพนธ์ ได้ขับรถมาพร้อมกับ น.ส.อทิชา ทองนันไชย ภรรยา โดย น.ส.อทิชาขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ตามหลังมาติดๆ เพื่อไปรังสิต พอถึงที่เกิดเหตุนายอัครพนธ์เบรกรถกะทันหันทำให้ น.ส.อทิชาเบรกไม่ทันชนกันเข้าอย่างจังจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ผกก.สภ.ธัญบุรีกล่าวต่อว่า ส่วนหญิงสาวที่นั่งมาด้วยกัน นายอัครพนธ์แจ้งว่า เป็นเพื่อนร่วมงานทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.อทิชา ฐานขับขี่รถโดยประมาทโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และมีทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามตำรวจทำการสอบสวนพยานและข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เป็นจริงอย่างที่ทั้งสองสามีภรรยาให้การหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานแน่ชัดว่า น.ส.อทิชา กระทำความผิดในข้อหาใดอีก จะแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนิน คดีกับ น.ส.อทิชา ตามกฎหมายทุกข้อหาต่อไป

ขณะเดียวกัน นายพีรพงษ์ หนูช่วย อายุ 39 ปี นักศึกษาปริญญาเอกพระจอมเกล้าธนบุรี ทำงานร่วมกับ สวทช. ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคนเจ็บนอนรักษาตัวที่ห้อง 3205 รพ.บางปะกอกรังสิต 2 ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่หน้าผากต้องเย็บ 18 เข็ม กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาน้องสาวของคนขับรถโตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ได้มาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความรับผิดชอบแล้วแต่ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกัน การรักษาอาการบาดเจ็บของตน ยังใช้สิทธิ์ พ.ร.บ.รถยนต์อยู่ และจะต้องมีการทำศัลยกรรมรอยเย็บที่ใบหน้ากับศูนย์ศัลยกรรมโรงพยาบาลอีก ตนไม่ได้โกรธแค้นคนขับรถคู่กรณี แต่อยากให้มารับผิดชอบ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บอีกคนชื่อนายเทียนทอง ยวงแก้ว อายุ 28 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ข้อเท้าซ้ายร้าว นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเดียวกัน