วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อึ้งรัฐปักหมุดเน็ตได้แค่ 99 หมู่บ้าน

ความฝันยังห่างไกลคนไทยท่องโลกโซเชียล

ความหวังไทยแลนด์ 4.0 ยังห่างไกล อึ้ง! ดีอีรายงาน ครม.ติด “อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน” ได้แค่ 99 หมู่บ้าน จากที่ตั้งเป้าติดตั้งเสร็จ 24,700 หมู่บ้านแรกในปีนี้ ส่วนหมู่บ้านพื้นที่กันดาร เลื่อนไปติดตั้งเสร็จสิ้นปีหน้า ด้าน กสทช.รายงานปิดเว็บหมิ่นคืบหน้าไปมาก ปลื้มเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือ

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารวม.พาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลการดำเนินการโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศวงเงิน 20,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนแรก การขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านวงเงิน 15,000 ล้านบาท และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศวงเงิน 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเชื่อมต่อเคเบิ้ลใต้น้ำ

สำหรับโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านนั้น ส่วนแรก คือ โครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอยู่หนาแน่นเข้าถึงได้ง่าย โดยมีกระทรวงดีอีเป็นผู้ดูแลโครงการ ความคืบหน้าในขณะนี้ สามารถติดตั้งอินเตอร์เน็ตไปแล้วจำนวน 99 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายจะติดตั้งให้เสร็จสิ้นรวมทั้งสิ้น 24,700 หมู่บ้าน ซึ่งจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ แบ่งเป็นเป้าหมายในเดือน พ.ค.นี้จะติดตั้งจำนวน 3,099 หมู่บ้าน, เดือน มิ.ย. 2,800 หมู่บ้าน, เดือน ก.ย. 8,200 หมู่บ้าน, และเดือน ธ.ค. 10,601 หมู่บ้าน ขณะที่พื้นที่ถัดมาจะเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยากขึ้นมีจำนวน 15,732 หมู่บ้าน และพื้นที่ที่เข้าถึงยากอยู่ห่างไกลทุรกันดารอีกจำนวน 3,900 หมู่บ้าน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้ดูแล ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้คาดจะเสร็จในกลางปีหรือไม่เกินสิ้นปี 2561

“ลักษณะการติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านจะใช้วิธีการเดินสายไฟเบอร์ออฟติกเข้าไป แล้วภายในหมู่บ้านก็จะประชุมกันว่าจะให้ไปลง ณ จุดไหน จุดนั้นจะเป็นไวไฟเน็ตเวิร์ก หลังจากนั้นหากบ้านใครต้องการที่จะลากสายต่อไปที่บ้านตัวเองก็เป็นเรื่องการจ้างเอกชนมาดำเนินการต่อ แต่ในหมู่บ้านจะมีจุดฟรีไวไฟหมู่บ้านละ 1 จุด”

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีได้ขอขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงินโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านวงเงิน 13,000 ล้านบาท ที่เดิมกำหนดไว้ให้สิ้นสุดเดือน มี.ค.2560 ขยายเป็นภายในเดือน ก.ย. 2561 และเหตุผลที่เหลือวงเงิน 13,000 ล้านบาท จาก 15,000 ล้านบาทนั้น เนื่องจากมี กสทช.มาช่วยวางโครงข่ายให้ด้วยทำให้เหลืองบประมาณปี 2560 ที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย 2,000 ล้านบาท จึงขอโยกงบประมาณจากโครงการอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านไปในส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณปี 2559 คงเหลือจากการดำเนินกิจกรรมอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านจำนวน 1,639 ล้านบาท ส่วนนี้ขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปใช้สำหรับภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หรืองบประมาณเพื่อบำรุงรักษา

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการติดตั้งอินเตอร์เน็ตหมู่บ้านตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งในส่วนที่ กสทช.รับผิดชอบนั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก เป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล และตามแนวชายแดน จำนวน 3,920 หมู่บ้าน วงเงิน 11,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือน มิ.ย.นี้ และลงนามในสัญญาจ้างผู้ชนะประมูลติดตั้งอินเตอร์เน็ตในเดือน ก.ย.60 และเริ่มทยอยติดตั้ง คาดว่าจะครบ 3,920 หมู่บ้าน ภายในปี 2561

ส่วนที่ 2 กสทช.ได้รับมอบหมายเพิ่มเติมอีก 14,000 หมู่บ้าน ขณะนี้ กสทช.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ลงพื้นที่สำรวจแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดกรอบวงเงินในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม กสทช.ตั้งเป้าหมายว่าภายในปลายปีนี้จะต้องเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และทยอยติดตั้งเพื่อให้แล้วเสร็จครบ 14,000 หมู่บ้าน ภายในปี 2561

นายฐากรยังได้กล่าวถึงการประสานงานกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย (ไอเอสพี) เพื่อให้ปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายและไม่เหมาะสมว่า ได้ดำเนินการเพิ่มเติมอีก 34 เว็บไซต์แล้ว ยังคงเหลืออีก 97 เว็บไซต์เท่านั้น ที่ยังไม่สามารถปิดได้ จากเดิม 131 เว็บไซต์ เนื่องจากต้องรอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ส่งหมายศาลมาให้ไอเอสพี เพื่อดำเนินการปิดเว็บไซต์ต่อไป

“กสทช.มีความพอใจในการทำงานของเฟซบุ๊กและไอเอสพีเป็นอย่างมาก ที่ปิดเว็บไซต์หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจากการประสานงานกับเฟซบุ๊กในช่วงที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ยินดีและพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายไทย ซึ่งเฟซบุ๊กได้นำเพจที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ออกจากบัญชีของเฟซบุ๊กเกือบหมดแล้วเช่นกัน โดยเฟซบุ๊กแจ้งว่า หากรัฐบาลไทยต้องการให้ปิดเพจใด และบัญชีใด ก็ขอให้ส่งหมายศาลมา ทางเฟซบุ๊กพร้อมดำเนินการให้”.