วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรฯเล็งรื้อบ้านบุกรุกคลอง ล้างบางสิ่งกีดขวางทางน้ำป้องกันซ้ำรอยท่วมปี 54

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำและการบูรณาการแผนการดำเนินการสิ่งกีดขวางทางน้ำ” ว่า ที่ผ่านมากรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการน้ำ 12 ปี แต่ในแผนไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งกีดขวางทางน้ำ จนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงเห็นชอบให้จัดทำยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำ 20 ปีขึ้น

ดังนั้น กรมชลประทานจึงต้องทบทวนแผนบริหารฯ 12 ปีใหม่ทั้งหมด โดยให้มีแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำรวมอยู่ด้วยสำหรับสิ่งกีดขวางทางน้ำสามารถแยกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.การบุกรุก และ 2.ระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงานภาครัฐ โดยในกรณีผู้บุกรุกที่เป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยชุมชนนั้น กรมชลประทานจะหารือกับกระทรวงมหาดไทยว่าจะย้ายออกได้หรือไม่ กรณีย้ายออกไม่ได้ ทางกรมชลฯจะต้องหาวิธีระบายน้ำออกไปให้ได้โดยไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเช่นเดียวกับระบบสาธารณูปโภคที่ขวางกั้นอยู่จะต้องหารือถึงเทคนิควิธีการเจาะระบายน้ำลอดออกไป ทั้งนี้ การกำหนดแนวทางแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.60 หลังจากนั้นจะเสนอให้ กนช. และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำนี้จะต้องพิจารณาทั้งภาพรวมของประเทศ แต่จากการประเมินด้วยสิ่งกีดขวางทางน้ำที่พบมากสุด คือเขตภาคกลางหรือลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทางกรมชลฯจึงจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วนในกลุ่มที่เป็นสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตคลอง แบ่งเป็นชุมชนราว 8,442 ชุมชน และที่เป็นสาธารณูปโภค 221 แห่ง แบ่งเป็นผู้รุกล้ำเขตตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา 5,290 ชุมชน และฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 3,152 ชุมชน โดยมีเป้าหมายจะต้องย้ายออกอย่างน้อย 50% ภายในปี 2564 ซึ่งกรมชลฯจะยึดตามรูปแบบของปทุมธานีโมเดล ด้วยการสร้างที่อยู่ใหม่ให้ผู้ที่อพยพผ่อนจ่ายในอัตราที่เหมาะสม.