บริการข่าวไทยรัฐ

ขยาดเที่ยวเกาหลี สาวไทยเปิดใจ ติด ตม. 12 ชม. ถูกไล่กลับไปกินปิ้งย่างในไทย

จากเรื่องราวที่มีการแชร์จำนวนมาก เมื่อหนึ่งในคนไทยวาดฝันจะไปเที่ยวเกาหลี แต่กลับติด ตม. และไม่สามารถเข้าประเทศได้ โดย Punnabhat Sri ช่างแต่งหน้าอิสระ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ถูกส่งตัวกลับ และได้ประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจ ซึ่งทีมข่าวฯ ไทยรัฐออนไลน์ ได้โทรสอบถาม ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเธอก็เล่าเรื่องราวคล้ายกับที่โพสต์ว่า หลังจากเตรียมตัวกันมา 6 เดือน 12 พ.ค. ก็ได้เดินทางด้วยเครื่องบินของการบินไทย เดินทางไปพร้อมกับเพื่อนอีก 6 คน เมื่อไปถึงก็เข้าแยกย้ายไปตรวจคนเข้าเมือง ในเวลาประมาณ 07.00 น. ที่เกาหลี เมื่อลงเครื่องก็เดินมาตรงที่ตรวจคนเข้าเมืองปกติ ก็แยกๆ ช่องกับเพื่อนเพื่อความรวดเร็ว
 มาถึงตอนตัวเรา ตม.ถามมาว่า มาทำอะไร ก็บอกเที่ยว และก็พับพาสปอร์ตแล้วกดปุ่มเรียกให้เจ้าหน้าที่มารับเราออกไป

“ตอนนั้นเพื่อนผ่านไป 3 คนแล้ว แต่เราไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่พาเรามาที่ห้องสอบสวน

“มาทำอะไร มากับใคร มากี่คน มีเงินเท่าไหร่..” เจ้าหน้าที่ถาม เราก็ตอบไปเป็นภาษาอังกฤษ​

พอถามเสร็จเขาก็ให้กระดาษมา 1 ใบ ซึ่งมีคำถามคล้ายกับที่ถามให้เรากรอก จากนั้นก็ให้เราไปรอที่ห้องๆ หนึ่งไม่ใหญ่นัก ในนั้นมีคนรออยู่ก่อน 5-6 คน ซึ่งก็เป็นคนไทยด้วยกัน เวลาผ่านไป ผ่านไป คนก็เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“เรารู้สึกอึดอัด ในห้องไม่มีอะไรให้กิน แม้แต่น้ำก็ไม่มีให้กิน เมื่อไปขอก็ได้แต่พูดว่า Sorry”

เวลาผ่านไปกว่า 5 ชั่วโมง!! เขาถึงมาเรียกเข้าไปห้องสัมภาษณ์อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์ผ่านล่าม (คิดว่าเป็นคนไทย) เพราะว่าพูดภาษาไทยชัด

เราไปถึงเราก็หยิบเอกสารที่มีทั้งหมดมาไล่เรียงวางที่โต๊ะ
- ตั๋วเครื่องบิน ระบุไฟลต์ไป-กลับ

- เอกสารจองโรงแรม พร้อมหลักฐานการจ่ายเงิน

- ประกันที่ซื้อตอนเดินทาง

- เส้นทางรถไฟของเกาหลี

- แพลนการเที่ยวที่ทำไปในแต่ละวัน ระบุสถานที่


อย่างที่เธอโพสต์ไว้ Punnabhat Sri เล่าว่า เขาถามคำถามเดิมที่เคยถาม จากนั้นก็ถามว่า จะไปไหนบ้าง ลองบอกมา เมื่อเราก้มดูแพลนที่เตรียมไว้ (แผนเดินทาง 8 วัน) แต่แล้วจู่ๆ เจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นคนเกาหลีก็มากระชากแพลนเที่ยวเราไปจากมือ ตอนนั้นโกรธมาก เราก็บอกล่ามว่า เฮ้ย ทำไมเอาแพลนที่เราทำมาไปล่ะ เราก็ไม่ได้ถนัดนะว่า ที่ไหนอยู่ตรงไหน ล่ามก็ (ตะคอก) คุณต้องรู้สิคะ ถ้าไม่รู้คุณจะมาทำไม เราก็อ่ะ ขอโทษนะคะ แพลนนี้เพื่อนเราทำมาให้ เรามากับเพื่อนซึ่งเพื่อนจะพาเที่ยว ตม.ถาม แล้วเพื่อนคุณอยู่ไหน? เราตอบว่าเพื่อนผ่านหมดแล้ว 6 คน รอด้านนอกเอากระเป๋า ตม.ตอบ ไม่มี เรายืนยัน มี!! พยายามบอกล่าม ล่ามตัดบทไม่มีค่ะ เพื่อนไม่รอคุณ คุณมาคนเดียว? เรา พยายามหาเปิดรูปให้ดู แต่เขาก็ไม่สนใจ

คำถามต่อไป ทำงานอะไร... ก็บอกเป็นช่างผมอิสระ นางบอกขอดูรูป (บอกก่อนนะคะ wifi ที่ตรงนั้นเปิดไม่ค่อยได้ เอารูปคร่าวๆ ในงานให้ดูเท่าที่หาได้) ล่ามพูดนางบอก ช่างผม ทำไมไม่มีร้านเสริมสวย คุณต้องมีรูปร้านเสริมสวยสิคะ?? ก็บอกล่าม ทำงานอิสระค่ะ ไม่มีร้าน ตม.ถามต่อ ถ้าไปเที่ยวที่สถานที่นี้ คุณต้องเดินทางอย่างไร?!!!! อันนี้เราบอกล่ามเลยว่า ทุกอย่างอยู่ในแพลนที่ยึดไป ขอคืนได้ไหม แต่ถูกปฏิเสธ

ถามอีก ไม่เห็นคุณจะมีตั๋วกลับ เราก็บอก เฮ้ยยยยย ดูสิคะดู ในแพลนก็ปริ้นต์ตั๋ววันกลับ ตม.บอกไม่มี อันนี้เราขึ้นเสียงเลยบอกว่า มี เขาก็เงียบ

ล่ามถามต่อ เกาหลีมีอะไรดี ก็บอกมีซีรีส์ มีอาหาร มีที่เที่ยว อาหารก็อร่อยดี เช่นปิ้งย่าง ล่ามก็สวนกลับมาว่า ถ้าจะกินปิ้งย่างกินที่ไทยเถอะค่ะ ที่ไทยก็มี (ทุกคำพูดที่พูด น้ำเสียงล้วนใส่อารมณ์ ซึ่งไม่ทราบว่าเพราะอะไร) สุดท้าย ตม.บอก ไม่ผ่าน ซึ่งตรงนั้นพบว่ามีคนไม่ผ่านจำนวนมาก บางคนมากับกรุ๊ปทัวร์ก็ยังไม่ผ่าน

“เท่าที่สังเกตด้วยสายตา พบว่า คนที่ผ่าน เป็นหญิงส่วนใหญ่กว่า 70% ส่วนผู้ชาย 30%”

หลังจากนั้น คนที่ต้องถูกส่งกลับ ตม.จะเอากระเป๋าเดินทางมาให้เลย ซึ่งในห้องไม่มีทางเดินแล้ว เพราะคนเข้ามาเรื่อยๆ ทีละ 20-30 คน
 หลังจากนั้นมีคนมาคุมตัวพวกเรา ทีละ 40-50 คนเดินไปอีกห้อง ระหว่างทางเดินในสนามบิน เราให้เดินเป็นแถว แถวละ 4 เรียง ทุกสายตามองเหมือนพวกเราเป็นผู้ต้องหา จะขอแวะซื้อของกินก็ไม่ได้

จากนั้นได้พาเดินมาถึงให้สแกนกระเป๋า นึกออกใช่ไหมคะว่า กระเป๋าเราโหลดสำหรับเอาลงเครื่อง พอมาตรงนี้ทำให้มีของเหลวในเป๋า แน่นอน ทุกคนต้องทิ้ง ครีม น้ำหอม ทิ้งทุกอย่างที่เป็นของเหลว แต่พอดีกระเป๋าเราเพื่อนเอาไปฝากไว้ที่การบินไทยที่สนามบิน ไม่งั้นก็ต้องทิ้งเช่นกัน จากนั้นก็พามาอยู่ที่ห้องด้านล่างต่อ แยกชายหญิง ซึ่งในห้องก็ยังมีคนที่ยังอยู่ ก่อนเข้าเขาแจกขนมปัง 2 ชิ้น น้ำ 1 กระป๋อง

ขอบอกว่าเรารู้สึกหิวมากๆ ยังดีที่เขายังให้ขนมปัง ซึ่งตอนนั้นก็ผ่านมาแล้ว 7-8 ชั่วโมง เมื่อไปถึงคนที่ผ่านก็คุยกัน ปรากฏว่า เจอป้าคนหนึ่งบอกว่าติดมา 3 วันแล้ว ไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากขนมปังที่เขาให้ ไม่ได้อาบน้ำ ทีนี้เราน้ำตาร่วง ในห้องตอนนี้มี 60 คนได้ แต่ป้าบอกวันนี้น้อย บอกก่อนนะคะ เราพยายามบอกว่าเราจะซื้อตั๋วกลับเลย แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะคุย แล้วให้นั่งเฉยๆ นั่งก็แล้ว นอนบนพื้นก็แล้ว 9 ชั่วโมงผ่านไป เจ้าหน้าที่มาเคาะประตู แจกแฮมเบอร์เกอร์ และโค้กกระป๋องเล็ก ถ้าคุณไปช้า คุณก็จะได้แค่ขนมปัง เราเทโค้กทิ้ง เพื่อเอาไปกดน้ำเปล่าไว้กิน และก็นอนรอต่อไป จะมีเป็นรอบๆ ที่มาเรียกชื่อ ถ้าเรียกชื่อแสดงว่าจะได้กลับ บางสายการบินเขาจะให้เพิ่มเงิน 3,000 บาท เพื่อให้กลับเร็วขึ้น ใครที่ได้กลับก็จะมาร่ำลากัน บอกก่อนนะคะ คนที่อยู่ในนี้ช่วยเหลือแบ่งปันกันมาก ให้ยืมปลั๊กชาร์จแบต กระทั่งรู้สึกว่าอาจจะไม่ได้กลับแล้ว เพราะเวลาผ่านมานานมากแล้ว แต่สุดท้ายยังได้กลับ

สาวช่างแต่งหน้าอิสระ ฝากความรู้สึกผ่านทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า อยากจะฝากให้ทุกคนที่คิดจะเที่ยวเกาหลีว่า ควรศึกษากติกาอะไรให้ดีก่อน ส่วนตัวตนก็ไม่รู้ว่าเขามีกติกาอย่างไร แต่ก็อยากให้ทางเกาหลีบอกบรรทัดฐานให้ชัดเจนว่า ลักษณะแบบไหนไม่ให้เข้าประเทศ​ หรือถ้าจะมีปัญหาขนาดนี้ แนะนำว่าให้ประเทศคุณทำวีซ่าเข้าประเทศเลยดีกว่า เสียเงินเพิ่มอีก 2,000-3,000 บาท ดีกว่าวางแผนเสียเงินกว่า 30,000 บาท แล้วไม่ได้เที่ยว คนที่เขาตั้งใจมาเที่ยว เขาไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้หรอก ส่วนตัวรู้สึกว่าคงไม่ไปประเทศนี้อีกแล้ว...

สรุปว่า งานนี้เธอติดอยู่ที่ ตม.เกาหลีใต้ รวม 12 ชั่วโมงกว่าจะได้กลับ

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Punnabhat Sri