วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากโอกาสรอด 0.2% 'จุ๊บจิ๊บ' สาวหัวใจวายที่ญี่ปุ่น แม่เชื่อปาฏิหาริย์มีจริง! (ชมคลิป)

จากกรณี น.ส.วันวิสาข์ ใจจันทร์ หรือ น้องจุ๊บจิ๊บ วัย 27 ปี สาวอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับกลุ่มเพื่อน และล้มป่วยกะทันหันด้วยอาการของโรคหัวใจ เข้ารับการรักษาและผ่าตัดที่ รพ. Tokyo Medical and Dental University กรุงโตเกียว ตั้งแต่ 20 ม.ค. 60 นอนพักฟื้นห้องไอซียู และต้องรักษาอยู่เกือบ 3 เดือน จนอาการดีขึ้น จากนั้นจึงเดินทางกลับมารักษาต่อที่เชียงใหม่ โดยมีแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่เป็นผู้รักษาเดินทางมาด้วย เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดระหว่างนั่งเครื่องบิน และวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ไทยที่รับช่วงรักษาต่อ เมื่อประสานงานเรียบร้อย แพทย์ชาวญี่ปุ่นก็ได้เดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 9 เม.ย.60 นั้น 

ความคืบหน้าล่าสุด นางสุพรรณ์ ใจจันทร์ ผู้เป็นแม่ เผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า หลังบินจากญี่ปุ่นและมาถึงไทยเมื่อ 6 เม.ย. 60 จุ๊บจิ๊บก็เข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ จนถึง 14 เม.ย. 60 แล้วไปรักษาต่อที่ รพ.ลานนา เชียงใหม่ ตามสิทธิ์ประกันสังคมจนถึงวันที่ 22 เม.ย. 60

อาการของน้องจุ๊บจิ๊บนั้นได้ผ่าตัดใส่อุปกรณ์ช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจให้เป็นปกติ ออกจาก รพ. กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติแล้ว แต่ต้องไปหาหมอตามนัดบ้าง และสิ้นเดือนนี้จะกลับไปทำงานขายรถยนต์เหมือนเดิม

นางสุพรรณ์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจว่า รู้สึกดีใจสุดชีวิตที่ลูกหายดี ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนสวดมนต์ภาวนาข้างเตียงทุกวันว่าขอให้ลูกฟื้นนั้นจะเป็นจริง ทุกอย่างเหมือนมีปาฏิหาริย์ เพราะหมอบอกมีโอกาสรอดแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์

“อาการน้องที่เห็นครั้งแรก พูดไม่ได้เลย มีอุปกรณ์การแพทย์รอบตัว ต้องฉีดยาวันละ 30 กว่าเข็ม สะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา ได้แต่กะพริบตา หมอบอกมีโอกาสรอดชีวิตแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ แม่ก็นอนเฝ้าในห้องจนวันที่ 14 ก.พ. น้องลืมตาได้ และพูดได้บ้างกระท่อนกระแท่น จับใจความได้ว่าขอกระดาษมาเขียนหนังสือ แล้วก็เขียนคำว่า (เสียงเริ่มสะอื้น) นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าแม่แล้ว ปาฏิหาริย์มากๆ เพราะทุกวันแม่จะสวดมนต์ขอให้ลูกฟื้น และมันก็เป็นจริง

ตอนนี้น้องแข็งแรงดีแล้ว กลับมาเป็นปกติทุกอย่างแล้ว เดินได้ กินได้ทุกอย่างแล้ว เงินที่คนไทยช่วยบริจาคมาทั้งหมด 5 แสนกว่าบาท ก็นำไปคืนให้คนรู้จักที่เขาให้ยืมก่อนแม่บินไปหาน้องที่ญี่ปุ่น 2 แสนกว่าบาท

ส่วนเงินที่เหลือ สามีก็โอนไปให้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ตอนที่อยู่ดูแลน้องเกือบ 3 เดือนที่ญี่ปุ่น ต้องขอขอบคุณผ่านไทยรัฐออนไลน์ที่คนไทยไม่ลืมกัน ให้ทั้งกำลังทรัพย์และกำลังใจ ขอบคุณมากๆ จะไม่ลืมพระคุณเลย”

อีกทั้งตลอดเกือบ 3 เดือนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น นางสุพรรณ์ยังได้รับความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียวเป็นอย่างดี คอยช่วยประสานงาน อำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่สำรองจ่ายให้ก่อน

สำหรับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดขณะรักษาตัวใน รพ.ที่ญี่ปุ่น นางสุพรรณ์เผยว่า มียอดรวมประมาณ 16 ล้านเยน ซึ่งทางสถานทูตไทยช่วยจ่ายให้ก่อนประมาณ 8 ล้าน 5 แสนเยน ส่วนที่เหลือทาง รพ.ที่ญี่ปุ่นให้ผ่อนผันภายหลัง โดยให้ลงชื่อในหนังสือรับรองไว้ก่อนบินกลับมารักษาต่อที่เชียงใหม่

นางสุพรรณ์ยอมรับว่ารายได้จากการรับจ้างแกะสลักนั้นไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้าง แต่ครอบครัวก็จะช่วยกันทุกวิถีทางอย่างเต็มที่ เพื่อหาเงินมาชำระค่ารักษาพยาบาลที่ค้างกับทาง รพ.ที่ประเทศญี่ปุ่น และสถานทูตไทย.