บริการข่าวไทยรัฐ

คนบันเทิงเฮ 'พาณิชย์' เร่งปั้นไทยเป็นศูนย์การผลิตอุตสาหกรรมหนัง-ละคร

“พาณิชย์” กำหนด 7 ยุทธศาสตร์ เร่งผลักดันศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และบันเทิงไทย สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งบูรณาการกับหลายหน่วยงานในการผลักดันธุรกิจบริการด้านภาพยนตร์ เพื่อสร้างรากฐานแห่งการเป็นศูนย์กลางสำหรับ Production และ Post-Production ของอาเซียน เช่น บริการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย และขายลิขสิทธิ์ โดยในปีที่ผ่านมา จำนวนภาพยนตร์ที่ใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลได้ประกาศสิทธิประโยชน์ที่ให้กับภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์ ที่เข้ามาถ่ายทำในไทย และจะมีผลในปีนี้ คือ การให้เงินคืน 15% สำหรับโปรเจกต์ที่มีการลงทุนภายในไทยขั้นต่ำ 50 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 20% หากมีการจ้างงานบุคลากรไทยในตำแหน่งที่สำคัญกับโปรเจกต์นั้นๆ และหากมีการโปรโมตประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยว”

อย่างไรก็ตาม ในปี 60 กระทรวงฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ธุรกิจบริการด้านภาพยนตร์ 7 ด้าน คือ สร้างให้ไทยเป็นฐานการผลิตงาน ฐานการลงทุนที่มีคุณภาพสูงของเอเชีย และเป็นประตูสำหรับนักลงทุน นักธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาทำธุรกิจในภูมิภาค พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขานี้ ให้มีขีดความสามารถสูงในการคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างผลงานใหม่ๆ และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สามารถรับจ้างผลิตงานที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล และหน่วยงานภาคเอกชนกับกลุ่มประเทศเป้าหมาย, ขยายตลาดการส่งออกภาพยนตร์ไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก, สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเนื้อหาสาระ (คอนเทนต์) แบรนด์ของไทย และทรัพย์สินทางปัญญาในธุรกิจบันเทิงของไทย รวมถึงสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เพิ่มความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ขยายตลาดกับบริษัทต่างชาติ

จากการหารือผู้ประกอบการไทย สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐสนับสนุนคือ จัดกิจกรรมเผยแพร่ศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จัดอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถและเทคนิคต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อการส่งออกต่อไป, นำภาพยนตร์ไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่สำคัญของโลกอย่างต่อเนื่อง จัดคณะผู้แทนการค้าได้เจรจากับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ต้องช่วยเสริมสร้างพันธมิตรทางการค้ากับผู้ลงทุน ผู้สร้าง ผู้กำกับ นักธุรกิจในต่างประเทศ ได้แก่ การจัด Thai Night/Networking Party โดยแผนงานในปี 60 จะเน้นการร่วมงานแสดงสินค้าเฉพาะ เช่น งาน Cannes Film Festival งาน MIPCOM, งาน American Film Market เทศกาลภาพยนตร์ไทยในกัมพูชา งาน Taipei Film Festival ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของไทยในการส่งออกของไทย

“ธุรกิจบริการด้านภาพยนตร์สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบกว่า 30,000 ล้านบาท หากธุรกิจนี้เติบโตก็จะพาให้ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องเติบโตไปด้วย เช่น ธุรกิจบริการสตูดิโอและอุปกรณ์ในการถ่ายภาพยนตร์, บริการเช่ารถ, นักแสดง, ธุรกิจบริการด้าน Location, ธุรกิจบริการด้าน Visual Effect/Computer Graphics, ธุรกิจโรงภาพยนตร์ รวมไปถึงร้านอาหาร การจัดเลี้ยง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เงินในเศรษฐกิจไทยหมุนเวียนได้อีกมากมาย”.