บริการข่าวไทยรัฐ

ไม่ได้บ้า! ผู้ต้องหาสารภาพ ซื้อรถปูนคัน3ล้าน ใช้วิ่งขนยาบ้าอย่างเดียว

เฉลยแล้ว หนุ่มขนยาบ้าจากเชียงใหม่ไปส่งหาดใหญ่ไม่ได้บ้า แต่อยากรวย ลงทุนถอยรถปูนคันละ 3 ล้านใช้รับจ้างขนยาอย่างเดียวนาน 2 ปี ที่ผ่านมาส่งแค่ภาคกลาง แต่ช่วงหลังรับงานภาคใต้แลกค่าจ้าง 1 ล้านถูกจับที่ชุมพร ของกลาง 2.2 ล้านเม็ด ค่า 500 ล้าน

จากกรณีเจ้าหน้าที่จับยาเสพติดลอตใหญ่ ผู้ต้องหาให้รถรถปูนขนยาบ้าจากภาคเหนือ วิ่งล่องใต้มาถูกจับที่ จ.ชุมพร ของกลาง 2.2 ล้านเม็ด (อ่านข่าว บ้าไปแล้ว ใช้รถปูนขนยาบ้า2.2ล้านเม็ด จากเชียงใหม่ไปส่งที่หาดใหญ่)

ต่อมา เวลา 12.30 น.วันที่ 16 พ.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ฐิติ ติตถะสิริ ผบ.มทบ.44 พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน ผบ.พล.ร.5 พ.อ.ศานติ สกุลตนาค ผบ.ร.25 นายพีระ กาญจนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 และนายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ร่วมแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่สุดของภาคใต้ มีผู้ต้องหา 2 รายคือ นายธนิสร หรือป๊อก ศรกล้า อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 2 ตำบลแกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายยศวัฒน์ หรืออู๊ด วัชรฐิติลดากรณ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 121/3 หมู่ล 2 ตำบลตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 2,200,000 เม็ด มูลค่าร่วม 500 ล้านบาท รถยนต์บรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อ วอลโว่ สีขาว ทะเบียน 70-4273 สระบุรี ทะเบียนตัวพ่วง 70-4482 สระบุรี พร้อมถังไซโลขนาดใหญ่สำหรับใส่ปูนซีเมนต์ผง และของกลางอื่นๆอีกหลายรายการ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ แถลงผลการจับกุมว่า ขอชื่นชมที่ตำรวจชุมพรและทหารที่มีผลการจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ถือว่าได้ของกลางมากที่สุดของภาคใต้เท่าที่มีการจับกุมมา โดยสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ฉลาด พลนาการ รรท.ผกก.ผกก.สภ.มาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้บ้านพละ ร่วมกับ พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร พ.ท.ภาคิน เกื้อกูล ผบ.ร.25 พัน 1 ตั้งด่านตรวจรักษาความสงบป้องกันปัญหาอาชญากรรมและลักลอบขนยาเสพติด บริเวณจุดตรวจถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ตำบลเขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่อีกชุดดักซุ่มประจำอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันก่อนถึงจุดตรวจประมาณ 2 กิโลเมตร กระทั่งเวลา 09.30 น.ได้สังเกตการณ์เห็นรถบรรทุกพ่วงถังไซโลคันดังกล่าวขับมาบนถนนขาล่องใต้ได้แวะเข้าไปในปั๊มน้ำมัน โดยมีผู้ต้องหาทั้งสองคนคือ นายธนิสรเป็นคนขับ และนายยศวัฒน์นั่งมาด้วย ลงมาจากรถและเดินวนเวียนอยู่ภายในปั๊มน้ำมันจนถึงเวลา 10.00 น. ก็ยังไม่ขับรถออกจากปั๊มเพื่อเดินทางต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบประวัติทะเบียนและการเดินทางของรถคันดังกล่าว ปรากฏว่าได้ขับมาจากอำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งผิดปกติที่รถพ่วงบรรทุกถังไซโลปูนซีเมนต์ผงทั่วไปจะขับมาทางภาคใต้ และเหมือนกับบุคคลทั้งสองจะรู้ว่าข้างหน้ามีด่านตรวจจึงแวะเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อหลบหลีกการตรวจค้น

"เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวทั้งสองคนไว้ สอบถามเบื้องต้นทั้งสองคนให้การวกวนมีพิรุธบอกว่าเดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์ จะนำรถไปบรรทุกปูนซีเมนต์ผงที่อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งไม่ตรงกับการตรวจสอบเส้นทางเดินรถของเจ้าหน้าที่ จึงควบคุมตัวพร้อมรถยนต์บรรทุกพ่วงถังไซโลคันไปที่ด่านตรวจความมั่งคงประตูภาคใต้บ้านพละ และได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดโดยเปิดฝาถังไซโลที่ใช้ใส่ปูนซีเมนต์ผงออก พบภายในมีกระเป๋าผ้าแบบสะพายจำนวน 22 ใบ ซุกซ่อน จึงนำออกมาตรวจสอบพบในกระเป๋าทุกใบมียาบ้ามัดห่อพลาสติกไว้อย่างดี รวมยาบ้าทั้งหมด 2,200,000 เม็ด จึงตรวจยึดและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน"

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวเป็นของนายธนิสรคนขับ ที่ซื้อมาในราคาเกือบ 3 ล้านบาท ไว้ใช้สำหรับลักลอบขนยาบ้าโดยเฉพาะโดยทำมากว่า 2 ปีแล้ว โดยจะขนยาบ้าจากชายแดนทางภาคเหนือมาไว้แถวภาคกลางเท่านั้น ส่วนภาคใต้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครกล้ารับจ้างขน ตนกับนายนายยศวัฒน์ เพิ่งจะรับจ้างขนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากขาดคน โดยมีผู้ว่าจ้างให้บรรทุกยาบ้ามาจากชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้กับผู้มารับไม่ทราบชื่อในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ค่าจ้างคนละ 500,000 บาท และได้รับเงินค่าเดินทางมาแล้ว 50,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องต่อไป.