บริการข่าวไทยรัฐ

คู่ปรับ F-22 RAPTOR เจาะเครื่องบินขับไล่ไฮเทค SUKHOI T-50 PAK FA

เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 Sukhoi T-50 PAK FA คำว่า PAK FA ย่อมาจาก Perspective Aviatsionny Kompleks Forntovoi Aviatsy หรือ Future Tactical Air System เป็นเครื่องบินขับไล่และสกัดกั้นขั้นแนวหน้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากรัสเซีย เป็นโครงการต่อเนื่องในการปรับปรุงอากาศยานรบให้มีความล้ำสมัย มีสมรรถนะทางการบินเทียบเท่า หรือเหนือกว่าเครื่องบินขับไล่ของอเมริกัน ในปี 2545 บริษัท Sukhoi ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลและกองทัพอากาศของหมีขาวให้ทำการแผนแบบ ในส่วนของลำตัวเครื่อง T-50 PAK FA นั้นใช้วัสดุผสมที่พัฒนาให้มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแกร่งมากกว่าเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ของทัพฟ้ามะกัน ลำตัวแบบใหม่ยังช่วยลดความร้อนที่แพร่ออกมาจากเครื่องยนต์ได้ดี โดยภาพรวม Sukhoi T-50 PAK FA ใช้ระยะเวลาในการออกแบบ วิจัย พัฒนาและทดสอบนานเท่ากับเครื่อง F-22 แต่โครงการสร้างเครื่องบินรบยุคใหม่ของหมีขาวกลับล่าช้าลงเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ

การออกแบบรูปทรงของ Sukhoi T-50 PAK FA มีลักษณะคล้ายกับเครื่องบินขับไล่ F-22 ของ ทอ. อเมริกัน T-50 PAK FA มีมิติเท่าๆ กับเครื่อง Su-27 แต่เมื่อเทียบกับ F-22 แล้ว Sukhoi T-50 PAK FA จะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต Saturn 117S ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเครื่องบินรบ Su-27 ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพด้านแรงขับ เพื่อทำให้ Sukhoi T-50 PAK FA มีสมรรถนะที่สุดขั้ว อาวุธปล่อยทั้งหมดจะถูกซ่อนอยู่ในช่องเก็บอาวุธหลักจำนวน 4 ช่อง ที่สามารถเปิดออกได้อย่างรวดเร็วก่อนทำการโจมตี การซ่อนขีปนาวุธหรือจรวดต่อต้านอากาศยาน เรือผิวน้ำ หรือบังเกอร์ เอาไว้ในลำตัวทำให้เครื่องบินได้เร็วขึ้นจากการลดแรงต้านอากาศตามหลักการแอร์โรไดนามิกส์

ช่องเก็บอาวุธแต่ละช่อง รองรับจรวดพิสัยกลางแบบ R-77 ซึ่งได้รับการปรับแต่งตัวจรวดให้สามารถบรรจุได้ช่องละ 2 นัด รวม 8 นัด หรืออาจดัดแปลงเป็นช่องเก็บลูกระเบิดร่อนโจมตีเรือผิวน้ำขนาด 1.5 ตันได้ 1 ลูก รวมเป็น 2 ลูก (3,000 กิโลกรัม) เครื่อง Sukhoi T-50 PAK FA ยังสามารถติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่พื้นพิสัยทำการไกลได้อีก 2 นัด โดยขีปนาวุธของรัสเซียนี้ยิงได้ไกล 400 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม กองทัพรัสเซียก็พยายามพัฒนาอาวุธรุ่นใหม่เพื่อใช้ใน Sukhoi T-50 PAK FA สำหรับการต่อกรกับเครื่องบินขับไล่ของฝ่ายตรงกันข้าม

เรดาร์ของ Sukhoi T-50 PAK FA พัฒนาโดยสถาบันออกแบบเครื่องวัดประกอบทางการบินฮามีรอฟ ซึ่งเคยรับงานออกแบบเรดาร์ไอบรีสในเครื่องบินขับไล่ Su-35 BM โดยเรดาร์ Niip Irist-E ถูกปรับแต่งให้สามารถตรวจจับอากาศยานแบบล่องหนของทัพฟ้ามะกัน โดยเฉพาะรุ่น NIIP Iris-E มีโมดูลรับส่งสัญญาณมากถึง 1,500 โมดูล ประกอบด้วยเรดาร์ 5 ตัว เรดาร์ตัวหนึ่งใช้ในการตรวจจับด้านหน้า ติดตั้งอยู่ในส่วนหัวของ Sukhoi T-50 PAK FA เรดาร์อีกสองตัวติดตั้งอยู่ข้างลำตัวทำงานในย่านความถี่ X Band เรดาร์อีกสองตัวสุดท้ายติดตั้งที่บริเวณปลายปีก ทำงานในย่านความถี่ L Band เนื่องจาก Sukhoi T-50 PAK FA ถูกออกแบบให้สามารถตรวจจับเครื่องแรปเตอร์ F-22 ให้ได้ก่อนที่นักบินอเมริกันจะสามารถตรวจจับ T-50 PAK FA เรียกว่าเห็นก่อนใส่ก่อนได้เปรียบนั่นเอง

ประสิทธิภาพทางการบินของ Sukhoi T-50 PAK FA สามารถบินขึ้นในระยะทางวิ่งที่สั้นมากแค่ 3-400 เมตร ส่วนสมรรถนะด้านความเร็ว T-50 PAK FA บินได้เร็ว 1079 นอตต่อชั่วโมง หรือ 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีพิสัยบินไกล 5,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีขีดความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ เมื่อเปรียบมวยกับคู่ปรับอย่าง F-22 Raptor ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นเครื่องขับไล่ครองอากาศปกป้องน่านฟ้ามากกว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่/โจมตีเหมือน Sukhoi T-50 PAK FA ซึ่งออกแบบให้เป็นทั้งเครื่องบินรบขับไล่สกัดกั้นและโจมตีทั้งภาคพื้นดินและในทะเล

เครื่อง F-22 Raptor บรรทุกระเบิดขนาดเล็กแบบ GBU-39 ขนาด 250 ปอนด์ หรือ 100 กิโลกรัมได้ 8 ลูก หรือบรรทุกระเบิดนำวิถีด้วยดาวเทียม GBU-31 JDAM หนัก 1,000 ปอนด์ หรือ 400 กิโลกรัมได้ 2 ลูก แต่ Sukhoi T-50 PAK FA สามารถโหลดอาวุธได้มากกว่าหลายเท่า ส่งผลต่อการบินรบทางยุทธวิธีที่สามารถกระทำได้อย่างหลากหลายมากกว่า เครื่องบินทั้งสองแบบใช้แนวคิดและการออกแบบที่มีความใกล้เคียงกัน แต่แตกต่างกันตรงที่เครื่องของรัสเซียนั้นลำใหญ่กว่า และบรรทุกอาวุธได้มากกว่า จุดที่ Sukhoi T-50 PAK FA มีความเหนือชั้นมากกว่า F-22 Raptor ก็คือระบบเรดาร์แบบใหม่ล่าสุด ที่ทำให้ F-22 ไม่ได้เป็นเครื่องล่องหนอีกต่อไป!! เครื่องยนต์และระบบอาวุธที่ถูกพัฒนาให้มีความก้าวล้ำนำหน้า ทำให้พวกอเมริกันไม่สามารถคุยโวโอ้อวดได้อีกต่อไป.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/