บริการข่าวไทยรัฐ

'บิ๊กตู่' หวังคนไทยทุกคนมีบ้าน เชื่อเหตุโรงละครไม่ใช่เหตุป่วน

นายกฯ ระบุเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ไม่ใช่เหตุป่วน บอกเดินหน้ายุทธศาสตร์ 20 ปี ทำให้ทุกคนมีบ้าน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-สังคม แขวะนักการเมือง-นักประชาธิปไตย ถ้าไม่ทำต่อ คนมีรายได้น้อย 4 ล้านคนก็จะไม่มีบ้าน

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการกำชับเจ้าหน้าที่ภายหลังเกิดเหตุป่วน มีเสียงดังคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ใกล้ท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ไม่ได้ป่วน"

ทั้งนี้ก่อนการประชุม ครม. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะผู้บริหารธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชัน คนไทยมีบ้าน Home for all ใช้สำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นช่องทางให้ประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยกรอกแบบสำรวจผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่ง ธอส.จะนำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนร่วมกับภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลให้รัฐบาลนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะ 20 ปี 2560-2579 พร้อมวางแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดย ธอส.จะเป็นหน่วยงานพัฒนาแอปพลิเคชัน และจัดทำเคมเปญสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษ มอบให้ผู้ที่ร่วมตอบแบบสำรวจ

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือต้องการให้คนไทยทุกคนมีบ้าน ซึ่งถือเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ที่ต้องมีบ้าน มีรถยนต์ ปัจจุบันหลายคนยังไม่มีบ้าน และที่กังวลคือบางคนแม้จะมีบ้านแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว จึงจำเป็นจะต้องมีการขยับขยาย รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นแผนหนึ่งในยุทธศาสตร์ 20 ปี นอกจากนี้เป้าหมายของรัฐบาลก็จะเข้าไปดูแลในกลุ่มคนที่มีบ้านเดิมอยู่แล้วแต่ต้องการที่จะขายเพื่อซื้อบ้านใหม่ ตรงนี้ต้องมีแผนในการขยายการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลนี้คือมุ่งหวังให้ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งถ้าครอบครัวสังคมดีทุกอย่างก็จะดีขึ้น วันนี้สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือบ้านเล็กเกินไป หลายครอบครัวต้องอยู่ในบ้านที่แคบ เป็นสาเหตุให้ลูกต้องออกไปอยู่กับเพื่อนๆ ดังนั้นอย่างน้อยหนึ่งครอบครัวก็ควรมีบ้านที่มี 2-3 ห้องนอน อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวจะต้องดีขึ้นเพียงแต่อาจต้องใช้งบประมาณและเวลาจำนวนมากพอสมควรจึงต้องร่วมมือกัน ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่า การประกอบการทางธุรกิจต้องการผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้น แต่ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าเรื่องยุทธศาสตร์ 20 ปีก็อยากให้ทุกคนช่วยและร่วมมือกัน

"ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่อยู่กันอย่างแออัดสกปรก แล้วสังคมจะดีได้อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหากับผู้ที่มีรายได้น้อย ถ้ารัฐบาลไม่ทำก็จะมีปัญหาอื่นตามมา ยุทธศาสตร์นี้จะช่วยแก้ปัญหาในด้านทางสังคมและเศรษฐกิจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เราก็จะสามารถพัฒนาประเทศไปสู่ยุค 4.0 ได้ เราจะต้องไม่ลืมคนเหล่านี้ ปัญหาใหญ่คือเรื่องที่ดินทั้งในส่วนของเอกชนและภาครัฐ เราพยายามทุกอย่างที่จะนำที่ดินเหล่านี้มาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยอมรับว่าก็ยังมีความขัดแย้งอยู่บ้าง โดยเฉพาะแนวความคิดใหม่ๆ แบบนี้ จึงอยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลคิดอะไร รัฐบาลต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ทุกอย่างมีความเท่าเทียม ขณะที่ทุกคนก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่านั่งรอให้รัฐบาลช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว คนที่ออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร มักเป็นคนที่ไม่ยอมรับในการเปลี่ยนแปลง จึงอยากให้มาดูว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง ถ้าพูดง่ายๆ คิดง่ายๆ ไม่ต้องทำอะไรทุกอย่างมันก็ง่าย ซึ่งผมจะพูดให้ดีกว่าเขาก็พูดได้ จึงอยากปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหน้าที่ สิทธิเสรีภาพ เพิ่มกระบวนการเรียนรู้ คิดให้เป็น รัฐบาลพร้อมรับฟังแต่ไม่ใช่บอกว่าที่คิดมาผิดทั้งหมด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนสร้างความมั่นใจให้กับประชาขนคือการชี้แจง และสิ่งที่อยากจะฝากเพื่อให้เกิดความมั่นใจคือฝากไว้กับรัฐบาลหน้า ฝากนักการเมือง นักประชาธิปไตยให้ทำต่อ ถ้าไม่ทำต่อก็คงจบแค่นี้ สำหรับรัฐบาลนี้ทำมาได้แค่ระยะแรก ถ้าไม่ทำเรื่องบ้านต่อ 20 ปี คน 4 ล้านคนที่สำรวจพบก็จะไม่มีบ้าน เด็กที่โตขึ้นมาก็จะไม่มีบ้านเช่นกัน