วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดราม่าบังเกิด! 'คำยินดี' เวอร์ชั่น ปาน จงใจจิกกัดใครในวงการมั้ย?(คลิป)

ปาน ธนพร ปลื้ม คนชอบที่เล่นใหญ่เทไวน์กรวดน้ำอินเพลง คำยินดี เผยเป็นแนวถนัดแค่อินกับเนื้อเพลง แต่ไม่วายเกิดดราม่าว่า เพลงนี้ ปาน จงใจแขวะใครหรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์เพลง

หลังจากที่ขึ้นคอนเสิร์ต StageFighterRound2Concert เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งนักร้องสาวเสียงคุณภาพ ปาน ธนพร แวกประยูร ก็ได้ร้องเพลงคำยินดี อีกในเวอร์ชั่นหนึ่ง ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดกันสนั่นฮอลล์ ถูกอกถูกใจกับการร้องเพลงในสไตล์ที่คุ้นเคยของปาน 

เมื่อได้เจอปาน ที่สตูดิโอเจเอสแอล ลาดพร้าว 107 ที่มาร่วมบันทึกเทปรายการ จันทร์พันดาว ร้องสู้ฝัน ซีซั่น 1 ก็เลยไม่พลาดที่จะสอบถามถึงฟีดแบ็กที่ได้รับจากการร้องเพลงนี้ในคอนเสิร์ตดังกล่าว ซึ่งปานเผยว่า 

ฟีดแบ็กคอนเสิร์ต? "ปีที่แล้วได้ขึ้นคอนเสิร์ตกับพี่คิ้มแล้วก็ไม่ได้ขึ้นอีกเลย ปีนี้ได้ขึ้นคอนเสิร์ตกับน้องๆ อย่างเต็มตัวจริงๆ ส่วนที่หลายคนมองว่ากลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี (หัวเราะ) ก็เรียกว่า เราแวะมาร้าย

เสียงเพลงคำยินดี ที่เราร้องไป จริงๆ มันเป็นเพลงที่ขาวสะอาดมากเลยนะ และน่ารัก แต่ว่าทางทีมงานของเอไทม์ รู้สึกว่าความเป็น DNA ของปาน เราต้องปากร้าย ทีมงานเลยอยากจะบิดครึ่งเพลงหลัง ให้กลายเป็นอารมณ์อีกฟีลหนึ่ง

ซึ่งเราก็ทำไปด้วยความชำนาญอยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว (หัวเราะ) เราเลยบอกว่าเอาเลย เพื่อให้คนดูมีความสุข และมีความสนุกไปกับบทเพลง เราไม่ได้คิดว่าจะได้ผลขนาดนั้นพอร้องท่อนนั้นออกไป (ยิ้ม)"

อินเนอร์แรงมาก? "เป็นไปตามบทบาท ในโมเมนต์ตรงนั้น ถ้าถามว่าตอนเริ่มแรก เรายินดีมั้ยตัวละครตัวนั้นมันยินดีอยู่แล้ว แต่พอต้องได้เข้าไปในสถานการณ์ที่เรียกว่า มีการจัดงาน และมีการเห็นความรักของอีกคู่หนึ่งที่ชัดเจนมากขึ้น มันอาจจะทำให้คนเรากลับใจ

ซึ่งมันก็เป็นการสะท้อนใจของตัวเราได้เหมือนกันว่า ทุกอย่างเป็นไปในความไม่เที่ยง บางทีเราอาจจะไปด้วยความรู้สึกหนึ่ง แต่อีกใจหนึ่งของเราอาจจะสามารถ แปรเปลี่ยนได้เป็นอีกความรู้สึก ถ้าเรารู้สึกว่ารับกับมันไม่ไหวแล้ว จนกลายเป็นหนึ่งคนที่หยิบเอาสัญชาตญาณที่ดิบร้าย ออกมาใช้เหมือนกัน"

หลายคนคิดถึงปานในโมเมนต์นั้น? "นั่นสิ ยังไม่ลืมกันอีกเหรอ (หัวเราะ) ก็รู้สึกสนุก และไม่คิดว่าการทำไปแบบสนุกๆ อย่างนั้น ทุกคนจะชื่นชอบ เพราะเราทำมาเยอะแล้ว เราก็ไม่เคยคิดว่าทุกคนจะคิดถึงโมเมนต์นั้นของเรา

ถามว่าเป็นอินเนอร์ส่วนตัวของเราหรือเปล่า อ๋อ ไม่เลย เป็นอินเนอร์ในเพลงล้วนๆ และทีมงานก็บรีฟมาตอนแรก ไม่ได้มีการเทน้ำบนเวทีด้วยนะ แต่สุดท้าย ทุกคนก็คิดกันว่าไหนๆ ทำแล้ว ก็ลองทำให้มันสุดไปเลย

ลองตีความว่าถ้าเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่ารับไม่ได้กับสถานการณ์ตรงนั้น จะไปตอนแรก ที่คนคนนี้คิดว่าตัวเองรับได้ แต่สุดท้ายเขาก็รับไม่ได้ ก็กลายเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป"

คนโยงแอบแขวะใครหรือเปล่า? "โหย! ดิฉันไม่มีคู่กัดเลย และไม่มีศัตรูในวงการที่ไหนเลย ไม่ได้แขวะใคร แค่รู้สึกว่าเพลงนั้นมันเป็นลักษณะของการเล่นละครเวที คล้ายๆ กับละครเวทีเล็กๆ ด้วยซ้ำ เป็นละครเวทีย่อมๆ ในการตีความแค่ 1 ตัวเองด้วยเวลา 3 นาทีกว่าๆ

กระแสมันฮือฮามาก ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะเราทำงานเพลงธรรมะมาตั้ง 4-5 ปี ไม่เห็นมีใครมาตกใจกับเราเลย พอมากรวดน้ำแค่นี้นิดเดียว เป็นอะไรกับฉัน (หัวเราะ)

ก็เป็นเรื่องที่ตลกดี ได้เห็นที่คนแชร์กันอยู่ และเห็นที่คนบอกว่าสนุกสะใจดี จริงๆ มันอาจจะสะท้อนให้เห็นถึงใจของผู้หญิงยุคนี้เหมือนกันนะ ว่าใจของผู้หญิงยุคนี้เปลี่ยนไป มันเหมือนหมดยุคของการเป็นนางเอกแล้ว

มันถึงยุคที่ผู้หญิงอยากแสดงสัญชาตญาณจริงๆ ความรู้สึก สิ่งที่เราไม่อยากจะบดบังมันอีกแล้ว เหมือนเป็นการที่รู้ว่าตัวเองไม่ดี และเอาชนะความไม่ดีตรงนี้ไม่ได้ แค่ขอให้ได้ปล่อยออกไปเพื่อความสะใจ

ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงยุคนี้มีความกล้าคิดกล้าทำ และอยากเป็นตัวของตัวเองกันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเชื่อว่าการเป็นตัวของตัวเองมันยังต้องอยู่บนความพอดี แต่ละคนก็น่าจะรู้ตัวว่า ความพอดีของแต่ละคนอยู่ตรงไหน"

กลับมาคัมแบ็กร้องเพลง ออกซิงเกิล? "โน (หัวเราะ) คงไม่แล้วค่ะ แต่ถามว่าถ้าให้ทำอะไรแบบนี้ทำได้ไหม ทำได้นะ เพราะมันเป็นการเอนเตอร์เทนอย่างหนึ่ง และคนดูไปแฮปปี้สนุกสะใจ มันเป็นการมากระตุ้นอะดรีนาลีนบางอย่าง แต่สุดท้ายมันก็จะผ่านไปเพราะมีงานใหม่เข้ามา เพราะว่าจะได้ทำอะไรที่สนุกมากขึ้นอีกมากกว่า"

มีการพูดถึงลิขสิทธิ์เพลง คนเลยมองว่า เพลงโยงกัน? "อ๋อ เหรอคะ คงไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ อยู่ที่คนมองแล้วแหละ แต่สำหรับเราเราไม่เคยมองตรงเรื่องนั้นเลย และเราก็เชื่อว่าทางเอไทม์ก็ไม่ได้มองอย่างนั้นเหมือนกัน มันเป็นเรื่องของเพลงจริงๆ

และอันนี้มันเป็นเรื่องของการตีความของคนล้วนๆ เราถึงบอกว่า ในงาน 1 ชิ้น มันทำให้เห็นการมองในหลายๆ แฉกของแต่ละคน ซึ่งสุดท้ายมันก็กลายเป็นโมเดลของสังคมเท่านั้นเอง แล้วแต่ว่าใครจะมองอย่างไร

แต่ถ้าถามว่าการตีความของเอไทม์เป็นยังไง มันเป็นการตีความที่อยู่บนโชว์และบนเพลงล้วนๆ และอยากจะทำให้คนดูเซอร์ไพรส์

เพื่อจะได้ดูว่าในเวอร์ชั่นของ ปาน ธนพร เพลงจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะ DNA ของ ปาน ธนพร มันเป็นคนอย่างนี้ไงเพลงมันดูเลว พอทำออกมาคนก็จะต้องคิดว่ามันต้องโกรธใครแน่เลย เปล่าเลย มันเป็นหน้าที่ที่เราก็ทำได้ และเป็นแค่การแสดงสนุกๆ เท่านั้นเอง".