บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหยื่อเงินกู้ นายทุนดอกโหด เปิดใจ 15 ปี บ้านถูกยึด น้องเครียดผูกคอตาย

เหยื่อนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยสุดโหด วัย 65 ปี เปิดใจ 15 ปีที่แล้วเคยเอาบ้านและที่ดินไปจำนอง 2 แสน นายทุนหักดอกเบี้ยได้เงินจริงแค่แสนห้า ยอมรับสภาพเพราะอยากได้เงินให้หลานชายไปทำงานใช้แรงงานที่ต่างประเทศ อยู่ๆ ส่งไม่ไหว ขอความเห็นใจผ่อนผันนายทุน แต่ถูกฟ้องร้องจนยึดบ้านและที่ดินทำกิน น้องสาวเห็นภาระเครียดจัดผูกขอตายหนี เคยขอความช่วยเหลือรัฐ ขอเงินกู้ที่ดอกเบี้ยถูกไถ่ถอนที่ดินผืนสุดท้าย แต่ก็ไม่เป็นผล

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 60 นางรัดดาวัลย์ คำบุญ อายุ 65 ปี ชาวบ้าน บ้านนาถ่อน ต.นาถ่อน อ.เมือง จ.นครพนม เปิดใจว่า เมื่อปี 2545 ได้นำโฉนดที่ดิน ที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่ เนื้อที่ 80 ตารางวา ที่ตนอยู่กับน้องสาว คือ นางสุวรรณหงส์ น้อยนันตะ อายุ 55 ปี ไปจำนองกับนายทุนรายหนึ่ง เพื่อนำเงินเป็นค่าใช้จ่ายให้หลานชายอายุ 37 ปี ไปทำงานต่างประเทศ

ทั้งนี้ การได้ทำสัญญาจำนองที่ดินจำนวนเงิน 200,000 บาท แต่ได้รับเงินจริงๆ เพียง 150,000 บาท เพราะถูกหักดอกเบี้ยล่วงหน้า รวมถึงค่าทำสัญญา ซึ่งทางนายทุนบอกว่า มูลค่าที่ดินผืนแรกต่ำ ไม่พอ ตนจึงได้นำเอาโฉนดที่ดินว่างเปล่า ไปค้ำประกันเพิ่ม ทำสัญญาจำนองเพิ่มเป็นเงินประมาณ 70,000 บาท แต่รับเงินจริงๆ เพียง 50,000 บาท

โดยสัญญาระบุดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี แต่คิดจริงร้อยละ 3 บาทต่อเดือน และกำหนดส่งรายเดือนอยู่ที่ 8,000 บาทต่อเดือน แม้ตนรู้ว่าดอกเบี้ยแพง แต่ต้องยอม เพราะอยากให้หลานชายไปหาเงิน เผื่อจะมีรายได้ฐานะมั่นคงขึ้น แต่โชคร้ายไปทำงานแค่ 6 เดือน มีปัญหาไม่มีงานถูกส่งกลับมา ทำให้หลานชายตกงานไม่มีงานทำ จนเกิดปัญหาภาระหนี้สิน ขาดส่งผิดสัญญา เคยไปขอผ่อนผัน ขอความเมตตาจากนายทุนแต่ไม่เป็นผล

กระทั่งในปี 2551 ครอบครัวตนถูกฟ้องร้อง ตนไม่มีเงินไปจ้างทนายความ โดยศาลจังหวัดนครพนม มีคำพิพากษาตัดสินให้ชำระหนี้ ซึ่งตนเคยไปเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจริงจัง กระทั่งถูกนายทุนฟ้องบังคับคดี นำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด ส่วนหลานชายตกงานเร่ร่อนหนีไปทำงาน กทม. ไม่ติดต่อกลับมาบ้านหลายปี

นางรัดดาวัลย์ กล่าวอีกว่า ต่อมาปี 2554 น้องสาวตนเครียดจัด เพราะเรื่องคดีความ และได้ถูกไล่ออกจากบ้าน ต้องไปเช่าบ้านที่อื่นอยู่ จึงจัดสินใจผูกคอตายเพื่อหนีปัญหา ล่าสุดทราบว่า กรมบังคับคดีประกาศที่ดินกับบ้านขายทอดตลอด สิ้นสุดในวันที่ 15 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมาตนเคยหาทางเข้าโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบกับภาครัฐ แต่หลังน้องสาวเสียชีวิต จึงไม่มีคนดูแลช่วยเหลือ ต้องยอมรับสภาพมาถึงทุกวันนี้

“หากเป็นไปได้อยากขอความเมตตาจากผู้มีอำนาจ หน่วยงานภาครัฐ หาทางช่วยเหลือให้ตนได้กู้เงินจำนวนหนึ่งมาส่งคืนนายทุน เพราะอยากได้บ้านที่ดินคืน และส่งผ่อนชำระในราคาไม่แพง เพราะลูกของฉัน 2 คน มีงานทำ พอส่งได้ ก่อนหน้านี้เคยไปผ่อนผันกับนายทุน แต่ทางนายทุนไม่ยอม เคยขอความเมตตาหลายครั้ง แต่ยืนยันฟ้องร้องบังคับคดีคำเดียว มาถึงวันนี้ฉันไม่ต้องการเอาผิดกับนายทุน เพราะยอมรับว่าฉันยากจนจริงๆ คิดว่าจะได้เงินจากการขายแรงของหลานชายมาช่วยส่งเงินกู้ แต่ก็ไม่เป็นดังที่หวัง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่นครพนม จะมีลูกหนี้นอกระบบอีกหลายรายที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการนำที่ดิน ทรัพย์สินไปจำนอง กับนายทุนรายใหญ่ คนหนึ่งในจังหวัด จนมีการฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์สิน เพราะรูปแบบการทำสัญญาของนายทุน จะมีการทำสัญญาแบบรัดกุม แต่จะใช้วิธีการลงรายละเอียดในสัญญาเกี่ยวกับดอกเบี้ยถูกต้องตามกฎหมาย หรือประมาณร้อยละ 15 ต่อปี แต่จะมีการหักต้นล่วงหน้า และเก็บดอกเบี้ยโหดนอกเหนือจากสัญญา ประมาณร้อยละ 3–5 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ยังฉวยโอกาสยึดเอาทรัพย์สินทันทีหากขาดส่ง หรือผิดสัญญา โดยไม่มีการต่อรอง และที่ผ่านมาในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม รวมถึงการต่อสู่คดี ส่วนใหญ่เหยื่อเงินกู้จะแพ้คดี เพราะมีการจัดทำเอกสารแบบรัดกุม

ทางด้าน นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบหาทางช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าจะหาแนวทางช่วยเหลือ ร่วมกับทางอำเภอธาตุพนม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือของรัฐบาล เพื่อนำเงินมาไถ่ถอนที่ดิน และผ่อนชำระดอกเบี้ยต่ำ

ทั้งนี้ จะต้องมีการเจรจากับนายทุน เพื่อหาทางแก้ไข ดูแลช่วยเหลือ กำหนดในวันที่ 23 พ.ค.นี้ จะมีการนัดเจรจาระหว่าง นายทุน หน่วยงานเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง