บริการข่าวไทยรัฐ

เพิ่มความรัดกุม

เหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี ปัตตานี ทำให้พี่น้องประชาชนลูกเด็กเล็กแดงบาดเจ็บไปกว่า80คนเป็นฝันร้ายที่อยากลืม...

แต่ยังลืมไม่ลง

เพราะเป็นความอำมหิต มุ่งทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ โดยตรง

คนที่กล้าทำบาปกรรม มหันต์ระดับนี้ ต้องมีความ โหดเหี้ยมในกมลสันดาน ไม่ควรได้รับการให้อภัยทุกกรณี

“แม่ลูกจันทร์” ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันคลี่คลายคดีสำเร็จอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน

สามารถสอบสวนขยายผลจนได้ชื่อกลุ่มคนที่ร่วมก่อเหตุคาร์บอมบ์ครบวงจร

สามารถจับกุมแกนนำผู้วางแผนสั่งการได้ถูกต้องแม่นยำโป๊ะเชะ 100 เปอร์เซ็นต์

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าสิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือ กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี ปัตตานี ทั้งกลุ่มวางแผน กลุ่มผู้ปฏิบัติการ และกลุ่มที่ปล้นรถฆ่าเจ้าทรัพย์ไปทำเป็นคาร์บอมบ์ ทั้งที่ควบคุมตัวได้แล้ว และที่ยังหลบหนีการจับกุม

ล้วนแต่เป็นผู้มีหมายจับคดีความมั่นคงติดตัว

เรียกว่าเป็นตัวแสบทั้งนั้นเลย

แต่ที่มันเจ็บจี๊ดอย่างแรงคือ “นายสุฮัยมี สมาแอ” แกนนำระดับสั่งการที่ถูกจับกุมตัวได้ เป็นหนึ่งในผู้สมัครใจร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ที่เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดคดีความมั่นคงเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เพื่อกลับตัวเป็นพลเมืองดี กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติสุข ไม่ต้องคอยหลบหนีการไล่ล่าจับกุมอย่างที่ผ่านมา

ส่วนความผิดคดีความมั่นคงได้รับการเพิกถอนหมายจับ พร้อมหนังสือรับรองว่าบุคคลผู้นี้เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

ได้รับเงินช่วยเหลือจากทางราชการ ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน ได้รับการสนับสนุนอาชีพจากทางราชการ ฯลฯ

แต่ที่ไหนได้...หมอนี่คือแกนนำกลุ่มก่อการร้ายที่เล่นละครตบตาเจ้าหน้าที่ เพื่อล้างคดีความผิดติดตัว

แล้วแอบไปสั่งการวางแผนก่อเหตุคาร์บอมบ์

“แม่ลูกจันทร์” เริ่มสงสัยว่าในกลุ่มผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านกว่า 4,400 คน จะมีอีกกี่คนที่แฝงตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เพื่อเพิกถอนหมายจับคดีความมั่นคง

ใช้หนังสือรับรองของราชการเป็นเกราะป้องกันตัว เพื่อเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายได้สะดวกสบาย

ไม่ต้องซุ่มซ่อนกบดานหลบหนีหมายจับอย่างเดิม

อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าโครงการพาคนกลับบ้านควรต้องดำเนินการต่อไป เพื่อเป็นสะพานให้ผู้หลงผิด ได้กลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองดี

แต่ต้องระวัง...อย่าให้โครงการ “พาคนกลับบ้าน” กลายเป็น “โครงการพาโจรกลับบ้าน” ก็แล้วกัน

ประการที่ 1, อย่าคิดว่าการมีผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านจำนวนมากจะเป็นเรื่องดีเสมอไป

ประการที่ 2, ต้องตรวจสอบคัดกรองผู้สมัครใจเข้าโครงการพาคนกลับบ้านให้รอบคอบรัดกุมยิ่งกว่าที่ผ่านมา

ประการที่ 3, ผู้ที่ควรได้รับเพิกถอนหมายจับควรมีข้อแลกเปลี่ยนด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ

และประการที่ 4, สำคัญที่สุด ต้องมั่นใจเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ว่าคนที่ได้รับเพิกถอนหมายจับ

ไม่ใช่สายลับแฝงตัวเข้ามาล้วงตับตุ๊กแก.

“แม่ลูกจันทร์”