บริการข่าวไทยรัฐ

เมียหลวง หึงชนผัว-กิ๊ก เปล่าจงใจ!

อ้างเบรกไม่ทัน แจ้งหลายข้อหา

ตำรวจเค้นสอบเมียหลวงซิ่งระห่ำไล่ชนรถเบนซ์ผัวที่มากับกิ๊กสาว เจ้าตัวอ้างเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจชน ขับรถไล่ตามหลังมาด้วยความเร็วสูงถึงช่วงลงสะพานเบรกไม่อยู่พุ่งชนวินาศ โดนแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย พนักงานสอบสวนเรียกสอบผู้เสียหายแล้ว 3 ปากทั้งชายคนขับรถเบนซ์กับคนขับรถที่ถูกลูกหลงอีก 2 คัน ยังไม่ฟันธงชนวนเหตุจากความประมาทหรือจงใจไล่ชน รอรวบรวมหลักฐานและสอบสวนทุกฝ่ายอย่างละเอียด ผู้เสียหายโวยยังไม่ได้รับการติดต่อจากคู่กรณี หนึ่งในผู้บาดเจ็บเป็นนักศึกษาปริญญาเอกอาการหนัก หน้าผากแตกเย็บ 18 เข็ม นอนซมอยู่โรงพยาบาล แฉคู่กรณีรับปากจะชดใช้ค่าเสียหายให้แต่กลับเงียบหายไม่มาดูแลค่ารักษาพยาบาล

จากเหตุการณ์เมียหลวงหึงซิ่งรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ไล่ชนรถเบนซ์สีขาวของสามีที่พาผู้หญิงคนอื่นนั่งมาในรถ จนเสียหลักไปชนรถคันอื่นๆ ได้รับความเสียหายรวม 5 คัน บนถนนสายรังสิต-นครนายก ช่วงสะพานคลอง 4 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 พ.ค. ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะผู้หญิงที่นั่งมาในรถเบนซ์อาการหนักสุด สาเหตุจากภรรยาสงสัยว่าสามีมีกิ๊กจึงแอบติดตั้งระบบจีพีเอสที่รถเบนซ์ของสามี ก่อนขับรถสะกดรอยตามจนเห็นคาตาว่าสามีพากิ๊กสาวขึ้นรถเหยียบคันเร่งไล่ชนแหลกทำให้รถชาวบ้านไม่รู้อีโหน่ อีเหน่ถูกชนเสียหายไปด้วยอีก 3 คัน

ความคืบหน้าคดีเมียหลวงซิ่งชนระห่ำ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พ.ค. พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย รอง ผกก.หน.พนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เผยว่า ได้เรียกสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว 3 คน ประกอบด้วย ชายคนขับรถเบนซ์ที่ถูกภรรยาไล่ชน กับคนขับรถเก๋งที่ได้รับความเสียหายอีก 2 คัน ยังคงเหลือผู้เสียหายที่ขับรถเก๋งอีก 1 คัน และผู้หญิงคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงผู้ก่อเหตุยังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 5 คัน ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการหนักที่สุดคือผู้หญิงที่นั่งมากับรถเบนซ์สีขาวที่โดนพุ่งชนเป็นคันแรก มีอาการกระดูกแขนหลุด รักษาตัวอยู่ รพ.เปาโลรังสิต และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.บางปะกอกรังสิต 2 ส่วนคนอื่นๆ แพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว

พ.ต.ท.บุญยิ่งเผยต่อไปว่า สำหรับผู้หญิงคนขับรถฟอร์จูนเนอร์สีดำที่พุ่งชนท้ายรถเบนซ์สีขาวทำให้เสียหลักหมุนไปชนรถร่วมทางคันอื่นอีก 3 คันนั้น ตำรวจนัดมาให้ปากคำในวันนี้แต่เจ้าตัวยังไม่มา ส่วนเรื่องประกันภัยเกี่ยวกับการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ได้เจรจาตกลงกัน เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความหึงหวงแล้วก่อเหตุว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เพื่อพิจารณาตั้งข้อหาผู้ก่อเหตุว่าเกิดจากความประมาท หรือจงใจไล่ชนจนทำให้เกิดความเสียหาย ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ แต่เบื้องต้นความผิดเข้าข่ายการขับรถโดยไม่คำนึงความปลอดภัยกับบุคคลบนท้องถนน สามารถดำเนินคดี ตามกฎหมายได้ ส่วนข้อหาอื่นๆอยู่ระหว่างพิจารณาต่อไป

ด้าน น.ส.สุคน กาละสังข์ อายุ 27 ปี คนขับรถโตโยต้าอแวนซ่า หนึ่งในผู้เสียหาย ให้การว่า ตนและเพื่อนๆ รวม 5 คน ขับรถกลับจากไปเที่ยว จ.นครนายก ถึงที่เกิดเหตุรถฟอร์จูนเนอร์ขับพุ่งชนเข้าอย่างจังที่ฝั่งซ้าย ทำให้เพื่อนๆที่นั่งมาในรถได้รับบาดเจ็บ จังหวะนั้นไม่ทราบว่าเป็นการขับไล่ชนกันหรือไม่ ห่วงแต่ช่วยเหลือเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บและยังไม่ได้พูดคุยเรื่องชดใช้ค่าเสียหายกับคู่กรณีแต่อย่างใด มีเพียงตำรวจที่เรียกเข้ามาให้ปากคำ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.บางปะกอกรังสิต 2 พบนายพีรพงษ์ หนูช่วย อายุ 39 ปี ผู้บาดเจ็บอีกคน เป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอก ทำงานที่ สวทช. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีแผลแตกกลางหน้าผาก แพทย์เย็บ 18 เข็ม และใบหน้าบวมปูด นอนซมอยู่บนเตียงผู้ป่วย เผยว่า วันเกิดเหตุคู่กรณีบอกว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมดแต่กลับเงียบหายไป ไม่ติดต่อมา ตอนนั้นตนหน้าผากแตกมีเลือดไหลมาก ไม่ทราบว่าศีรษะไปกระแทกกับอะไรทำให้มีแผลลึกถึงกะโหลก แพทย์ต้องเย็บถึง 18 เข็ม ยังคงมีอาการปวดที่บาดแผล และยังมีน้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งมาในรถด้วยกันมีอาการปวดไหล่และแขนขวาต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นกัน หลังเกิดเหตุคู่กรณีที่ขับรถฟอร์จูนเนอร์ยังไม่มาดูแลค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ตนอยากให้เข้ามาพูดคุยกันว่าจะเยียวยาชดใช้กันอย่างไรได้บ้าง

ต่อมาเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน น.ส.ฝน (นามสมมติ) อายุ 38 ปี คนขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงผู้ก่อเหตุ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธัญบุรี เจ้าของคดีเพื่อให้ปากคำรายละเอียดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียดว่า สาเหตุเป็นการจงใจชนหรือเป็นอุบัติเหตุ เพื่อจะได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ ขจรเกียรติภาค ผกก.สภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ น.ส.ฝน ให้การอ้างว่า วันเกิดเหตุขับรถไล่ตามหลังรถเบนซ์ของสามีมาด้วยความเร็วสูง ถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางลงสะพานคลอง 4 รถเบนซ์เบรกกะทันหัน รถ น.ส.ฝน ขับตามหลังมากระชั้นชิดเบรกไม่อยู่พุ่งเข้าชนอย่างจังและไถลไปชนรถคันอื่นๆอีก 3 คัน ไม่ได้ตั้งใจไล่ชน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาท ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย หลังสอบปากคำปล่อยตัวชั่วคราวไปเนื่องจากผู้ต้องหามาแสดงตัวต่อเจ้าพนักงาน อย่างไร ก็ตาม ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป