วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจ๋คู่อริขี่ จยย.ไล่ยิงลูกชายนายก อบต.กลางเมืองอ่างทอง เจ็บสาหัส

แค้นจัด!! โจ๋คู่อริขี่ จยย.ไล่ยิง ลูกชายนายก อบต.ย่านซื่อ เจ็บสาหัสกลางเมืองอ่างทอง ตร.เร่งติดตามวัยรุ่นฮึกเหิมกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป...

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 พ.ค. ร.ต.ท.คุณภัทร ผิวบัวคำ รองสว.สอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุวัยรุ่นใช้รถจักรยานยนต์จำนวนหลายคัน ไล่ประกบยิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณเชิงสะพานอ่างทอง หน้าคลินิกหมอสมพงษ์ฝั่งตลาด ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส จำนวน 1 ราย นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนถนน ทราบชื่อต่อมา นายชนิษร หรือ (ปอนด์) พิทักษ์เขต อายุ 17 ปี ชาวบ้านย่านตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ลูกชายนายชัยวัฒน์ พิทักษ์เขต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลย่านซื่อ ถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเข้าที่สะโพกด้านขวากระสุนฝังใน ขาด้านขวาหัก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์คัพ สีครีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มคว่ำอยู่ บริเวณพื้นถนนพบเศษซากของวัตถุระเบิดแบบไทยประดิษฐ์ตกอยู่กระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะรีบนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ให้แพทย์ผ่าตัดนำกระสุนที่ฝังในออกจากร่างกาย

จากการสอบสวน นายฮาริม ปาทาน อายุ 19 ปี ชาวบ้าน ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เพื่อนที่มาด้วยกัน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้าน พร้อมกับตนเองและเพื่อนๆ จำนวน 5 คัน เมื่อกลุ่มของตนเองขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงหน้า บขส.อ่างทอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ตามไล่ประกบรถจักรยานยนต์กลุ่มของตนเอง จนหนีมาถึงเชิงสะพานอ่างทอง ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด พร้อมกับเสียงระเบิดดังขึ้น จากนั้นถึงได้ทราบว่า นายปอนด์ ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนวัยรุ่นคู่อริได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หนีหายไปในความมืด

ด้าน ร.ต.ท.คุณภัทร กล่าวว่า จากการสอบสวนจากพ่อ และเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นคาดว่าเป็นแก๊งที่ไล่ทำร้ายนั้น คาดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ ที่เข้าใจว่า นายชนิษร ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปจับกุมในข้อหามีอาวุธปืนในครอบครอง จึงได้เกิดความแค้น ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบาะแสแล้วพร้อมติดตามตัวมาสอบสวนขยายผล

ส่วนระเบิดแบบไทยประดิษฐ์ที่ระเบิดกระจายเป็นเศษซากตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร โดยเป็นระเบิดที่ทำจากลูกก้องที่เอาไว้จุดไล่นก นำมาใส่รวมกับเศษหินห่อด้วยพลาสติกแล้วพันด้วยเทปพันสายไฟอีกชั้นหนึ่ง ตกระเบิดอยู่ในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจหาลายนิ้วมือ แต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะติดตามตัวผู้ต้องสงสัย และพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบสวนพร้อมทั้งตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีเส้นทางผ่านในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อหากลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุมาสอบสวนขยายผลมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.