วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปตท.อวดผลการดำเนินงาน ไตรมาสแรกปี 60 โชว์กำไร 4.6 หมื่นล้าน

ปตท.โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 60 มีกำไรสุทธิกว่า 4.6 หมื่นล้าน ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 16.09 บาท หลังได้อานิสงส์ราคาน้ำมันโลกและปิโตรเคมีสูงขึ้น พร้อมรับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

นางนิธิมา เทพวนังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค.60 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 46,167.89 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 16.09 บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 23,668.89 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 8.23 บาท หรือ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 22,499.00 ล้านบาท คิดเป็น 95.06%

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2559 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 27,081 หรือมากกว่า 100% ที่มีกำไรสุทธิ 19,087 ล้านบาท เนื่องจากใน Q4/2559 บริษัทในกลุ่ม ปตท. รับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่า ซึ่งหากไม่รวมรายการข้างต้น ผลการดำเนินงานในภาพรวมก็ยังคงเพิ่มขึ้น โดยหลักจากธุรกิจสำรวจ และผลิตฯ ดีขึ้นจากค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง และกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากไตรมาสก่อน และธุรกิจท่อส่งก๊าซฯ ที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สำหรับ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานใกล้เคียงกับงวดไตรมาสก่อนหน้า โดยธุรกิจปิโตรเคมีทั้งสายโอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์ มีกำไรขั้นต้นต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์ตามราคาตลาด (Market Product to Feed Margin : Market P2F) ดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มการกลั่น ค่าการกลั่นทางบัญชี (Accounting GRM) ปรับลดลงเป็นผลจากกำไรจากสต๊อกน้ำมันลดลง

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท.มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมทั้งกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงของตราสารอนุพันธ์จากที่ขาดทุนใน Q4/2559

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกำไรสุทธิใน Q1/2560 กับไตรมาสแรกของปี 2559 พบว่า กลุ่ม ปตท. มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 22,499 ล้านบาท หรือร้อยละ 95 จาก 23,669 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2559 ซึ่งเป็นไปตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และราคาปิโตรเคมี ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ Market P2F และกำไรขั้นต้นจากการกลั่นไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน (Market GRM) เพิ่มขึ้น

ขณะที่ ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงเนื่องจากอิงกับราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในกลุ่ม ปตท. ดีขึ้น ทั้งในส่วนธุรกิจที่ ปตท. ดำเนินการเอง และบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยปรับเพิ่มขึ้นมากในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมี และการกลั่น

นอกจากนี้ ไตรมาสที่ 1/2560 ปตท. มีรายได้เงินปันผลรับจากกองทุนรวม จำนวน 4,310 ล้านบาท อีกทั้ง ปตท.และบริษัทในเครือ มีกาไรจากตราสารอนุพันธ์ 3,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,170 ล้านบาท จาก Q1/2559 โดยหลักเพิ่มขึ้น จากสัญญาประกัน ความเสี่ยงราคาน้ำมันของ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) และ PTT International Trading Pte. Ltd. (PTTT)

ขณะเดียวกัน ปตท. และบริษัทย่อย มีภาษีเงินได้ 6,398 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,616 ล้านบาท จาก Q1/2559 โดยหลักมาจาก ปตท.และ บริษัทในเครือกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่นที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้น ขณะที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ลดลงจากผลประโยชน์ทางภาษีที่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ฯ

ทั้งนี้ ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2560 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 46,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,499 ล้านบาท จาก 23,669 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2559 ณ วันที่ 31 มี.ค. 60 ปตท. และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 2,229,964 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 1,016,596 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 1,213,368 ล้านบาท