บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝึกทหาร 2 พัน ชักราชรถ ใช้รถ10ตันซ้อม หนักเท่าของจริง

เตรียมรื้อย้ายอาคารจัดแสดงนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล ก่อนกำหนด คืนพื้นที่ในท้องสนามหลวง ให้กรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุมาศ ห่วงงานล่าช้าช่วงฤดูฝน ด้าน ทบ. มีพิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเริ่มฝึกซ้อม 17 พ.ค.เป็นวันแรก ใช้ 7 ท่า เพื่อความพร้อมเพรียง สมพระเกียรติ คาดเข้าซ้อมในพื้นที่จริงต้นเดือน ต.ค.นี้

ที่พระบรมมหาราชวัง ตลอดวันที่ 15 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 25,127 คน รวม 193 วัน มี 7,034,868 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลรวม 193 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 556,594,512.26 บาท

ส่วนที่บริเวณอาคารนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล ในท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ประชาชนบางส่วนมานั่งคอยคิวในเต็นท์ เพื่อเข้าชมนิทรรศการ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ที่ดูแลนิทรรศการ ได้ประกาศว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ โดยเข้าชมได้จนถึงเวลา 21.00 น.และในวันที่ 16 พ.ค. คณะรัฐมนตรี จะเดินทางมาเข้าชมนิทรรศการ จากนั้นจะรื้อย้ายไปตั้งในสถานที่แห่งใหม่ ทั้งนี้ นิทรรศการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมมาตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา และมีกำหนดรื้อย้ายอาคารนิทรรศการ กลางเดือน มิ.ย.นี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางศศิพร ปาณิกบุตร ผอ.กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมา จากพระราชดำริ (กปร.) ว่า สาเหตุที่ต้องปิดนิทรรศการเร็วขึ้น เนื่องจากกรมศิลปากรกังวลเรื่องการก่อสร้างพระเมรุมาศ หากต้องปิดตามกำหนดเดิมวันที่ 15 มิ.ย.แล้วค่อยส่งคืนพื้นที่ จะทำให้งานก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบล่าช้า หรืออาจเสร็จไม่ทัน ที่สำคัญขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว และยังต้องใช้เวลารื้อถอนประมาณ 15 วัน ซึ่งงานก่อสร้างพระเมรุมาศเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก จึงจำเป็นต้องปิดการเข้าชมให้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ 1 เดือน ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีประชาชนเข้าชมแล้วประมาณ 4 แสนคน สำหรับที่ตั้งนิทรรศการเย็นศิระฯ แห่งใหม่ยังไม่ได้กำหนดจะใช้พื้นที่ใด แต่จะเก็บรักษาอุปกรณ์และเครื่องมือที่จัดแสดงไว้ก่อน ถ้าได้สถานที่ใดที่เหมาะสม ก็จะนำกลับไปติดตั้งให้ประชาชนเข้าชมต่อไป

ขณะที่เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กรมสรรพาวุธทหารบก พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีครูฝึก กำลังพลจริงและกำลังพลสำรองที่ผ่านการคัดเลือก แบ่งกำลังพลในการฉุดชักราชรถ เป็น 3 ส่วน รวม 441 นาย เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ พล.ท.อาวุธ กล่าวว่า พิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ก็เพื่อเตรียม พร้อมและสร้างขวัญกำลังใจกำลังพล เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกนานเพื่อให้ริ้วขบวนมีความพร้อมเพรียง สมพระเกียรติยศ แบ่งการฝึกเป็น 2 ช่วง คือ ที่โรงเรียนทหารสรรพาวุธ เป็นการฝึกภายในของกรมสรรพาวุธที่จะแยกฝึกเป็นกำลังพลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ ขณะที่กำลังพลฉุดชักราชรถพระนำ จะฝึกที่กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง จังหวัดสระบุรี มีการซักซ้อมทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ของทุกสัปดาห์ เริ่มวันแรกวันที่ 17 พ.ค.นี้ จากนั้น 1 เดือนถัดไปจะฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถทั้ง 2 องค์ร่วมกันที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ส่วนการฝึกในช่วงที่ 2 กองทัพภาคที่ 1 จะเป็นผู้นำฝึกร่วมกับกำลังพลในริ้วขบวนที่ 2 ทั้งหมดประมาณ 2,000 นาย จากนั้นจะเป็นการฝึกซ้อมย่อยช่วงปลายเดือนกันยายน และเข้าซ้อมในพื้นที่จริง ต้นเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม จะมีการทดสอบความแข็งแรงของกำลังพลฉุดชักทุกเดือน หากร่างกายไม่พร้อมจะคัดออกและใช้กำลังพลสำรองทดแทน

พล.ท.อาวุธ กล่าวว่า สำหรับการฝึกซ้อมจะใช้เครื่องช่วยฝึก ประกอบด้วยรถยนต์บรรทุกขนาด 2.5 ตัน สำหรับจำลองราชรถพระนำ และรถยนต์บรรทุกขนาด 10 ตัน สำหรับจำลองพระมหาพิชัยราชรถและเกรินบันไดนาคจำลอง ส่วนท่าการฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถ มี 7 ท่า ได้แก่ ท่าเบื้องต้น ท่าหยิบเชือก ท่าวางเชือก ท่าถวายบังคม ท่าเดินตามปกติ ท่าหยุดจากการเดิน และท่าเดินประกอบเพลงพญาโศกลอยลม และวันเดียวกันนี้ สำนักพระราชวังนำช่างตัดเสื้อมาวัดตัวกำลังพลเพื่อตัดชุดตามแบบโบราณราชประเพณีด้วย