วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแก๊งเขมรล้วงกระเป๋า ทำกว่า 100 ครั้ง หอบเงินกลับไปใช้บ้านเกิด


'พล.ต.ท.ศานิตย์' แถลงรวบ 5 ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา แก๊งล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่คนพลุกพล่าน ก่อนแปลงเป็นเงินสด นำกลับไปฝากที่ประเทศบ้านเกิด จากนั้นหวนกลับมาก่อเหตุอีก พบทำมาแล้วกว่า 100 ครั้ง ...

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผบช.น. พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส. สน.ทองหล่อ พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ แถลงข่าวจับกุมแก๊งกรีดกระเป๋า มีผู้ต้องหา 5 ราย ทราบชื่อ นายนวล รัดทา อายุ 35 ปี, นายส่วน กัมพูชา อายุ 35 ปี, นายเจิ๊ด ยึกวีเจิ๊ด อายุ 31 ปี, นายคง ซีวุดธี อายุ 37 ปี และนายโลน ทีโลน อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา พร้อมของกลางเงินสด 7,780 บาท เงินสกุลต่างประเทศจำนวนหนึ่ง กระเป๋าสตางค์ 7 ใบ นาฬิกา 1 เรือน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง ข้อหาซ่องโจร และร่วมกันลักทรัพย์โดยวิธีล้วงกระเป๋า 

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีแก๊งคนร้ายก่อเหตุล้วงกระเป๋าชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จึงได้ออกสืบสวนติดตามรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด ประกอบกับการสอบปากคำผู้เสียหาย วิเคราะห์พฤติกรรมคนร้าย พบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นชาวกัมพูชาประมาณ 5 คน มีการวางแผนแบ่งหน้าที่กัน จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ที่มักเกิดเหตุอยู่เป็นประจำ จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้บางรายก่อนรวบได้ยกแก๊ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายโลน ให้การรับสารภาพว่า เป็นหัวหน้าขบวนการ ได้รวมกลุ่มกันมาจากประเทศกัมพูชา และมีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน นายโลนจะเป็นผู้ลงมือล้วงกระเป๋าเหยื่อ จากนั้นจะมีผู้ทำหน้าที่เดินประกบคอยบังสายตาของผู้อื่นอีกประมาณ 2-3 คน และจะมีอีก 1 คน คอยรับทรัพย์สินที่ล้วงเอามาได้หลบหนี โดยจะเลือกก่อเหตุกับเหยื่อที่สะพายกระเป๋าเป้ หรือใช้กระเป๋าสะพาย ส่วนใหญ่จะใช้การรูดซิปแล้วจึงล้วงเอาทรัพย์สินไป มักเลือกก่อเหตุตามสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 2 ย่านประตูน้ำ หรือตามห้างสรรพสินค้า โดยจะก่อเหตุวันละ 2-3 ครั้ง ไม่เลือกช่วงเวลา ส่วนใหญ่จะก่อเหตุช่วงกลางวัน

อย่างไรก็ตามโทรศัพท์ที่ได้จากผู้เสียหาย จะนำไปขายที่ตลาดปอยเปตฝั่งประเทศกัมพูชา ส่วนเงินตราต่างประเทศ จะนำไปแลกที่ร้านรับแลกเงินย่านซอยนานา รายได้ต่อเดือนเฉลี่ยเดือนละ 4-5 หมื่นบาท เมื่อเก็บเงินได้เป็นก้อนแล้ว ก็จะกลับไปใช้จ่าย และฝากที่ประเทศกัมพูชา ก่อนกลับมาก่อเหตุอีก ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกันกว่า 100 ครั้ง และผู้ต้องหาทุกคนเคยต้องโทษในเรือนจำประเทศไทยในฐานความผิดลักษณะล้วงกระเป๋า มาแล้วหลายครั้ง.