วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิงห์บลูยอดแชมเปี้ยน

โดย หมวดแซม

ต้องขอแสดงความยินดีกับพลพรรค “สิงห์บลู” เชลซี ที่สามารถปิดจ๊อบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016–17 ไปครองเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่ยังเหลือการแข่งขันอีกสองนัด หลังบุกไปเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ได้ 1-0 ในเกมที่ 36 ของฤดูกาล เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ แต้มของพวกเขานำอันดับ 2 สเปอร์ส ขาดถึง 10 แต้ม แต่ทีมไก่เดือยทองเหลือเกมให้เล่นอีกแค่ 3 นัด ซึ่งยังไงก็ไล่ไม่ทันแล้ว

นับเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 5 และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยที่ 6 ของทีมสิงห์บลู เชลซี กลายเป็นทีมแรกที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในวันศุกร์ นับตั้งแต่ที่ อาร์เซนอลบุกไปคว้าแชมป์ที่แอนฟิลด์ ในปี 1989

ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต กลายเป็นกุนซือชาวอิตาเลียนรายที่ 4 ที่นำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่อจาก คาร์โล อันเชลอตติ, โรแบร์โต มันชินี และเคลาดิโอ รานิเอรี

ความสำเร็จของเชลซีในฤดูกาลนี้ ต้องยกนิ้วให้ อันโตนิโอ คอนเต ที่สามารถปลุกเสกทีม “สิงห์บลู” ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมเป็นฤดูกาลแรก

คอนเตต้องเจอกับงานหนักอึ้ง ในการนำเชลซีกลับมาเป็นยอดทีมของพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาหล่นไปอยู่อันดับ 10 ของตาราง แต่กุนซือร่างเล็กชาวอิตาเลียนใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียว ก็สามารถนำทีมสิงห์บลูผงาดซิวแชมป์พรีเมียร์ลีก

จุดเปลี่ยนแห่งฤดูกาลของเชลซีก็คือ การที่ คอนเต ติดตั้งระบบการเล่นใหม่ให้ทีมสิงห์บลู เป็นระบบ 3-4-3 ที่ใช้กองหลังสามตัว จนทำให้ทีมคว้าชัยชนะต่อเนื่องถึง 13 เกมติดต่อกัน เก็บได้ถึง 39 คะแนน

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ทำให้ เชลซี จะได้เงินรางวัลมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 150 ล้านปอนด์ นับเป็นเงินรางวัลรวมที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษเลยทีเดียว

ถึงตรงนี้ เราไปดู 5 เกมสำคัญที่นำพา “สิงห์บลู” เชลซี เถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-17 กันครับ

อาร์เซนอล 3 เชลซี 0 (24 ก.ย.) การบุกไป เยือนถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม กลายเป็นจุดเปลี่ยนแห่งฤดูกาลของเชลซี เพราะนัดนี้เชลซีบุกมาโดนอาร์เซนอลถล่มพ่ายหมดรูปถึง 3-0 ซึ่งนั่นทำให้ คอนเต ตัดสินใจเปลี่ยนระบบให้ทีมมาเล่น 3-4-3 จากกองหลังสี่ตัว และมาเล่นกองหลังสามตัว ซึ่งแท็กติกนี้ทำให้เชลซีก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

เชลซี 4 แมนฯยู 0 (23 ต.ค.) โจเซ มูรินโญ นำทัพ “ปิศาจแดง” กลับมาเยือนทีมเก่าของเขาเป็นครั้งแรก แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อทีมผีแดงของเขาโดนเชลซีถล่มเอาชนะขาดลอย 4-0 อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเชลซียังคงรั้งอันดับ 4 ของตาราง ตามหลังแมนฯซิตี้, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล

เชลซี 2 แมนฯซิตี้ 1 (5 เม.ย.) 4 วันหลังจากแพ้พลิกล็อกคาบ้านให้กับ คริสตัล พาเลซ ทีมของแซม อัลลาร์ไดซ์ 1-2 เชลซีต้องพบกับบททดสอบสำคัญในการเจอกับแมนฯซิตี้ ก่อนที่ เอเด็น อาซาร์ จะเป็นฮีโร่ด้วยการเหมายิงคนเดียวสองลูกช่วยให้เชลซีเอาชนะแมนฯซิตี้ไปได้ 2-1

เอฟเวอร์ตัน 0 เชลซี 3 (30 เม.ย.) เชลซีเจองานหนักในการยกพลบุกไปเยือนกูดิสัน พาร์ก ซึ่ง “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตัน มีฟอร์มในบ้านที่แข็งแกร่งมากๆ แต่สุดท้ายเชลซีก็บุกไปถล่มทอฟฟี่แบบสบายเกือก 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญขยับใกล้แชมป์เข้าไปทุกที

เวสต์บรอมวิช 0 เชลซี 1 (12 พ.ค.) มิชี บาตชัวยี กองหน้าทีมชาติเบลเยียม กลายเป็นฮีโร่ซุปเปอร์ซับ ด้วยการยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้เชลซีบุกมาคว้าชัย 1-0 ทำให้ทีมสิงห์บลูเถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 5.

หมวดแซม