บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากอัลไซเมอร์ สู่โซ่ข้อกลาง พ่อใหญ่จิ๋วในวัย 85 กับมรสุมชีวิตทางการเมือง

เพิ่งจะเปิดบ้าน เปิดโอกาสให้มิตรสหายทางการเมืองเข้าแฮปปี้เบิร์ธเดย์ไปเมื่อวาน (14 พ.ค.60) แต่จริงๆ แล้ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 ของประเทศ อายุก้าวเข้าเลข 85 ปีเต็มในวันนี้ เนื่องจากเกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2475

หากพูดถึงบทบาทของ พล.อ.ชวลิต คนทั่วไป โดยเฉพาะคนในวงการเศรษฐกิจจะนึกย้อนไปถึงช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 “ต้มยำกุ้ง” โดยก่อนที่จะประกาศลอยตัวค่าเงิน คนระดับนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 ของไทย ได้ออกทีวีและยืนยันหนักแน่น เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.40 ว่า “รัฐบาลมีมาตรการการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ อย่าตื่นตระหนกถอนเงินจากสถาบันการเงิน เพราะมีข่าวลือมาตลอดว่าจะล้มจะถูกปิด...จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเงินแน่นอน”

แต่คล้อยหลังจากนั้นไม่กี่วัน ผู้ที่ออกมาแถลงประกาศค่าเงินลอยตัวคือ นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง สุดท้าย นายทนง ได้เปิดเผยทุกอย่าง เบื้องหน้าเบื้องหลังไว้ในหนังสือ โดยเขาบอกว่า เขาตัดสินใจทันทีหลังจากเห็นตัวเลขและเพิ่งมารับงานได้เพียง 1 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต

หลังเกิดเหตุการณ์วิกฤติ พ่อใหญ่จิ๋ว หรือ บิ๊กจิ๋ว ประสบชะตากรรมทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยถูกกล่าวหาว่าเป็น “อัลไซเมอร์” ถึงขั้นจะแนะนำให้หมอมาตรวจ แต่สุดท้ายวิกฤติต่างๆ ก็คลี่คลายออกไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายของการเป็นนักการเมือง พล.อ.ชวลิต จะสวมบทบาท “โซ่ข้อกลาง” มักออกหน้าเจรจาแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ

เปิดประวัติ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2475 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ ร.อ.ชั้น ยงใจยุทธ และ นางสุรีย์ศรี ภรรยาชื่อ คุณหญิงพันธุ์เครือ ลิมปิภมร

การศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอำนวยศิลป์, มัธยมศึกษาปีที่ 7 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, ปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, หลักสูตรการซ่อมเครื่องไมโครเวฟ โรงเรียนสื่อสารกองทัพบก ฟอร์ต บอนมัธ สหรัฐอเมริกา, หลักสูตรฝึกงานการประกอบและซ่อมเครื่องมือสื่อสาร กองทัพน้อยที่ 9 เกาะริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น หลักสูตรผู้บังคับกองพัน โรงเรียนการสื่อสาร ประเทศไทย หลักสูตรเสนาธิการเฉพาะกิจ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประเทศไทย, หลักสูตรกระโดดร่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ รุ่นที่ 2 จากกองทัพบกไทย, หลักสูตรชั้น NOVICE ได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการกระโดดร่มจากกองทัพบก สหรัฐอเมริกา, ประกาศเกียรติคุณและปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ สหรัฐอเมริกา, ประกาศเกียรติคุณและปริญญาเอก ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ประกาศเกียรติคุณ และปริญญาเอก วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเกษตรศาสตร์ จากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ประกาศเกียรติคุณ และปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม

เริ่มรับราชการ ผู้บังคับกองร้อยซ่อมบำรุงเครื่องสื่อสารเขตหลัง กรมการทหารสื่อสาร ปี 2503, นายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึกกรมทหารอาสาสมัคร ปี 2510, นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกรมยุทธการทหารบก ปี 2511, นายทหารคนสนิทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์), ประจำกองบัญชาการทหารบก ปี 2522, เสนาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 1 ตุลาคม 2522, เจ้ากรมยุทธการทหารบก 1 ตุลาคม 2523, เจ้ากรมยุทธการทหารบก และหัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบแห่งชาติ ปี 2524, ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ 1 ตุลาคม 2525, รองเสนาธิการทหารบก 1 ตุลาคม 2526 เสนาธิการทหารบก 1 ตุลาคม 2528, ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 16 วันที่ 27 พ.ค.2529 - 29 มี.ค.2533, รักษาราชการผู้บัญชาการทหารสูงสุด คนที่ 12 วันที่ 1 ต.ค.2530-28 มี.ค.2533

เป็นสมาชิกวุฒิสภา 22 เมษายน 2524, 22 เมษายน 2530, ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ปี 2524, รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 30 มีนาคม 2533, หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ 4 เมษายน 2534, ส.ส.นนทบุรี เขต 1 พรรคความหวังใหม่ (สมัยแรก) 22 มีนาคม 2535, ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 23 พฤษภาคม 2535, ส.ส.นนทบุรี เขต 1 พรรคความหวังใหม่ (สมัยที่ 2) 13 กันยายน 2535 (ยุบสภา 19 พ.ค.2538), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 29 กันยายน 2535 (ลาออก 11 ธ.ค.2537), ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ 29 กันยายน 2535, ประธานกรรมการพิสูจน์และสืบหาบุคคลที่สูญหายจากเหตุชุมนุมประท้วง 20 พฤศจิกายน 2535, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม 23 ก.ย.2536-7 ม.ค.2537, รองนายกรัฐมนตรี 14 กรกฎาคม 2537 (ลาออก 25 ต.ค.2537), ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคความหวังใหม่ (สมัยที่ 3) 2 กรกฎาคม 2538 (ยุบสภา 27 ก.ย.2539), รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 18 กรกฎาคม 2538 (ยุบสภา 27 ก.ย.2539), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 29 พฤศจิกายน 2539, นายกรัฐมนตรี คนที่ 22 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2539 (ลาออก 6 พ.ย.2540), ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคความหวังใหม่ (สมัยที่ 4) 17 พฤศจิกายน 2539 (ลาออก 28 มิ.ย.2543) และผู้นำฝ่ายค้าน 26 พฤศจิกายน 2540 ลาออกจากหัวหน้าพรรคความหวังใหม่

2 มิถุนายน 2541 จึงพ้นจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านด้วยต่อมารับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่อีกวาระหนึ่ง จึงดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 2 กันยายน 2541 ลาออกจากหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ 19 เมษายน 2542, หัวหน้าพรรคความหวังใหม่,​ ส.ส.นครพนมเขต 1 พรรคความหวังใหม่ (สมัยที่ 4) 17 พฤศจิกายน 2539, รักษาการหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เมื่อเดือนเมษายน 2543, หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ 16 พฤษภาคม 2543, ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคความหวังใหม่ 6 มกราคม 2544, รองนายกรัฐมนตรี 17 กุมภาพันธ์ 2544, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 17 กุมภาพันธ์ 2544, กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 15 กรกฎาคม 2545, รองนายกรัฐมนตรี 3 ตุลาคม 2545, ประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการต่อสู่เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ 27 มิถุนายน 2549, รองนายกรัฐมนตรี 24 กันยายน 2551 ลาออก 7 ต.ค.2551

ต่อมา เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย 2 ตุลาคม 2552, ประธานพรรคเพื่อไทย 27 ตุลาคม 2552 และลาออก 18 เมษายน 2554